Random-Thought

หัวข้อบล็อกวันนี้ออกจะแปลกๆหน่อย จะว่าเป็น random-thought ที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับชีวิตประจำวันก็ได้ คือ"เรื่องที่เปิดเผยและเรื่องที่ไม่เปิดเผย" มันสืบเนื่องมาจากคอมเม้นท์ของเมื่อวานค่ะ เห็นโซ่คุงเกิดเกรงใจขึ้นมา ว่าจะมาอ่านบล็อกของเราก็กลัวจะกลายเป็นการละลาบละล้วงหรือแอบสืบความลับ อะไรทำนองนั้น ก็เลยต้องบอกว่า ไม่เลยค่ะ เพราะสำหรับเราแล้ว อะไรที่เขียนลงไปในอินเตอร์เนต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขียนบันทึกไว้แบบบล็อกหรือไดอารี่ ที่ใครๆก็สามารถเข้ามาอ่านได้ จะต้องเป็นสิ่งที่เรายินยอมเปิดเผยทั้งสิ้น

อะไรที่ไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากให้ใครเห็น ไม่อยากให้ใครอ่าน เราก็ย่อมจะไม่เขียนในที่สาธารณะค่ะ สรุปก็คือ ไม่ว่าจะในไดฯหรือในบล็อก เราจะเขียนในสิ่งที่อยากเขียนและคิดว่าเปิดเผยได้ แต่ไม่ใช่ปั้นแต่งเรื่องมาเขียนเพื่อให้คนอ่านนะคะ คือถ้าไม่อยากให้รู้ก็ไม่ต้องเขียนไปเลย ไม่ต้องนั่งบิดเบือนเรื่องราวให้เมื่อยตุ้ม ไม่ใช่ว่าจู่ๆก็มาปั้นเรื่องโกหกพกลม หลอกลวงผู้อ่านไปวันๆ (ยกเว้นคนที่เขียนเรื่องแต่ง ซึ่งมาจากจินตนาการอยู่แล้ว อันนั้นก็นอกประเด็นค่ะ)

มิตรภาพในอินเตอร์เนตนี่ หน้าก็ไม่ได้เห็น ผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดแย้งกันก็ไม่มี เป็นแค่เพื่อนคุยในยามเหงา ปลอบใจในยามเศร้า พูดคุยให้เราอุ่นใจ ปรึกษาหารือในยามสับสน ก็แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องมาโกหกกันจริงมั้ยคะ? อย่างมากก็แค่สร้างขอบเขตขึ้นมา ว่าเราจะให้เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว(ในจิตใจ)เรามากแค่ไหน แล้วก็เลือกเปิดโอกาสหรือพูดคุยแค่เฉพาะในส่วนที่เราต้องการให้เค้าเข้าถึง ส่วนซอกหลืบลึกลับอะไรที่ไม่ต้องการให้ใครย่างกราย ก็ไม่ต้องแง้มให้เขาเข้าไปเมียงมองค่ะ ง่ายนิดเดียว

ที่พูดเรื่องโกหกอะไรนี่ขึ้นมาก็ไม่มีอะไรมาก แค่บังเอิญพิมพ์ๆไปแล้วนึกได้ว่าเมื่อก่อนนี้เคยไปอ่านบันทึกของคนที่ปั้นแต่งว่าฉันเป็นอย่างโง้นเป็นอย่างงี้ แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็พังทลาย เจ้าตัวก็โดนประนาม ไม่ได้โดนประนามเพราะโกหกเรื่องตัวเองนะคะ แต่เขาลามไปโกหกเรื่องคนอื่นบ้าง หรือโกหกเรื่องตัวเองแบบเดือดร้อนคนอื่นบ้าง เราคิดว่าถ้าจะแต่งเรื่องเพื่อให่สนุกน่ะ ก็ไม่เป็นไรหรอก ตราบเท่าที่คนเขียน(และ/หรือ คนอ่าน)จะมีความสุขในการอ่านโดยไม่เดือดร้อนคนอื่น แต่เมื่อไหร่ที่การโกหกนั้นส่งผลสะท้อนที่เลวร้ายออกมา (เช่น โกหกไปๆมาๆกลายเป็นยุให้คนอื่นทะเลาะกัน หรือกลายเป็นหลอกลวงปอกลอกคนอื่น) นั่นล่ะค่ะคือข้อเสียของการโกหก หรือพยายาม present ตัวเองในแบบที่เราไม่ได้เป็น

