Myself

entry นี้เป็นการพล่าม บ่น เพ้อเจ้อ แสดงความคิดเห็นส่วนตัว และเป็นการเกริ่นถึง tag "ทำความดีเพื่อพ่อ" ที่จะเขียนใน entry ถัดไป ฉะนั้นท่านผู้อ่านท่านใดที่ต้องการอ่าน "เนื้อ" ของ tag ดังกล่าว กรุณาไปอ่านหน้าถัดไปนะคะ entry นี้ขอพูดยาวด้วยความเห็นและความรู้สึกส่วนตัวค่ะ คือเนื้อหามันออกจะส่วนตั๊วส่วนตัวไปหน่อย เฉไฉออกนอกเรื่องก็มาก เลยแยกออกมาต่างหากดีกว่าเพราะมันค่อนข้างจะมีแต่น้ำอ่ะนะคะ ไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไหร่


เรื่องทำความดีถวายในหลวงนี่.... คือว่ากันตามตรง ดิฉันเป็นคนที่ชอบเบะปาก ทำหน้า "ยี้" ค่ะ เมื่อเห็นใคร ๆ (โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ) พากันทำนู่นทำนี่เพื่อใครหรือเพื่อถวายในหลวง โดยออกกฏหรือระเบียบอะไรที่เหมือนเป็นการบังคับกลาย ๆ หรือมีใครปลุกระดม ทำนู่นทำนี่เพื่อถวายในหลวง (แหม แอบรู้สึกว่ามันเสแสร้งยังไงไม่ทราบ) เพราะดิฉันมีความคิดเป็นส่วนตัวว่า การที่คนเราจะแสดงความรัก เคารพ หรือเทิดทูน หรือทำอะไรเพื่อใครคนหนึ่งแล้ว การที่ทำเองด้วยเจตนาของตน ด้วยความเต็มใจ มันย่อมน่าซาบซึ้งตรึงใจ และยังมีคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าการบังคับด้วยกฎระเบียบ หรือทำเพราะใครปลุกระดมหรือเสี้ยมสอนมากมายนัก... (ขอเอาไปผูกกับเรื่อง "ให้จอดรถเพื่อลงมายืนเคารพธงชาติ" หน่อยนะคะ... แหมมันขัดใจจริง ๆ คือไม่เห็นต้องพยายามออกเป็นกฏหมายเลย เท่าที่เราเห็น ใคร ๆ ที่เดินถนนเขาก็หยุดยืนเพื่อเคารพธงชาติกันทั้งนั้น แต่คนที่ขับรถน่ะ สภาพมันไม่เอื้ออำนวยเสียหน่อย จะหยุดทำไม.... ถึงไม่หยุดก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักชาตินี่นา) แต่ว่า tag นี้เท่าที่ได้ไปอ่านมาบ้าง มันรู้สึกขนลุกด้วยความตื้นตันมากค่ะ เพราะอ่านแล้วรู้สึกถึงความปรารถนาดีและความจริงใจของหลาย ๆ คนเลยเชียวล่ะ ว่ามันมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ได้เกิดจากการแห่ตามกระแสเฉยๆ หรือเกิดจากการบังคับอะไรทั้งสิ้น และที่สำคัญ เป้าหมายของแทบทุกคนที่เห็น ก็เป็นเป้าหมายที่ทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง และส่วนมากจะเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่เริ่มทำและทำต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งได้ด้วยตัวเอง และทำได้ง่าย ๆ จากที่บ้าน จากตนเอง จากในชีวิตประจำวัน... ไม่ใช่สักแต่เขียนขึ้นลอย ๆ เพื่อเสแสร้งใด ๆ ทั้งสิ้น อ่านแล้วมันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาเลยทีเดียว


เมื่อก่อนนี้ (และปัจจุบันนี้เป็นบางเวลาด้วย) ดิฉันคิดค่ะว่า คนเราจะทำความดี ทำไมต้องรอให้ถึงโอกาสสำคัญ? ทำไมต้องให้ถึงเทศกาล? ทำไมต้องทำเพื่อใคร? ทำไมไม่ทำดีให้เป็นประจำล่ะ ทำเพื่อตัวเองไม่ได้เหรอ ทำไมต้องมีเป้าหมายอยู่ที่"ทำดีเพื่อใครคนอื่น" ด้วยล่ะ?

