Random-Thought

2011/Jun/22

จากกระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10713871/A10713871.html
(ชื่อกระทู้ : ข้อดีของสำนักพิมพ์บางแห่ง)
เนื่องจากพอตอบแล้ว หลังจาก 2-3 นาทีผ่านไป(มาม่าสุก....ม่ายช่าย) ความคิดเห็นของเรา (#94) จู่ ๆ ก็หายไป เลยคิดว่าอาจจะมีบางคำที่ไม่ผ่านระบบตรวจอัตโนมัติ แต่เวลาไม่มี เลยขี้เกียจหาว่ามันคือคำไหน ก็เลยเอามาแปะในบล็อกเอาไว้ก็แล้วกัน
 
แล้วจะได้ไปอัญเชิญเจ๊จอยกะมาอ่าน อิอิ
เพราะตอนแรกว่าจะไม่ตอบละ แต่เข้าไปตอบเจ๊จอยกะ
 
*************************
ข้อความจาก คคห. 94 ที่หายไป
*************************
 
คำตอบก่อนหน้านี้ลืมเลือกสีม่วง 555

จริง ๆ เราก็เหมือนนู๋จอยนะคะ หลงเข้ามาอ่านตั้งแต่กระทู้แรกเพราะเห็นมีคนแชร์ใน FaceBook
ไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่เคยซื้อของสนพ.นี้ แต่ที่ติดตามก็เพราะ 3 สาเหตุ
สาเหตุแรกคือสนใจว่าไวไวมันจะแซ่บแค่ไหน
แต่พออ่านไปก็เริ่มรู้สึกเห็นด้วยกับคนชง (หรือคนต้ม) เพราะส่วนตัวแล้วเอาใจใส่กับเรื่องภาษามาก
ถ้าอ่าน ๆ ไปแล้วเจอ สะกดผิด พิมพ์พลาด ผิดไวยากรณ์ภาษาไทย ใช้คำไม่ถูกต้อง ลงคำพูดผิดช่อง หรืออะไรที่ทำให้อ่านแล้ว "สะดุด" จะค่อนข้างไม่พอใจ
ก็เลยติดตามต่อ ในฐานะที่เป็นผู้ซื้อ ผู้อ่าน

แต่ยิ่งอ่านไปอ่านมา...ก็มีอีกสาเหตุหนึ่ง คือในฐานะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดทำ
เพราะเคยรับจ๊อบพิเศษเกี่ยวกับสำนักพิมพ์การ์ตูนเหมือนกัน
เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ หรือเดาเอาเองเนี่ย (ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงเพราะไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่รู้เรื่องภายในของเขา) ต้นฉบับและบทแปล จะผ่านมือหลายคน
และควรจะได้ผ่านการตรวจทานหลายหน คร่าว ๆ น่าจะประมาณนี้

- นักแปล แปลเป็นภาษาไทย
- นักแปลคนเดิม (ควรจะ)ตรวจทานและแก้ไข/ขัดเกลาภาษา

- อันนี้ไม่แน่ใจ ว่าเขามีคนอ่านปรูฟบทแปลก่อนไหม แต่อาจจะไม่มี

- ฝ่ายกราฟฟิคหรืออะไรก็ตาม เอาบทแปลไปจัดลงในช่อง ซึ่งก็น่าจะเห็น หรือตรวจทาน/แก้ไขจุดผิดด้วย
(อันนี้แหละที่เราเคยทำ ซึ่งที่เดาว่าเขาไม่มีคนตรวจภาษาไทยก่อนส่งมาให้เรา ก็เพราะเคยเจอจุดผิดเยอะมาก
ถึงขนาดจัดลงช่องไปก็ต้องแก้ไปพลาง เครียดไปพลาง แทบจะดึงผมตัวเองหลุดออกมาเป็นกระจุก)
- พอเรียงลงช่องเสร็จแล้วก็ต้องอ่านตรวจอีกรอบ แล้วค่อยส่ง

- มีผู้อ่านตรวจทาน (อาจเทียบเคียงกับภาษาญี่ปุ่น หรืออาจตรวจเฉพาะภาษาไทย ก็ไม่แน่ใจ) อีกอย่างน้อย 1 รอบ
(อันนี้มั่นใจว่ามีคนตรวจ เพราะว่าเคยมีคำพูดแปลก ๆ ในบทแปล ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจ ก็ส่งไปทั้งแบบนั้น
แต่หนังสือที่พิมพ์ออกมามีการแก้ไขได้ดีและลงตัว ถูกใจเรายิ่งนัก)