เพราะฉะนั้นก็จะบอกว่า ใครที่ต้องการรับรู้แง่มุมต่างๆของความคิดของฉันคนนี้ ก็ขอให้เตรียมใจไว้ได้เลยว่ามันไม่สวยหรูอย่างบทกวี แต่มันจะต้องมีทั้งแง่สว่างและแง่ที่มืดดำอยู่ เพราะส่วนตัวแล้วชอบเขียนอะไรที่อยากสื่อ อยากแสดง เขียนถึงแนวคิด หรือทัศนคติที่แท้จริงของตัวเอง เขียนถึงเรื่องที่คับแค้นใจหรืออยากระบาย เขียนบ่นในสิ่งที่อยากจะบ่น ก็คือเป็นตัวของเราเอง แสดงนิสัย(เสียๆ)ของตัวเอง นั่นแหละค่ะ

เพราะฉะนั้นอ่านได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะคะ ที่นี่คือที่สาธารณะค่ะ ไม่ต้องคิดมากล่ะ

-------------------------------

ต่อไป...ว่ากันด้วยเรื่องงาน งานที่ว่านั่น ม้วนแรก Peru to Brazil บัดนี้ทำไปได้ 24 จาก 40 หน้าแล้ว ฮูเร~ เดี๋ยวอัพบล็อกเสร็จก็จะไปนั่งปั่นงานต่อ เป้าหมายคือให้เสร็จภายในคืนนี้ ไม่เกิน 5 ทุ่ม เพื่อที่จะได้รีบนอน แล้วพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆมาทำม้วนที่ 2 ต่อ

เรื่องของเปรูนั่น ถึงจะน่าเบื่อเพราะสาระมากไปหน่อย ประกอบกับเป็นเรื่องที่เราไม่สนใจ แต่ก็ต้องทำใจให้สนุกกับงาน เพราะฉะนั้นเราก็เลยเริ่ม(หลอกตัวเองรึเปล่าหว่า)รู้สึกว่างานนี้น่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะโฆษกในรายการจะพาเราไปรู้จักกับสถานที่ต่างๆของเผ่าที่อารยธรรมล่มสลายไปแล้ว อาทิเช่น เผ่าอินคา (Inca) ซึ่งนับถือเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์และเทพเจ้าแห่งขุนเขา อินคามีเมืองหลวงอยู่บนภูเขา แถมยังทำนาเกลือแบบเป็นชั้นๆอีกตะหาก แล้วก็เผ่าม็อชเช่ (Moche)ที่นับถือเทพเจ้าแมงมุม และชื่นชอบการบูชายัญด้วยหัวมนุษย์ (บรื๋อ) แล้วก็อาณาจักร Chimu (ยังไม่ได้เปิดเช็คเสียงเลยไม่รู้ว่าอ่านว่าอะไร) ซึ่งอยู่ริมทะเล มีเมืองหลวงชื่อ แชนแชน (Chan Chan) สร้างเมืองด้วยโคลน(ดินเหนียว) และนับถือเทพเจ้าแห่งท้องทะเล

แล้วก็ยังมีอีกเยอะ....ครึ่งหลังของสารคดีคงจะไปที่บราซิลกัน (แต่เรายังแปลไม่ถึง) นายคนนี้ทำสารคดีออกมาประมาณ 10 ตอน แต่ละตอนคงมี 1 หรือ 2 ประเทศ เขาบอกว่าเขาไป 40 ประเทศ ภายใน 150 วัน เพื่อสำรวจสมบัติของโลก 80 แห่ง (สมบัติที่เขาเลือกเองนะ บางอย่างอาจจะไม่โด่งดัง) แค่ฟังก็เหนื่อยแล้ว.... ไว้บอกกำหนดวันออกอากาศเมื่อไหร่จะเอามาบอกเน้อ

เห็นนังติว โซ่คุงกับคนอื่นๆทำกันหลากหลาย ก็เลยอยากทำสารพันคำถามมั่ง เลยขุดเอาไฟล์ text ที่เพื่อนให้ตอบคำถามเมื่อต้นเดือนออกมาดู เพื่อแก้ไขใหม่ให้เหมาะสมกับการเอาลงบล็อกอืมมมม พอใช้ได้ เพื่อนเราบอกว่าได้มาจาก fwd mail เลยเอามาส่งให้เราเล่นเป็นการส่วนตัว เอิ๊กๆ แต่คำถามชุดนี้มันจะไม่ค่อยล้วงข้อมูลลึกอย่างอีกแบบนึง อันนี้จะเน้นไปทางถามลักษณะนิสัยกับเรื่องของความรัก อิอิ

1.วันนี้วันที่เท่าไหร่
๒๔ก.ย. ๒๕๔๘

2.กี่โมงแล้ว
๑๑.๑๐น.