ยกตัวอย่างเช่น วันแม่แห่งชาติ.... มักจะมีสโลแกนหรือคำขวัญว่า วันนี้คุณทำดีเพื่อคุณแม่แล้วหรือยัง? วันนี้คุณเป็นลูกที่ดีของแม่แล้วหรือยัง? วันแม่นี้รักคุณแม่ของคุณหรือยัง? อ้าวเอ๊ะ ทำไมล่ะ ก็ชั้นเป็นลูกที่ดีมาตลอดนี่ ทำไมต้องมาจำเพาะเจาะจงว่าทำดีในวันแม่ด้วย? ก็ชั้นรักคุณแม่ปีละ 365 วันอยู่แล้วนี่หว่า.... วันแม่จะมีอะไรพิเศษพิสดารไปกว่าวันอื่น ๆ ได้อีกล่ะ นอกจากของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะบ่งบอกว่าเรา "รำลึก" ถึงวันนี้เป็นพิเศษ (เช่น หาดอกมะลิ หรือพวงมาลัยมากราบคุณแม่) มันก็ไม่มีอะไรอื่นให้ทำแล้วนี่... และที่สำคัญมันก็เป็นเรื่องทางวัตถุด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับจิตใจ อารมณ์ หรือความรักที่มีต่อแม่เลย เพราะถึงในวันแม่เราจะไม่ฉลองอะไร ไม่ทำอะไรพิเศษให้แม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักแม่ หรือเรารักแม่ไม่มากเท่าคนอื่น....

แต่ถ้าคิดดูอีกแง่ การเฉลิมฉลองอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ มันก็คงช่วยสร้างความชุ่มชื่นหัวใจให้กับหลาย ๆ คนได้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือลูก ที่ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาว่างให้กับอีกฝ่าย หรือเพราะชีวิตประจำวันมีภาระมาก จนไม่มีเวลาใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่ค่อยได้แสดงออกถึงความรักหรือความเอาใจใส่แบบนี้ พอมีโอกาสพิเศษอะไร ก็อยากจะทำอะไรให้มันเด่นชัดขึ้นมา เพื่อความยินดีหรือสนุกสนานของตนเองและคนในครอบครัว...

นอกจากนี้ไอ้การ "ทำความดีเพื่อแม่" หรือ เพื่อใคร (ซึ่งไม่ใช่ตัวเอง) คิดดูดี ๆ แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจและแรงขับดันที่ดีเหมือนกัน เพราะบางคน (อย่างเช่นดิฉันเป็นต้น) อาจจะไม่มีวินัยในตนเองมากพอ หรือใจไม่แข็งพอ จึงทำอะไรให้ตลอดรอดฝั่งไม่ได้ (เช่น ดิฉันเองอีกนั่นแหละ ที่ตื่นเช้าให้ตลอดปีหรือตลอดเดือนไม่ได้ หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ วันไม่ได้ เพราะมักจะเผลอขี้เกียจ) การที่มีสิ่งยึดเหนื่ยวอย่างอื่นมาช่วยค้ำจุนไว้ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เราทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้บรรลุเป้าหมายได้มั่นคงขึ้น เพราะบางครั้งแรงบันดาลใจจากภายในตัวของตนเอง มันอาจจะแผ่วกำลังลงไปบ้างตามความเหนื่อยล้าอ่อนแรง หรือความท้อแท้ระทดระทวยที่สะสมไว้ล่ะมั้ง... เพราะงั้นเมื่อใดที่ตัวเองเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้ตัวเองไม่ได้ ก็เบนเป้าไปยึดเหนี่ยวบุคคลซึ่งเป็นที่รักและเราเห็นว่าเป็นคนสำคัญแทน ก็จะมีกำลังฮึดขึ้นมาได้อีกเฮือกหนึ่ง เราเองก็จำต้องยอมรับเหมือนกันว่า บางครั้งการทำอะไรเพื่อใครสักคน มันทำให้มีแรงมีกำลัง และมีใจฮึกเหิมขึ้นมาได้อย่างประหลาด ไม่เห็นเหมือนเวลาทำอะไรเพื่อตัวเองเลย...

อีกอย่าง... เมื่อกี้ตอนที่ใคร่ครวญในระหว่างอาบน้ำ เราเองก็คิดว่า เออ หรือว่าลึก ๆ แล้วพวกโครงการทำนู่นทำนี่เพื่อถวายในหลวงนี่ ส่วนหนึ่งคงเกิดมาจากใจรักอันบริสุทธิ์...กระมัง คือคนเราถ้ารักคนในครอบครัว อยากจะแสดงออกอย่างไรก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม เช่น รักพ่อ แ่ค่รักอยู่ในใจเฉย ๆ อาจจะไม่รู้สึกว่าเพียงพอ ก็เลยอยากดูแลเอาใจใส่พ่อ ก็คอยปรนนิบัติพัดวี จัดน้ำจัดอาหารให้พ่อ ดูแลเรื่องในชีวิตประจำวันให้พ่อ พูดจาหวาน ๆ กับพ่อ พูดคุยหรือเล่นหัวกับพ่อเพื่อคลายความเหนื่อยและความเครียดให้พ่อ ซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พ่อ หรือทำอะไรดี ๆ มาอวดพ่อ เป็นต้น... แต่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นบุคคลที่เราไม่สามารถปฏิบัติเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ทรงอยู่ไกลจากเรา และเราก็ไม่ได้พบกับพระองค์เป็นการส่วนตัว ดังนั้นคนที่รักท่าน จึงอยากจะทำอะไรให้ปรากฏเป็นรูปธรรมบ้าง ต้องการแสดงออกถึงความรักที่อัดอยู่ในใจบ้าง มันก็เลยคลอดออกมาเป็นโครงการต่าง ๆ นานาที่เห็นอยู่ปัจจุบัน...