- บก.อาจจะมีการตรวจซ้ำอีกรอบ

ซึ่งถ้านับนิ้วจากการกะคร่าว ๆ ของเราแล้ว มันต้องผ่านสายตาคนอย่างน้อย 3 คน (หรืออย่างมาก 5 คนขึ้นไป)
หรือถ้าคุณเมพ!!! คนเดียวทำทุกอย่าง มันก็ควรจะผ่านตาคุณอย่างน้อย 4 รอบ (หรืออย่างมาก 7 รอบขึ้นไป)

ซึ่งสำหรับสำนักพิมพ์ที่ขายงานเป็นชิ้นเป็นอัน คงไม่มี one man show แบบนั้น
และ(ในกรณีตรวจละเอียดมาก)การที่คน 5 คน ได้อ่านผ่านตารวมกัน 7 รอบ ย่อมมีความแม่นยำสูง และหาข้อผิดได้ละเอียดกว่าคนเดียวอ่าน 7 รอบ

แต่จะตรวจยังไง มันก็อาจจะยังมีหลุด ๆ ไปบ้าง
อย่างเราขนาดตรวจเองตั้ง 2 รอบ (หลังจากเรียงช่องเสร็จ) บางทีส่งงานไปแล้วยังเพิ่งเห็นเลยว่า มีคำพูดหลุดกรอบช่องนึง
(ก็ต้องแจ้ง บก. หรือหัวหน้าสายงานไป ว่าช่วยไปดูแล้วแก้ให้ที ไม่ก็แก้เองแล้วส่งไฟล์ใหม่ให้เขา)
แต่กว่าจะหมดทุกขั้นตอนนั่น เท่าที่เห็นด้วยตาตัวเอง พอพิมพ์ออกมา ก็เหลือจุดผิดอย่างมากเล่มละ 2-3 แห่ง

ก็เลยรู้สึกประทับใจแปลก ๆ กับความผิดพลาดที่มีมากมายนับไม่ถ้วนของเล่มนั้น (นับเฉพาะการ์ตูน)
และก็พาลให้รู้สึกสงสัยว่าเขามีขั้นตอนการทำงานกันอย่างไร จึงปล่อยให้มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแบบผิดพลาด(อาน)ขนาดนั้น

ส่วนตัวแล้วคิดว่า feedback จากผู้บริโภคเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง
ข้อบกพร่องของผู้ผลิต มันก็เหมือนอะไรที่ติดอยู่ข้างหลัง
ไม่สามารถมองเห็นด้วยตนเองได้ ต้องอาศัยกระจก ก็คือผู้บริโภคนั่นแหละ
อะไรที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก็ควรจะปรับปรุง
เพราะฉะนั้นเวลาเราเห็นว่าอะไรไม่ดี เราก็จะพยายามส่งเสียงไปให้ถึงผู้ผลิตเสมอ
เพราะเราอยากได้สินค้าและบริการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือไม่ก็รักษาคุณภาพดี ๆ แบบเดิม ๆ เอาไว้

ป.ล. ยาววุ้ยยยย มุงดราม่านี่เสียเวลาทำมาหากินจริงจริ๊ง 555
เราขอพอแล้วนะ แสดงจุดยืนเสร็จสิ้นแล้วค่ะ
ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของผู้บริโภค(คนอื่น)ที่จะตัดสินใจกันเอาเองว่าตัวเองต้องการเช่นไร มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล บังคับแนวคิดกันไม่ได้
 
 
*************************
จบข้อความจาก คคห. 94
*************************
 
อนึ่ง อันนี้เป็นดราม่าเบา ๆ ที่เราอ่านมาตั้งแต่กระทู้แรก (จริง ๆ มันก็มีแค่ 3 กระทู้แหละ ไม่ยาวด้วย เพราะมีแตกประเด็นเป็นสองกระทู้เท่านั้น)
ใครต้องการอ่านว่าเกิดอะไรขึ้นในกระทู้แรก สามารถไปหาอ่านสรุปได้ที่นี่
 

edit @ 22 Jun 2011 00:23:45 by Valentino

2008/Apr/21

คงเคยมีบ้างใช่ไหมคะ ที่คุณโกรธ โมโห เคือง หรือแค้นใครถึงขนาดเผลอแช่ง ไม่ว่าจะ "ขอให้มันคว่ำโค้งหน้า" "สาธุ ขอให้มันล่มจม"  "ขอให้มันล้มละลาย เพี้ยง!!"  "ขอให้กรรมตามสนอง"  "ไม่ได้ตายดีแน่มึง"  "ขอให้มันเจอแบบนี้บ้างเถอะวะ"  ฯลฯ

