entry นี้เป็นการพล่าม บ่น เพ้อเจ้อ แสดงความคิดเห็นส่วนตัว และเป็นการเกริ่นถึง tag "ทำความดีเพื่อพ่อ" ที่จะเขียนใน entry ถัดไป ฉะนั้นท่านผู้อ่านท่านใดที่ต้องการอ่าน "เนื้อ" ของ tag ดังกล่าว กรุณาไปอ่านหน้าถัดไปนะคะ entry นี้ขอพูดยาวด้วยความเห็นและความรู้สึกส่วนตัวค่ะ คือเนื้อหามันออกจะส่วนตั๊วส่วนตัวไปหน่อย เฉไฉออกนอกเรื่องก็มาก เลยแยกออกมาต่างหากดีกว่าเพราะมันค่อนข้างจะมีแต่น้ำอ่ะนะคะ ไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไหร่
เรื่องทำความดีถวายในหลวงนี่.... คือว่ากันตามตรง ดิฉันเป็นคนที่ชอบเบะปาก ทำหน้า "ยี้" ค่ะ เมื่อเห็นใคร ๆ (โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ) พากันทำนู่นทำนี่เพื่อใครหรือเพื่อถวายในหลวง โดยออกกฏหรือระเบียบอะไรที่เหมือนเป็นการบังคับกลาย ๆ หรือมีใครปลุกระดม ทำนู่นทำนี่เพื่อถวายในหลวง (แหม แอบรู้สึกว่ามันเสแสร้งยังไงไม่ทราบ) เพราะดิฉันมีความคิดเป็นส่วนตัวว่า การที่คนเราจะแสดงความรัก เคารพ หรือเทิดทูน หรือทำอะไรเพื่อใครคนหนึ่งแล้ว การที่ทำเองด้วยเจตนาของตน ด้วยความเต็มใจ มันย่อมน่าซาบซึ้งตรึงใจ และยังมีคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าการบังคับด้วยกฎระเบียบ หรือทำเพราะใครปลุกระดมหรือเสี้ยมสอนมากมายนัก... (ขอเอาไปผูกกับเรื่อง "ให้จอดรถเพื่อลงมายืนเคารพธงชาติ" หน่อยนะคะ... แหมมันขัดใจจริง ๆ คือไม่เห็นต้องพยายามออกเป็นกฏหมายเลย เท่าที่เราเห็น ใคร ๆ ที่เดินถนนเขาก็หยุดยืนเพื่อเคารพธงชาติกันทั้งนั้น แต่คนที่ขับรถน่ะ สภาพมันไม่เอื้ออำนวยเสียหน่อย จะหยุดทำไม.... ถึงไม่หยุดก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักชาตินี่นา) แต่ว่า tag นี้เท่าที่ได้ไปอ่านมาบ้าง มันรู้สึกขนลุกด้วยความตื้นตันมากค่ะ เพราะอ่านแล้วรู้สึกถึงความปรารถนาดีและความจริงใจของหลาย ๆ คนเลยเชียวล่ะ ว่ามันมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ได้เกิดจากการแห่ตามกระแสเฉยๆ หรือเกิดจากการบังคับอะไรทั้งสิ้น และที่สำคัญ เป้าหมายของแทบทุกคนที่เห็น ก็เป็นเป้าหมายที่ทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง และส่วนมากจะเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เริ่มทำและทำต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งได้ด้วยตัวเอง และทำได้ง่าย ๆ จากที่บ้าน จากตนเอง จากในชีวิตประจำวัน... ไม่ใช่สักแต่เขียนขึ้นลอย ๆ เพื่อเสแสร้งใด ๆ ทั้งสิ้น อ่านแล้วมันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเลยทีเดียว
เมื่อก่อนนี้ (และปัจจุบันนี้เป็นบางเวลาด้วย) ดิฉันคิดค่ะว่า คนเราจะทำความดี ทำไมต้องรอให้ถึงโอกาสสำคัญ? ทำไมต้องให้ถึงเทศกาล? ทำไมต้องทำเพื่อใคร? ทำไมไม่ทำดีให้เป็นประจำล่ะ ทำเพื่อตัวเองไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมีเป้าหมายอยู่ที่"ทำดีเพื่อใครคนอื่น" ด้วยล่ะ?
ยกตัวอย่างเช่น วันแม่แห่งชาติ.... มักจะมีสโลแกนหรือคำขวัญว่า วันนี้คุณทำดีเพื่อคุณแม่แล้วหรือยัง? วันนี้คุณเป็นลูกที่ดีของแม่แล้วหรือยัง? วันแม่นี้รักคุณแม่ของคุณหรือยัง? อ้าวเอ๊ะ ทำไมล่ะ ก็ชั้นเป็นลูกที่ดีมาตลอดนี่ ทำไมต้องมาจำเพาะเจาะจงว่าทำดีในวันแม่ด้วย? ก็ชั้นรักคุณแม่ปีละ 365 วันอยู่แล้วนี่หว่า.... วันแม่จะมีอะไรพิเศษพิสดารไปกว่าวันอื่น ๆ ได้อีกล่ะ นอกจากของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะบ่งบอกว่าเรา "รำลึก" ถึงวันนี้เป็นพิเศษ (เช่น หาดอกมะลิ หรือพวงมาลัยมากราบคุณแม่) มันก็ไม่มีอะไรอื่นให้ทำแล้วนี่... และที่สำคัญมันก็เป็นเรื่องทางวัตถุด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับจิตใจ อารมณ์ หรือความรักที่มีต่อแม่เลย เพราะถึงในวันแม่เราจะไม่ฉลองอะไร ไม่ทำอะไรพิเศษให้แม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักแม่ หรือเรารักแม่ไม่มากเท่าคนอื่น....
