2008/Jul/17

เมื่อเร็ว ๆ นี้หลงไปเข้าบอร์ดโชตะค่อน (จริง ๆ ก็ไม่ได้หลงหรอก มีคนจูงไป.... 555) แน่นอน แม้เราจะไม่เชี่ยวชาญพลังสายนี้ แต่เมื่อเข้าเมืองตาตี่ ก็ต้องตี่ตาตาม (?) ลองวาดรูปเด็กหนุ่มน่ารัก ๆ ให้มันสมเป็นชาวโชตะเสียหน่อยจะเป็นไรไป!

Shota Attempt 1

ได้ออกมาแบบนี้ จากตัวละครออริจินอลจากฟิคชั่นที่เขียนค้างอยู่ ซึ่งตอนเขี่ย OC เล่นก็ได้ออกมาหน้าตาแบบนี้

Original

แฮ่!!!

 

แต่แค่นั้นยังไม่พอ! เนื่องจากปากกา (tablet) เราโดนผีสิง! มันเลยต้องมีออกมาอีก แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ (แบบว่าวาดเสร็จแล้วเจือกลงสีไม่ไหว โฮกกก แฮ่)

ตัดมาให้ดูแค่นี้ เพราะก็ตัดเท่านี้ไปแปะบอร์ดโชตะฯมาเหมือนกัน เพื่อขอความเห็นผองเพื่อนว่ามันโอเคหรือยัง ถ้ายังจะได้รีบแก้ไข ก่อนที่จะละเลงไปไกลกว่านี้แล้วจะรื้อภาพยากกว่านี้...

Shota Attempt 2

อันนี้วาดเมื่อวาน ลืมลงวันที่

ไม่ใช่ตัวละครส่วนตัว แต่จับตัวละครจากการ์ตูนที่กอง ๆ อยู่แถวนี้มาละเลงตัวนึง.... ใครจะทายถูกบ้างเนี่ยว่ามันคือใคร ฮี่~~~

 

feedback แรก จากเพื่อนสนิท บอกว่า ยังโชตะไม่พอ! ดูแล้วยังสำแดงความเป็นวายของคนวาดอยู่ 

ฮึ่ม.... เอาใหม่ เราไม่ยอม!

สรุปว่าเมื่อกี้ได้ออกมาแบบนี้ แต่เอาเป็นขาวดำไปก่อน เพราะขี้เกียจลงสี =_=

Shota Attempt 3

ใครทายถูกมั่งว่าตัวละครต้นแบบคือ.....ใคร???

> เฉลยทางนี้จ้ะ
(ภาพไม่ชัด เพราะระหว่างที่กำลังละเลงอย่างเมามันส์ ก็เจอคำสาปจากตัวละคร ทำให้ Photoshop แฮงก์คามือ.... กด screenshot ภาพที่กำลังเขียนตบแต่งได้มาเท่านี้ คือขี้เกียจขุดเอาภาพสเก็ตช์อันใหญ่มา crop มา resize แล้วมาเซ็นชื่อใหม่อีกรอบอ่ะ เอาแบบนี้ไปละกัน เหอ ๆ)

 

มานั่งดูระหว่าง Before & After แล้วทำให้รู้สึกว่า....

555555555555555

(ไม่ต้องห่วงนะ อย่างน้อยเรายังไม่ถึงขนาดจับมาวาย เอาแค่โชตะก็พอ กรั่ก)

2008/Jul/14

วันนี้ไม่มีสาระอะไร มาบ่นงอแงเฉย ๆ....