ปรกติก็คงแช่งเล่น ๆ หรือบ่นไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์หงุดหงิดเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไร.... ก็โอเคค่ะ คนเรามีได้ทั้งนั้น เราเองก็เผลอแช่งคนอื่นบ่อย ๆ (ส่วนมากจะเป็นเมื่อดูข่าวอาชญากรรม ก็สาปแช่งคนร้ายไปเรื่อย)

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีเหตุการณ์ "กรรมตามสนอง" เกิดขึ้น (และกำลังเป็นข่าวอยู่) เราก็คิดนะคะว่า การที่เกิดเรื่องแบบนั้น มันก็สมควรแล้ว เพราะคนคนนั้นทำตัวเองแท้ ๆ คือถ้าไม่ทำชั่วก่อน เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิด แต่นี่เพราะกรรมคือผลของการกระทำ เคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของคนคนนั้นเอง เพราะฉะนั้นมันก็สาสมแล้วกับการกระทำของเขา ความรู้สึกของเราอาจจะไม่ถึงขั้นคิดว่า "สมน้ำหน้า" แต่ยังอยู่แค่ในขั้นคิดว่า "ตัวเองทำตัวเองแท้ ๆ" ไม่ก็ "กรรมสนองนี่เนอะ" เท่านั้น และใจหนึ่งก็คิดว่า ดีแล้วล่ะที่เกิดเรื่องนี้ เขาจะได้เข็ดหลาบ ไม่ทำอีก ซ่าเพราะมีรถซิ่ง รถพัง ๆ ไปซะได้ก็ดี จะได้หายซ่า

แต่ ไปอ่านกระทู้ในบอร์ดแห่งหนึ่งแล้วอดใจหายไม่ได้ บางความเห็นเข้ามาแสดงความสะใจ ความสมน้ำหน้าแบบใส่อารมณ์มาก เราอ่านแล้วยังกลัวเลย ว่าทำไมเค้าใจร้ายได้ขนาดนี้ แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ค่ะ คิดซะว่าคนพิมพ์ พิมพ์ไปด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อการกระทำชั่วอันนั้น แต่บางคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นทำนองว่า "แค่นี้ยังน้อยไป"  "ทำไมมันไม่ตาย ๆ ไปซะเลยนะ"  "น่าจะตายไปซะรู้แล้วรู้รอดเลย คนแบบนี้รกโลก"  "น่าเสียดายที่มันไม่ถึงตาย"  ฯลฯ อ่านแล้วใจสั่นค่ะ.... ว่าเอ๊ะ คนเราอะไรจะเจ็บแค้นขนาดนั้น ใจจืดใจดำขนาดนั้นเลยเหรอ

จริงอยู่ว่าการกระทำของเขา เป็นเรื่องผิด และก่อความเดือดร้อนให้คนอื่นจำนวนมาก แต่.... ไม่รู้สิ เราคิดว่าเขาก็ยังไม่ถึงขนาดปล้นฆ่า ข่มขืนแล้วฆ่า เอามีดกระซวกใครไส้ทะลัก หรือยิงคนอื่นสมองไหล แม้ว่าสิ่งที่เขาก่อขึ้น เพื่อก่อกวน ป่วน รังแกให้คนอื่นเสียทรัพย์ และแตกตื่นตกใจนั้น มัน "สามารถ"ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่นได้ แต่เราก็ยังคิดว่า มันไม่น่าจะถึงขนาดต้องให้ตายชดใช้

จริงค่ะว่าเราเองไม่ได้สงสารนายคนนั้นเลยแม้แต่น้อยค่ะ แต่ก็ยังไม่อาจหักใจไปคิดแช่งให้เขาตายตกไปได้ลงคอ

ถ้าเป็นคนร้ายฆ่าหั่นศพ ก่อคดีต่อเนื่อง ฆ่าเด็กเล็กและคนแก่โดยไม่ละเว้น แบบนั้นสิคะถึงจะน่าแค้นขนาดอยากฆ่าให้ตายคามือ จับมันมาแล่เป็นชิ้น ๆ บ้าง ให้มันรู้สึกถึงความกลัวของเหยื่อที่มันเคยกระทำ....