3.เทอชื่ออะไร
เอาชื่อในอินเตอร์เนตละกัน (นามปากกา) มีเยอะแยะตาแป๊ะเป็นลม
แต่หลักๆก็ 3 ชื่อ Shin, Moji แล้วก็ Valentino

4.ใครตั้งให้
ตั้งเองจิ

5.เกิดวันที่เท่าไหร่
วันที่เป็นวันที่ระลึกถึง Saint Martial (Martial of Limoges) ลองหาดูเอง อิอิ
ส่วนปี.... ไปดูเอาเองว่าปีไหนที่วันของเซนต์ข้างบน ตรงกับวันที่มีเทพเจ้า(เทพประจำดาวเคราะห์) เป็น Martial God (เทพแห่งสงคราม) บ้าง

6.ชอบสีอะไร
ม่วง ฟ้า ชมพู (หลายใจ)

7.ชอบไปเที่ยวป่ะ
ชอบ แต่ก็ขี้เกียจ(เอ๊ะ ยังไง)

8.ไปไหนอะ
ไปทะเล ขอชายหาดเงียบๆ มีต้นไม้ร่มๆ ตูจะนอนผึ่งพุงให้สบายไปเล้ยยย

9.เที่ยวกลางคืนป่ะ
ไม่ไปเพราะขี้เกียจ แล้วก็กลัวโดนฉุด(ฉุดไปทำหมาดำตุ๋นยาจีน กรั่กๆ)

10.ไปสายบ่อยป่าว
ไม่ค่อยสาย ปรกติชอบไปก่อนเวลานัด

11.ขาดงานบ่อยป่าว
ไม่ขาดมั้ง ทำงานอยู่กับบ้านนี่ แต่อู้เป็นสรณะ

12.เวลามองคนอย่างแรกมองอะไร
นิสัย (นิสัยเข้ากันไม่ได้หรือนิสัยไม่ดีจนรับไม่ได้ ก็คบไม่ไหว)
หุ่น (ไม่ได้เลือกคบที่หุ่น แต่เวลามองด้วยตาก็มักจะเห็นหุ่นก่อนใช่มะ)
บุคลิก
ปาก (ปากหมาป่าว ถ้าไม่หมาก็คบได้)
หน้า

13.ชอบคนนิสัยแบบไหน
มีน้ำใจ และ ไม่ตอแหลก็พอ

14.ชอบใครอ่ะ
อ๊ายอาย....ก็ดาร์ลิ้งของเค้าไงล่ะตัวเอง พี่"หมี"อ่ะ

15.ที่เกลียดล่ะ
เกลียดเยอะเลย แต่เป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้านะ พวกปากหมาในอินเตอร์เนตเนี่ยแหละ อย่าให้เล่าเลยเรื่องมันยาว

16.มีเพื่อนหรือมีแฟนดีกว่ากัน
มีแฟนดีกว่า เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ มีแฟนก็เหมือนมีเพื่อนไปในตัว แต่เพื่อนเอามาใช้แทนแฟนมะได้

17.เวลาเหงาทำไรน่ะ
เล่นกับหมา อ่านตูน ออกไปเที่ยวห้าง โทรหาแฟน หรือไม่ก็นอนขึ้นอืดมันซะเลยจะได้ไม่เหงา

18.ชอบไปไหนมากที่สุด
ไปหน้าคอม.... เดี๋ยวนี้ชีวิตอยู่หน้าเครื่องคอม

19.อยากย้อนไปในอดีตหรืออนาคต
ขออยู่กับปัจจุบันได้ป่าว?

20.ชอบตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์
ตุ๊กตาแน่นอน ตุ๊กตาเต็มเตียงจนคนแทบต้องลงไปนอนพื้นเลย 555

21.ชอบตุ๊กตาอะไรมากที่สุด
ตุ๊กตาหมี (อ่านแล้วห้ามหัวเราะนะเฟ้ย!!!!)