งืม ๆ 

ตั้งแต่ server เก่าล่มสลายไป มีการลงระบบใหม่ (ชาวบ้านชาวช่อง และน้องชายของเราเขาจัดการกันน่ะ เรายืนดูเฉย ๆ ไม่ได้รู้อะไรกับเค้าหรอก) ทำให้ระบบ CGI-bin เปลี่ยนไป เราก็เลยลงโปรแกรม Oekaki (Shi BBS) ใหม่ไม่สำเร็จ.... คือมีบอร์ดขึ้นมา มีที่ให้กดวาด ตัว Java รันได้เรียบร้อย แต่พอกดจะวาดรูปแล้ว อุปกรณ์วาดรูปขึ้นมาไม่ครบ คือกระดานไม่มี มีแต่ปุ่มนู่นนี่ และไม่มีที่ให้เลือกอุปกรณ์วาด ไม่มีที่ให้เลือกขนาดพู่กัน เอิกกกกกกก

ตอนนั้นก็ถ่างตาจนเกือบเช้า แต่เข้าบอร์ดไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะตั้งอะไรผิดไป ตบตีกับมันอยู่นาน จนร้องแง ๆ ไปเขย่าคอเพื่อน ให้เพื่อนเช็คให้ เพื่อนก็ดูให้ แต่ทำไม่สำเร็จ ทำได้แค่ถึงขั้นตอนที่บอกไปด้านบนเท่านั้น

ผ่านมาสามเดือน บอร์ดก็ยังค้างเติ่งอยู่ที่เดิม คือใช้การไม่ได้ แง้

ปัจจุบันไปอาศัย Tegaki e เล่นไปวัน ๆ (แต่ก็ดองอยู่ดี)

แล้วก็ไปเจอบอร์ด Paint Chat ที่ใหม่ ร้างพอควร ลองเข้าไปใช้ดูปรากฏว่าเค้าใช้โปรแกรมของ Poteto ลองแล้วก็ใช้ได้นะ แต่ไม่คล่อง.... คืองมหา tool ไม่ค่อยเจอ เอิก....

รู้สึกว่าใช้โคตรยาก (คือมันเป็นความโง่ส่วนตัวของ User อ่ะนะ) เลยวาดออกมาได้แค่นี้ เซฟกลับมาดูเล่น พร้อมความคิดถึง Oekaki ที่บุกเข้ามาจู่โจมอารมณ์

Photoshop มันก็เจ๋งดีหรอก แต่บางครั้ง บางอารมณ์ เราก็อยากละเลงอะไรด้วยอย่างอื่นบ้างใช่ม่า.... (เช่น วันหนึ่งมีอารมณ์อยากใช้ Open Canvas พอลองใช้แล้วละเลงมันมาก เพราะดินสอของ OC มันให้เส้นสวยและให้อารมณ์เหมือนดินสอจริง ๆ มากกว่า Photoshop เยอะเลย)

อยากได้บอร์ด Oekaki คืนมา แงงงงงงงงง

2008/Jul/10

การที่จะทำวันหนึ่ง ๆ ของเราให้สมบูรณ์พร้อมอยู่ตลอดเวลา ทุกวัน นั้นเป็นไปไม่ได้

ถ้ามีวันที่คุณจมอยู่กับงาน เพื่อทำงานให้ดีที่สุด บางครั้งก็จำเป็นต้องละเลยสิ่งอื่น เช่น โภชณาการ การออกกำลังกาย หรือความสัมพัธ์กับคนรอบข้าง

ส่วนวันที่คุณพยายามใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะ มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ คุณย่อมต้องให้เวลากับตัวเองมาก ๆ ก็อาจทำให้ไม่เหลือเวลาหรือเหลือความเอาใจใส่พอสำหรับคนอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ

วันที่อยากเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ออกไปเดินช็อปปิ้ง เดท หรือหาของกินอร่อย ๆ คลายเครียด จะเก็บเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัวมาคิด ก็คงจะกระไรอยู่?

ถ้าอยากเป็นลูกหลานที่ดี.... โดยไม่รู้สึกหนักใจหรือเบียดเบียนเวลาส่วนตัวของตัวเอง ก็ต้องเลือกทำในวันที่มีเวลา และมีกะจิตกะใจจะเป็นด้วยหรือเปล่านะ?

เคยบ้างมั้ยที่รู้สึกว่าคนอื่นไม่เห็นใจเรา โลกนี้เป็นปฏิปักษ์กับเรา ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำอะไรก็พลาดไปหมด และไม่ว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีเลิศแค่ไหน มันก็ต้องมีสักอย่างสองอย่างที่ล้มเหลว?