แต่กรณีนี้ อ่านแล้วก็....อดสะท้อนถอนใจไม่ได้ ว่าทำไมคนดีในสังคมถึงใจอำมหิตขนาดนี้ หรือเป็นเพราะสิ่งที่เขาพูด พิมพ์ออกมา มันไม่ได้เป็นการลงมือทำจริง ๆ เลยพูดไปงั้น ๆ โดยไม่ได้คิดอะไร? แค่บ่นระบายอารมณ์เท่านั้น?

 เฮ้อ...แอบรู้สึกว่าน่ากลัวนะคะนี่

edit @ 21 Apr 2008 18:26:40 by Valentino

2008/Mar/28

Entry นี้ว่าด้วยเรื่องภาษาวิบัติตามเว็บบอร์ด หรือที่ผู้ใช้อินเตอร์เนตติดมาจากห้องแชท (เช่น IRC) หรือ Instant Messenger ต่าง ๆ (เช่น MSN) บางคนก็เรียกว่า ภาษาแชท บางคนก็เรียกว่า ภาษาเกรียน

เคยบ้างไหมคะที่อ่านแล้วรู้สึกคัน (ไม่ว่าจะคันมือ คันเท้า หรือคันปากยิบ ๆ)

อันนี้ขอไม่เอ่ยถึงเวลาวิบัติในบล็อกตัวเอง ไดอารี่ออนไลน์ เจอร์นัลออนไลน์ เว็บไซต์ส่วนตั๊วส่วนตัวของใครก็แล้วกัน เพราะบางคนก็เขียนแก้เหงา เขียนให้ตัวเองอ่าน หรือเขียนสำหรับแวดวงเพื่อนสนิท มันคือพื้นที่ส่วนตัวของเขา เขาจะแอ๊บแบ๊ว จะหลุดโลกแค่ไหนก็เป็นสิทธิเสรีภาพของเขา ถ้าเราเห็นอย่างมากก็แค่ไม่อ่าน ปิดหน้าต่างซะ เพราะไม่มีใครบังคับให้อ่าน....

ฉะนั้นวันนี้จะขอพูดถึง “พาสาปังยาอ่อง” (คำคำนี้เพื่อนอีกคนที่เป็นสต๊าฟใจร้ายของบอร์ด เขาเป็นคนเริ่มใช้ก่อน เราเลยขโมยมาใช้บ้าง) ที่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะ ที่หลาย ๆ คนใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ที่ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งค่ะ อย่างเช่น ในเว็บบอร์ด เป็นต้น

 

แต่ก่อนอื่นต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ได้เกลียดภาษาเพี้ยน ๆ พวกนั้นจนขนาดเห็นไม่ได้ เพียงแต่ถ้ามันปรากฏผิดที่ ผิดเวลา ผิดกาลเทศะ มันก็คงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกว่าไม่งาม และพลอยรู้สึกรำคาญ รกหูรกตาไปด้วยใช่ไหมคะ? สำหรับเรา ถ้าเป็นการคุยกันเล่น ๆ ไม่ว่าจะแบบ 1:1 อย่างใน MSN หรือ 1:หลาย ในห้อง chat ก็รู้สึกเฉย ๆ นะคะ ยอมรับได้ และบางครั้งก็ใช้เองเสียด้วย ทั้งใน MSN หรือ ในห้อง chat หรือบางครั้งก็โพสต์ลงบอร์ดด้วย แต่ไม่ได้ใช้ไปเสียทุกคำ จนคนอ่านต้องเอามาตีรหัสลับ ว่าอีนี่มันพล่ามอะไร!?

ที่จะใช้บ่อยมักเป็นคำลงท้ายประโยค เช่น งิบ งับ ซึ่งตำแหน่งที่ใช้งานจะคล้ายครับ/ค่ะ
หรือใช้ “จิ” ใช้ “งิ” แทนคำว่า “สิ” หรือ “ซิ”

---------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างการใช้งาน
เพื่อน :
“ร้อนนนนน ตอนนี้เราอยากกินอะไรเย็น ๆ มากเลย ไปกินบุฟไอติมกันเตอะ ใครสนมั่งอ่ะ โมจิไปป่าววววว?”
เรา
: “สน ๆ ๆ ๆ ๆ ไปด้วยจิ อาทิตย์นี้ว่างทุกวัน นัดวันมาเลยงิบ!”

---------------------------------------------------------------------------------------------

คือส่วนมากเราจะไม่ใช้กั