เออ ก็ไม่แปลกเนอะ กับการที่"รัก"เลยอยาก"แสดงออก"เนี่ย

เอาล่ะ เพราะฉะนั้น...เมื่อคิดไปคิดมาแล้วการทำดี(เพื่อตนเอง แต่)ถวายแด่ในหลวง ก็เป็นโครงการที่ดีไม่เลวนี่เนอะ


edit @ 22 Nov 2007 14:17:23 by Valentino

ได้ TAG นี้มาจากคุณเดเด้ http://deltadrive.exteen.com/20071111/tag ค่ะ

Tag : ทำความดีเพื่อพ่อ

Blog Tag คืออะไร? - เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 พวกเราในฐานะคนเขียนบล็อก/เว็บไดอารี่ ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรง และพวกเราปรารถนาที่จะทำความดีคนละหนึ่งอย่างเพื่อพ่อหลวงของพวกเรา

Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน


กติกา

1. ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร? ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ

2. เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้

3. เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บ http://www.dogood.or.th/

4. ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง 5 คนด้วย และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้แก้ลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก

5. เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ http://www.dogood.or.th/banner_exchange/ แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน

6. เข้าไปแจ้งที่ http://blog.macroart.net/dogood/ ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว

7. ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย



*หมายเหตุ*
คำว่า วโรกาส จากที่เปิด ๆ อ่าน blog ของใครต่อใคร มีบล็อกหนึ่ง(< คลิกเพื่อเข้าไปอ่านได้)บอกว่า ต้องใช้คำว่า โอกาส เพราะคำว่า "วโรกาส" เป็นคำที่พระเจ้าอยู่หัวต้องทรงใช้เองเท่านั้น และจากการค้นคว้าเพิ่มเติมของคุณ เดเด้ (DeltaDrive) พบว่าเป็นคำที่ใช้เมื่อเราทูลขอพระราชทานโอกาสพิเศษใด ๆ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้เมื่อพระองค์พระราชทานโอกาสพิเศษใด ๆ แก่เราเท่านั้น ดังนั้นการเขียน tag เนื่องใน"โอกาสพิเศษ"นี้เราคิดกันเองทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวกับการพระราชทานใด ๆ ทั้งสิ้น จึงน่าจะต้องใช้คำว่า "โอกาส" เฉย ๆ แทน



*เข้าเรื่อง tag*
อุ ๆ ๆ เป็น tag ที่ระเบียบเยอะจริง ๆ แต่การที่มีระเบียบเข้ามาช่วย ก็ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบและดูแลง่ายขึ้น นับว่าดีมากค่ะ ช่วยในด้านความสะดวกด้วย ลดความสะเปะสะปะ แถมยังมี"ตัวช่วย"สำหรับผู้ที่ "โนไอเดีย" เสียด้วย เป็น tag ที่มีการบริหารดีมากเลยทีเดียวนะนี่ เป็นล่ำเป็นสันดีเลยล่ะ

และ manual หรือ"คู่มือ" ที่มีให้โหลดมาอ่าน (.pdf) นั่น มีข้อมูลดีมากเลยนะ บางเรื่องนี่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้รู้ เป็นเอกสารที่มีประโยชน์มาก ๆ หรือบางเรื่องแม้จะเอาไปใช้เองโดยตรงไม่ได้ แต่ก็เป็นความรู้ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงหัวข้อ "ทำดีง่าย ๆ เริ่มที่กายแข็งแรง" มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเต็มไปหมด น่าสนใจ น่ารู้ และน่าจำไปใช้จริง ๆ

อ่า เขียนอธิบายอะไรเสียยืดยาว..(และจริงๆยาวกว่านี้อีก แต่ตัดไปใส่ entry อื่นไว้ แยกกันต่างหากค่ะ ถ้าใครสนใจอยากอ่านความคิดเห็นเพิ่มเติมของดิฉัน ก็กดเข้าไปอ่านได้นะคะ ในหน้านี้ "Introduction - Tag ทำความดีเพื่อพ่อ" )