22.เคยตั้งชื่อให้ตุ๊กตาป่ะ
ตั้งทุกตัว แต่บางตัวไม่ได้จำ ก็เลยลืมๆบ้าง

23.คิดว่าบ้าป่ะเนี่ยตั้งชื่อให้ตุ๊กตา
ก็คิดว่าบ้า แต่มันคงไม่บ้าไปกว่าหอมแก้มตุ๊กตาแล้วพูดว่า"ราตรีสวัสดิ์ หลับฝันดีนะ" บ่อยๆหรอก ก๊ากๆๆ

24.กลัวคนบ้าป่ะ
ถ้าบ้าจริงๆแบบเสียสติก็กลัว แต่ถ้าแค่นิสัยบ้าๆบอๆเพี้ยนๆน่ะไม่กลัว

25.ชอบส่องกระจกป่ะ
ขี้เกียจส่อง ส่องแต่ตอนแปรงฟัน หวีผม ใส่คอนแทคเลนส์ แล้วก็บีบสิว

26.เคยให้เงินขอทานป่ะ
ถ้าขากุดแขนกุด หรือตาบอดก็ให้ แต่ถ้าไม่พิการก็ไม่ให้

27.เทอเป็นคนยังไง
พูดเก่ง แต่ก็เป็นผู้ฟังที่ดีเช่นกัน เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ รักเพื่อน และชอบโมโหแทนคนอื่นมากกว่าโมโหเรื่องตัวเอง ถึงปรกติจะหัวเราะอยู่แทบตลอดเวลาแต่ถ้าโกรธขึ้นมาก็ตัวใครตัวมัน.... เพื่อนๆมักจะเผ่นเสมอ
เป็นคนเรื่อยๆ สบายๆ เพราะพยายามจะไม่ซีเรียสกับชีวิต (จริงจังมากมันเครียดอ่ะนะ แล้วเป็นคนที่ถ้าจริงจังเรื่องอะไรแล้วชอบจริงจังเกินเหตุทุกที แบกทุกอย่างไว้หมด อะไรทำนองนี้ ก็เลยพยายามไม่เครียดดีกว่า) มีความอดทนอดกลั้นเป็นเลิศ และสามารถทนต่อความซ้ำซากได้อย่างเหลือเชื่อ จึงเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตได้ทุกรูปแบบ
บางครั้งชอบตัดสินถูกผิดโดยยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็เลยหัวแข็ง แล้วก็ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมเด็ดขาด ประมาณว่าเป็นโรคคลั่งคุณธรรม (แต่เป็นคุณธรรมที่ใช้มาตรฐานตัวเองวัดนะ ฮาๆๆ)

28.ตอนนั่งเรียนตรงไหนของห้อง
หน้าห้อง เพราะอยู่ข้างหน้าสุดแล้วหลับไม่ได้ เนื่องจากปรกติชอบเผลอหลับบ่อยๆ เลยต้องบังคับตัวเองให้ไม่กล้าหลับ

29.แล้วชอบนั่งตงนั้นป่ะ
ก็ไม่ค่อยชอบ แต่จำเป็นต้องนั่ง ไม่งั้นสอบตกแน่ เหอๆๆ

30.ทำไมนั่งตงนั้น
นั่งหน้าเห็นกระดานชัดดี ใกล้อาจารย์ด้วย ทำให้มีความพยายามถ่างตาตื่นมากกว่านั่งที่อื่น

31.เคยโดดเรียนป่ะ รู้สึกไง
เคย ก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะตอนที่โดดมันรู้สึกเซ็งสุดๆ ขนาดว่าต่อให้เรียนก็เรียนไปไม่ได้อะไรเข้าสมองแน่ๆ ก็เลยโดด แก้เครียด ไปนั่งพักผ่อนหัวใจ
ปรกติไม่เคยโดดเรียนเพราะงั้นเวลาโดดก็โดดเพราะคิดดีแล้ว ไม่มานั่งเสียใจทีหลังแน่ๆ

32.ชอบใครอยู่ป่ะ เป็นไง
ชอบ บางครั้งก็ไม่มั่นใจนิดหน่อย หวาดกลังหรือหวาดระแวงต่ออนาคต แต่ก็อาศัยความรู้สึกตัวเองมุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ

33.ตอนนี้มีแฟนป่ะ กี่คน
มี คนเดียว

34.ถ้ามีแฟน จะรักแฟนมากป่ะ
รักมากๆๆๆ

35.คิดจะเลิกกับแฟนป่ะ
เคยคิดเพราะนึกว่าทนไม่ไหวแล้ว(ทะเลาะกันแรง) แต่พอคิดอีกทีถ้าเลิกสงสัยร้องไห้เป็นเผาเต่าแน่เพราะรักมากคนนี้ สรุปคือเสียดายไม่อยากเลิก