แต่ถ้าคิดดูอีกแง่ การเฉลิมฉลองอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ มันก็คงช่วยสร้างความชุ่มชื่นหัวใจให้กับหลาย ๆ คนได้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือลูก ที่ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาว่างให้กับอีกฝ่าย หรือเพราะชีวิตประจำวันมีภาระมาก จนไม่มีเวลาใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่ค่อยได้แสดงออกถึงความรักหรือความเอาใจใส่แบบนี้ พอมีโอกาสพิเศษอะไร ก็อยากจะทำอะไรให้มันเด่นชัดขึ้นมา เพื่อความยินดีหรือสนุกสนานของตนเองและคนในครอบครัว...
นอกจากนี้ไอ้การ "ทำความดีเพื่อแม่" หรือ เพื่อใคร (ซึ่งไม่ใช่ตัวเอง) คิดดูดี ๆ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจและแรงขับดันที่ดีเหมือนกัน เพราะบางคน (อย่างเช่นดิฉันเป็นต้น) อาจจะไม่มีวินัยในตนเองมากพอ หรือใจไม่แข็งพอ จึงทำอะไรให้ตลอดรอดฝั่งไม่ได้ (เช่น ดิฉันเองอีกนั่นแหละ ที่ตื่นเช้าให้ตลอดปีหรือตลอดเดือนไม่ได้ หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ วันไม่ได้ เพราะมักจะเผลอขี้เกียจ) การที่มีสิ่งยึดเหนื่ยวอย่างอื่นมาช่วยค้ำจุนไว้ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เราทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้บรรลุเป้าหมายได้มั่นคงขึ้น เพราะบางครั้งแรงบันดาลใจจากภายในตัวของตนเอง มันอาจจะแผ่วกำลังลงไปบ้างตามความเหนื่อยล้าอ่อนแรง หรือความท้อแท้ระทดระทวยที่สะสมไว้ล่ะมั้ง... เพราะงั้นเมื่อใดที่ตัวเองเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้ตัวเองไม่ได้ ก็เบนเป้าไปยึดเหนี่ยวบุคคลซึ่งเป็นที่รักและเราเห็นว่าเป็นคนสำคัญแทน ก็จะมีกำลังฮึดขึ้นมาได้อีกเฮือกหนึ่ง เราเองก็จำต้องยอมรับเหมือนกันว่า บางครั้งการทำอะไรเพื่อใครสักคน มันทำให้มีแรงมีกำลัง และมีใจฮึกเหิมขึ้นมาได้อย่างประหลาด ไม่เห็นเหมือนเวลาทำอะไรเพื่อตัวเองเลย...
อีกอย่าง... เมื่อกี้ตอนที่ใคร่ครวญในระหว่างอาบน้ำ เราเองก็คิดว่า เออ หรือว่าลึก ๆ แล้วพวกโครงการทำนู่นทำนี่เพื่อถวายในหลวงนี่ ส่วนหนึ่งคงเกิดมาจากใจรักอันบริสุทธิ์...กระมัง คือคนเราถ้ารักคนในครอบครัว อยากจะแสดงออกอย่างไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม เช่น รักพ่อ แ่ค่รักอยู่ในใจเฉย ๆ อาจจะไม่รู้สึกว่าเพียงพอ ก็เลยอยากดูแลเอาใจใส่พ่อ ก็คอยปรนนิบัติพัดวี จัดน้ำจัดอาหารให้พ่อ ดูแลเรื่องในชีวิตประจำวันให้พ่อ พูดจาหวาน ๆ กับพ่อ พูดคุยหรือเล่นหัวกับพ่อเพื่อคลายความเหนื่อยและความเครียดให้พ่อ ซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พ่อ หรือทำอะไรดี ๆ มาอวดพ่อ เป็นต้น... แต่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นบุคคลที่เราไม่สามารถปฏิบัติเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ทรงอยู่ไกลจากเรา และเราก็ไม่ได้พบกับพระองค์เป็นการส่วนตัว ดังนั้นคนที่รักท่าน จึงอยากจะทำอะไรให้ปรากฏเป็นรูปธรรมบ้าง ต้องการแสดงออกถึงความรักที่อัดอยู่ในใจบ้าง มันก็เลยคลอดออกมาเป็นโครงการต่าง ๆ นานาที่เห็นอยู่ปัจจุบัน...
เออ ก็ไม่แปลกเนอะ กับการที่"รัก"เลยอยาก"แสดงออก"เนี่ย
เอาล่ะ เพราะฉะนั้น...เมื่อคิดไปคิดมาแล้วการทำดี(เพื่อตนเอง แต่)ถวายแด่ในหลวง ก็เป็นโครงการที่ดีไม่เลวนี่เนอะ
edit @ 22 Nov 2007 14:17:23 by Valentino