เจ็บใจ น้อยใจ เสียใจ

คำพูดเล็ก ๆ แค่ไม่กี่คำของคนในสายเลือดเดียวกัน เมื่อมันมาสะกิด ในยามที่แบกรับอะไรหนัก ๆ เชื่อหรือไม่ว่ามันทำให้คนเราเสียหลักล้มได้ง่ายจนน่าอัศจรรย์

Life (ต้นฉบับจริง ๆ พูดว่า Survival) is tough enough without your family turning against you.

ประโยคที่เจอในสารคดี ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่รอดของลูกสัตว์ป่า ทำไม้ทำไมมันถึงได้เข้ากับชีวิตปัจจุบันได้ขนาดนี้?

Don't you think it's better to admit your weakness honestly and ask for help or for a hand than to fake a tough appearance and imply it with sarcasm?

When we're down and need someone, it doesn't mean we're flawed. It only means we're human. We're just human.

Such unkind, bitter, and sarcastic remark yields nothing but a bitter feeling and a growing distance between you and your beloved ones.

I'm not built to endure a sarcasm at all time. I know it will snap. Real soon, too.

Let's just be honest, shall we?

Because I'm tired of putting up a facade too.

เคยคิด(เอาเอง)บ้างมั้ยว่าทำไมถึงมีแต่เราที่ต้องทน?

พอเลือกที่จะทนเองแล้ว ก็ยังเสร่อมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกว่าทนทำไม ทนเพื่ออะไร?

เคยคิด(เข้าข้างตัวเอง)บ้างมั้ย ว่าทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจเรา

ช่วงนี้ชักจะคิดบ่อยขึ้น....

เหนื่อย

ขอเวลาให้ตัวเองบ้าง ขอช่องว่างให้หายใจบ้างเถอะ

ที่ยิ้ม หัวเราะอยู่นี่ไม่ใช่ไม่เครียดนะ

บางครั้งการคงอยู่ของเรา ณ สถานที่นั้น ณ เวลานั้นมันดูไร้ความหมายเหมือนอากาศธาตุ และเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากเรียกร้องขอให้เราอยู่ที่นั่นเพื่อเขา

เราที่อยู่ตรงนั้น เหมือนเป็นเครื่องประดับห้อง

ไม่รู้จะไปเพื่ออะไร

ขอรึก็เปล่า....

เรียกร้องรึก็ไม่ใช่

แค่ฝากคำกระทบกระเทียบเล็ก ๆ มาให้ แล้วเราร้อนตัว แล่นไปหาเองหรอก

อยากให้เราอยู่ใกล้ ๆ ก็บอกกันดี ๆ ก็ได้ ไม่ต้องประชด

เพราะทุกครั้งที่ได้ยินคำประชด มันรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ หัวใจลีบเล็กลง หมดกำลังใจในทุก ๆ อย่าง

ขนาดความมั่นใจว่าเราเป็นที่ต้องการ ยังหดหายไปเลย!

ในสมองคิดวนเวียนอยู่แต่ "แล้วชั้นจะมาเสนอหน้าอยู่แถวนี้ทำไมเนี่ย?"

ขอร้องล่ะ ถ้าอยากให้อยู่ใกล้ ๆ ช่วยบอกให้ชื่นใจสักคำว่าดีใจที่มาหา

ไม่ใช่พอไม่โผล่ไปแล้วค่อยฝากอะไรมาทิ่มแทงใจกัน

เสียใจ.... รู้มั้ย

และที่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยนี่ ก็เพราะเราเป็นมนุษย์?

หรือเพราะว่าเรางี่เง่าไปเองกันแน่?

ขอฝากทุกอย่างที่ขุ่นข้องหมองใจไว้ในนี้ เพื่อให้เราก้าวเดินต่อไปได้ในวันต่อ ๆ ไป

ระบายมันออกไป แล้วลืม ๆ มันไปซะ

 

เฮ่อ....