36.คิดว่าตัวเองเป็นคนดีรึป่าว
คิดว่าเป็นคนดีนะ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนมีน้ำใจ แล้วก็ไม่ชอบหาเรื่องหรือทำร้ายคนอื่นก่อน
แต่บทจะโหดก็โฉดเลวชั่วได้เลย ถ้าโดนคนอื่นทำให้เจ็บใจหรือแค้นขึ้นมา ก็จะกลายเป็นไอ้ชั่ว แก้แค้นแบบไม่เลือกวิธี ฮี่ๆๆ

37.ถ้าเพื่อนมาชอบแฟนเธอจาทำไง
ก็หวง แต่ใครดีใครได้นะ เราไม่ยอมแพ้หรอก อยากได้ก็มาแย่งกัน

38.สมมติว่าแฟนเธอกะเพื่อนเธอแอบคบกันล่ะ
แอบคบงี้ต้องเจอตบคนละที ถ้าจะเลิกแล้วกลับมาหาเราเราก็จะพิจารณาดูอีกที
แต่ถ้าโดนตบแล้วยังไม่เปลี่ยนใจ ก็ไสหัวไปด้วยกันทั้งคู่เลย(เขาคงชอบกันจริงๆ และชอบมากกว่าชอบเรา) ฉันหาใหม่ก็ได้(วะ)

39.ถ้าเธอแอบไปชอบแฟนเพื่อนอ่ะ
ไม่เอาโว้ย ไม่ชอบคนมีเจ้าของ หาใหม่ดีกว่า ขี้เกียจทำเพื่อนร้องไห้ (พูดยังกะตัวเองจะแย่งแฟนเค้าสำเร็จงั้นแหละ ฮ่าๆๆ)

40.ถ้าไปชอบคนที่มีแฟนแล้วทำไง
มองห่างๆก็พอ อีกหน่อยก็ตัดใจได้เอง แล้วค่อยหาใหม่

41.มีคนมาจีบบ้างป่ะ
ไม่รู้สิ ไม่มีมั้ง ห่ามๆห้าวๆแบบนี้ใครจากล้าจีบ

42.คิดไงกับคนนั้น
ไม่รู้อ่ะ ก็ไม่มีคนจีบนิ(มั้ง)

43.ขอเบอได้ป่ะ
มะให้!

44.โกหกเก่งป่ะ
โกหกแล้วมีพิรุธออกทางหน้าทางเสียงทางสายตาหมดเลย แบบนี้เรียกว่าเก่งป่าวเนี่ย?

45.แล้วที่ตอบมาโกหกป่ะ
ไม่

46.เป็นคนขี้ลืมป่ะ
บางครั้ง

47.ของอะไรที่ชอบทำหาย
ไม่ได้ชอบทำหายอะ มันหายเอง ก็พวกบัตรต่างๆ ไม่ก็เศษกระดาษหรือสมุดที่จดอะไรไว้อ่ะ หายประจำ พอจะใช้ขึ้นมาก็หาไม่เจอ ฮ่วย!

48.ชอบคนหน้าตายังไง
หน้าตา....ไม่โฉด หมายถึงสีหน้าไม่แสดงความประสงค์ร้ายหรือวางแผนชั่วอยู่
พูดง่ายๆคือหน้าตาแบบไม่คิดร้ายนั่นแหละ

49.ไม่ชอบคนหน้าตาแบบไหน
ล่อกแล่ก ดูกลับกลอก ไม่น่าไว้ใจ
ส่วนสวยไม่สวย หล่อไม่หล่อ นั่นช่างมัน

50.กลัวผีป่ะ
นิดนึง

51.ถ้าเจอจะทำไง
ขอหวย ถ้าไม่ให้ก็เผ่น

52.เคยเจอป่ะ
คิดว่าไม่เคยเจอนะ แต่อาจจะเคยก็ได้ เป็นคนเซ้นส์ทื่ออ่ะ ถึงเจอก็คงไม่รู้ตัว

53.เคยเจอที่ไหน
ถ้าที่เจอนั่นใช่ ก็คือกลางสนาม ตอนกางเต้นท์นอนที่ต่างจังหวัด กลางดึก ฝนตก มีเสียงย่ำหญ้าสวบๆรอบๆเต้นท์ เรียกไปก็ไม่มีใครตอบ บรื๋อ

54.เพื่อนที่คบมานานที่สุดกี่ปี
ตั้งแต่ ป.5 ก็.... 14 ปีแล้ว

55.เพื่อนแท้เป็นยังไง
เป็นคนที่เต็มใจอยู่เคียงข้างหรือรับฟังปัญหาของเรา เวลามีความสุขคิดถึงเราบ้างเป็นบางครั้ง เวลามีทุกข์มักจะคิดถึงเราเสมอๆ และเรียกหาเรา ปรึกษาเรา ให้เราปลอบใจ(นั่นแหละที่แสดงว่าเค้าเห็นว่าเราเป็นที่พึ่งพาได้ ภูมิใจ๊ภูมิใจ) และในทางกลับกันเราเองก็คิดถึง เพื่อนแท้ตอนทุกข์เนี่ยแหละมากกว่าตอนสุข

56.เคยทำให้ใครโกรธป่ะ ใครอ่ะ
เคย เยอะแยะเลย

57.เคยมีใครทำให้โกรธป่ะ
เคย เยอะแยะเหมือนกัน แต่โกรธแบบอยากเอากำปั้นอุดปากมันเนี่ยมีแค่สองสามคน

58.จะไปง้อป่ะ
ไม่ง้อ ยกเว้นพ่อกับแม่ แฟนก็ ง้อบ้างนานๆที

59.ชอบนินทาเพื่อนป่ะ
นินทาถ้าเป็นเรื่องขำๆ 555
เรื่องไม่ดีหรือเรื่องซีเรียสเราไม่พูด

60.ตอนนี้รู้สึกไง
ไอค้อกไอแค้ก ไอกระด๊อกไอกระแด๊กหวัดกิน + รู้สึกว่าทำไมคำถามมันเยอะจังฟระตอบไม่หมดซะที! 30 นาทีแล้วนะ

61.คติพจน์ประจำใจอ่ะ
ด้านได้ อายอด
คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว

62.มีไรจะบอกคนที่ส่งให้ป่ะ
อ่านแล้วรู้จักเราดีขึ้นป่ะ เหอเหอ หรือว่ารู้ดีอยู่แล้วหว่า เหอๆๆ

63.ที่ส่งให้มีคนพิเศษป่ะ
ไม่มีมั้ง อาย ไม่อยากให้อ่าน

64.ใครอ่ะ
พี่"หมี"ไง วู้!

65.คิดว่าไงกับเมลแบบนี้
ก็สนุกดี ได้เห็นมุมมองที่คิดไม่ถึงของเพื่อนรัก

66.จะส่งเมลล์นี้ไปให้ใคร
ไม่ส่งอะ เอาแปะบล็อก

67.ถ้าเค้าไม่ส่งกลับล่ะ
เฉยๆ ตามใจเต๊อะ

68.คำบอกลาที่ชอบพูด
แล้วเจอกัน!


edit @ 2005/09/24 11:22:15


edit @ 2005/09/24 19:50:29

ฝากสัตว์เลี้ยงไว้หน่อย อิอ๊างค์~ น่ารัก!!!

adopt your own virtual pet!

edit @ 2006/05/03 01:47:34

แหม วันนี้ก็หัวข้อแปลกๆอีกแล้ว แต่มันมีเหตุสืบเนื่องมาจากบล็อกที่แล้ว กับสองบล็อกที่แล้ว ก็คือ วันที่พูดถึง เรื่องที่เปิดเผย-เรื่องที่ไม่เปิดเผยเราได้พูดถึงการ"โกหก" ว่าโกหกเพื่อนในอินเตอร์เนตไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกหรือปั้นแต่งเรื่องราวอะไรขึ้นมา แต่มีปรมาจารย์จุดชื่อ SRP (เรียกแบบนี้เพราะเค้ามีความสามารถใน IRC สองประการที่เป็นที่น่าจับตามอง หนึ่งคือพิมพ์ จุดๆๆ บ่อย สองคือยิงมุขประหลาดๆที่ทำให้คนอื่นๆในห้องแชทอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่พิมพ์ จุดๆๆ บ่อยๆ)ได้แซวขึ้นมาถึงเรื่องโกหกคำโตของเราเองเมื่อสมัยก่อน อิอิ ก็คือว่าเราเคยโกหกว่าเป็นผู้ชายอ่ะ แล้วตอนไปมีทติ้งหนแรก ก็จับน้องชายไปทำเป็นว่าคือตัวเรา ส่วนเราก็ควงน้องไปในฐานะเพื่อนคนนึง (ซึ่งยืมชื่อคนอื่นที่อยู่ในเวบบอร์ดเดียวกันนั่นแหละ)

เราเองตอนนั้นรู้สึกว่ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร แถมยังทำไปเพราะมีเหตุผล(เรื่องมันยาว ไว้ถ้ามีโอกาสจะเล่าทีหลัง อิอิ) ก็เลยโกหกไปเรื่อยๆ แต่หลังจากที่ไปเจอเพื่อนๆในเวบบอร์ดบ่อยๆ จนเริ่มสนิทกัน ก็รู้สึกผิด รู้สึกว่าไม่อยากโกหกอีก แถมยังเหนื่อยกับการแสดงให้สมบทบาทด้วย เพราะปรกติเป็นคนโกหกไม่เนียน ริจะโกหกทีไรความลับต้องแตกแต่เนิ่นๆทุกที สุดท้ายก็เลยสารภาพออกไปว่าความจริงมันคืออย่างงี้ๆนะ ก็ปรากฏว่าไม่มีใครโกรธ แต่มีคนช็อคกับตกใจหลายคน บางคนเอ๋อไปเป็นสัปดาห์เลยก็มี หงิง....

แล้วก็บล็อกเมื่อวาน ที่ตอบ 68 คำถามโซ่คุงก็เขินแทนเรา หุๆ แหมเราก็รู้อยู่หรอกว่าหลายๆเรื่องมันน่าอาย ..-_-.. แต่ก็นะ พิมพ์ลงไปในอินเตอร์เนตเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่ในทางกลับกันถ้าให้พูดออกจากปาก หรือพูดต่อหน้าคนอื่น มันคงเขินพิลึกหละ

ทั้งสองเรื่อง บวกกับการพิจารณาตัวเองแล้วว่า เรามีพฤติกรรม "หน้าหนาขึ้น" จริงๆเมื่อใช้คอมพิวเตอร์สื่อสารผ่านอินเตอร์เนต ก็เลยมีความรู้สึกว่า เออ พอมีหน้าจอนี้แล้วก็ทำให้หน้าหนาขึ้นนะ โกหกได้ง่ายๆและตลอดรอดฝั่ง(โดยความไม่แตก และไม่รู้สึกผิด) แล้วยังพูดเรื่องเลี่ยนๆหรือหวานจนน่าอายได้หน้าตาเฉย หนึ่งอาจจะเพราะเราอุ่นใจ ว่าไม่มีใครรู้จักหรือเห็นหน้าเรา เราก็เลยเล่าอะไรเลี่ยนๆได้อย่างสะดวกใจ ในขณะที่อาจจะไม่กล้าเล่าเมื่อคุยกับเพื่อนจริงๆเช่นเพื่อนที่โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเอาจุดแข็งข้อนี้ไปใช้ในทางชั่วร้ายหรือเสื่อมเสีย.... ก็แย่เหมือนกันนะ เราเห็นตัวอย่างมาเยอะละ คนที่คิดว่าตัวเองใช้อินเตอร์เนตแล้วจะไปด่าใครๆตามเวบบอร์ด หรือก่อเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อนได้ โดยจะไม่มีใครสืบเจอ หรือบางคนก็ตามใจปากตัวเองนึกจะพูดอะไรร้ายๆหรือว่าใครเสียๆหายๆก็ทำได้โดยไม่มีความเกรงใจ และไม่ให้เกียรติคู่สนทนา

เราเองนอกจากเคย"เห็น" มวยของชาวบ้านแล้ว ยังเคยเจอคนแบบนั้นเข้ากับตัวจังๆเหมือนกัน ซึ่งทำให้เกลียดเขามากๆมาจนถึงทุกวันนี้ เกลียดถึงขนาดคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าเจอกันตัวต่อตัวแล้วเขายังปากม้าแบบนี้ จะขอเอากำปั้นยัดปากซะทีสองทีให้สมแค้น ฮึ่มๆ เพราะตอนโน้น ที่เค้าจิกหัว เรียกเราไปคุย เพื่อจะขอ(หรือสั่ง)ให้เราไปลงโทษคนที่อ้างชื่อบอร์ดเราไปโพสต์ป่วนๆที่บอร์ดเค้า หนนั้นนอกจากเขาไม่ยอมฟังสิ่งที่เราอธิบายแล้ว ยังชอบเหน็บแนม จิกกัด ด่า แล้วก็กระทบกระเทียบเราและบอร์ดของเราอยู่ตลอดเวลาที่เจรจา ด่าว่าบอร์ดเสนียด ด่าว่าคนของเราทำเชี่ยๆ แล้วก็หาว่าเราปัดสวะ (ไม่ปัดได้ไง ก็ตัวเองนั่นแหละโยนสวะอะไรไม่รู้มาใส่เรา) มิหนำซ้ำพอเราเตือนว่าให้สำรวมปากหน่อย เขาคนนั้นก็ตอบกลับมา(อย่างหน้าไม่อาย)ว่า...
"ผมเป็นแบบนี้อยู่แล้วล่ะ"
"รับไม่ได้ก็ไม่ต้องคบกัน"
พอเขาหยาบคายใส่เราอีก เราก็เตือนว่า พูดกันแบบสุภาพชนดีกว่านะ เขาก็ตอบมาอีกว่า...
"แบบสุภาพชนกับบอรืดคุรนี่เป็นเรื่องตลกเลยนะ"
"เพราะเห็นคนของคุณมาทีไรเจอแต่ด่าแบบพ่อขุนรามยังไพเราะได้นี่"
"ผมเลยนึกว่าต้องคุยกับพวกคุณแบบนี้"
โห เหตุผลน่าขันมากๆ สรุปว่า"เพราะคนที่อ้างว่า(หรือ ผมเข้าใจว่า)เป็นพวกของคุณมันพูดถ่อยๆ ผมก็เลยคิดว่าต้องพูดกับตัวคุณแบบถ่อยๆเหมือนกัน" คิดได้ไงเนี่ย โอ้พระเจ้าเหาช่วยลูกด้วย!
แล้วพอบอกเขาว่า จะเจรจาอะไรต้องมีความเกรงใจให้คู่สนทนาบ้าง เขาก็ตอบมา(แบบน่าเหยียบ)อีกว่า...
"ความเกรงใจมีไว้กับคนที่เหมาะสมนะ"
"แต่คนจากบอร์ดนั้นผมเกรงใจไม่ลงจริง ๆ"

ตอนนั้นนี่เราน็อตหลุดมากๆ คือฉุนขาด ว่าคนอะไรทำไมเป็นได้ขนาดนี้? เราไปเหยียบหางเขาตอนไหน ถึงต้องเอาความโมโหมาลงที่เรา แล้วก็ด่าเราสาดเสียเทเสียขนาดนี้ โดยที่ไม่ได้สำนึกมั่งเลยว่า ไอ้คนที่ทำให้เขาโกรธ กับไอ้คนที่กำลังคุยด้วยอยู่ตอนนั้น มันไม่ใช่คนเดียวกัน(นะโว้ย) สุดท้ายก็คือ เราก็เลยยวนซะงั้น ไม่ลงโทษให้ซะอย่าง มีอะไรมั้ย!? ก็หลักฐานไม่พอนี่ ตัวเองกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียวแท้ๆ แต่มีคนอื่นบ่นๆมา(หลังจากได้อ่านบทสนทนาทั้งหมด)ว่า "ปากสุกรแบบนี้ ต่อให้มีหลักฐานก็ไม่ช่วยจัดการให้หรอก" ซึ่งก็ช่วยให้เราหายเคืองได้นิดหน่อย แล้วก็เลยปล่อยเรื่องไหลตามน้ำไป กรวดน้ำคว่ำขัน สัพเพสัตตาฯ เลิกแล้วต่อกัน ตัดขาดกันไปเลยไม่อยากยุ่งด้วยกับคนประเภทนี้....

เฮ้อ พล่ามมาซะนาน ก็แค่อยากจะบอกว่า คุณๆเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลาย ใครจะใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้หน้าหนากว่าปรกติและสามารถพูดอะไรๆที่น่าอายหรือน่าเขินได้ ก็ใช้ไปเถอะค่ะ ถ้ามันไม่ก่อความเดือดเนื้อร้อนใจให้ใคร แต่ถ้าจะทำแบบตาคนนี้....ขอเถอะว่าอย่าทำเลย เป็นบาปเปล่าๆ เพราะคุณจะทำร้าย"จิตใจ"ของคู่สนทนาโดยอยุติธรรมมากๆ

สุดท้ายนี้ขอฝากข้อคิดที่เหมาะสำหรับโลกไซเบอร์สเปซเอาไว้ รับรองว่าถ้าใครจำได้ขึ้นใจ คุณจะไม่ทำร้ายใครโดยไม่รู้ตัวแน่ๆค่ะ

"คนในอินเตอร์เนตไม่ใช่แค่ pixel บนหน้าจอ
แต่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา"

ดังนั้นควรเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยนะคะ




edit @ 2005/09/25 12:49:34
edit @ 2005/09/25 12:57:08