เอาล่ะ มาตอบโจทย์ของ tag กัน

เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมสลายของธรรมชาติ เป็นอะไรที่ทิ่มแทงใจเรามานานแล้ว และยังเป็นเรื่องที่ได้ฟังกี่ครั้งก็สลดหดหู่เหลือประมาณ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสเอื้ออำนวย และมีแรงบันดาลใจส่งมาเกยถึงตัวแบบนี้ ก็จะขอทำอะไรให้เป็นรูปธรรมแบบค่อนข้าง solid เสียที เราจะช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมด้วยการลดขยะ ประหยัดน้ำ และประหยัดพลังงาน (โดยเฉพาะ ไฟฟ้า) ค่ะ ซึ่งจะมีผลพลอยได้เป็นการช่วยชะลอปัญหาภาวะโลกร้อนได้ด้วย เพราะทั้ง 3 ข้อดังกล่าว สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่สังคมมนุษย์ปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้


รายละเอียดเพิ่มเติม...
- พรุ่งนี้จะเคลียร์ตู้เย็น และรีบละลายน้ำแข็งที่เกาะในตู้โดยด่วน เพราะการมีน้ำแข็งเกาะ ทำให้ตู้เย็นกินพลังงานไฟฟ้ามากกว่าปรกติ
- กำจัดถุงพลาสติคที่ใส่ไว้ในตู้เย็นให้หมด และเลิกเอาของกินใส่ตู้เย็นทั้ง ๆ มีถุง (เพิ่งรู้ค่ะว่ามันทำให้การหมนุเวียนความเย็นมีปัญหา จึงกินไฟเพิ่มขึ้น)
- ประหยัดน้ำให้มากกว่าเดิม เดิมก็คอยระวังเรื่องน้ำอยู่แล้วค่ะ เช่นไม่เปิดก๊อกหรือฝักบัวให้น้ำไหลไปเรื่อยโดยไม่ได้ใช้ (เช่น ตอนแปรงฟันอยู่ หรือยืนสระผม) แต่ก็อาบน้ำนานพอสมควรเพราะอากาศหนาว เลยชอบแช่น้ำอุ่นนานไปนิด... ต่อไปนี้จะรีบอาบรีบออกค่ะ
- ตื่นให้เช้าขึ้นโดยเฉพาะเมื่อพ้นหน้าหนาวไปแล้วและเปิดเครื่องปรับอากาศตอนนอน (คือตอนนี้อากาศเย็น เลยเปิดหน้าต่างนอน ไม่ได้เปิดแอร์อยู่แล้ว) เพื่อจะได้ตื่นมาปิดแอร์เร็ว ๆ (ถ้าตื่นสายก็เปิดแอร์นานขึ้น เปลืองพลังงานมากขึ้น)

อันที่จริงที่อ่านจากใน manual.pdf อยากปลูกต้นไผ่เป็นรั้วบ้านมาก ๆ เลย แล้วก็อยากปลูกต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านด้วย (แต่ตอนนี้ก็มีต้นไม้ใหญ่เต็มบ้านอยู่แล้วล่ะ) แต่ด้วยพื้นที่บ้านปัจจุบันและสภาพในสวน คงไม่สามารถปลูกรั้วไผ่ได้ แล้วก็อยากได้กระดาษรีไซเคิลมาใช้จดบันทึกนู่นนี่ด้วย แต่ก็ไม่ทราบจะหาซื้อที่ไหน... เพราะงั้นตอนนี้อย่าเพิ่งโลภ มาตั้งใจมั่น ทำ 3 อย่างที่ว่านี้ให้ได้ก่อน เนอะ ^^

 

 

ขอส่งต่อ TAG นี้ให้....
คือ ลำบากใจมาก ๆ เลยค่ะเรื่องส่งต่อ tag เนี่ย คือเราก็ไม่ค่อยถนัดอยู่แล้วกับการเลือกผู้โชคดีอ่ะนะ เอาเป็นว่า ขอส่ง tag นี้ต่อ ให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านหน้านี้ และประสงค์จะร่วมเขียน "TAG ทำความดีเพื่อพ่อ"ด้วย

ใครจะเขียน ก็ช่วยบอกไว้ใน comment หน่อยนะคะ เราจะได้เฝ้าดูและรอว่าเขียนหรือยัง และัอย่าลืมว่า เขียนแล้วช่วยแจ้งกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้ทำ link ให้ค่ะ

อ้อ และถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป....ท่านผู้อ่านคนไหนที่เขียนไปแล้วจากการรับ tag จากคนอื่น เราก็อยากขอให้ทิ้ง URL (link) ไว้ให้เราหน่อยนะคะ จะได้ตามไปอ่านดูบ้างน่ะค่ะ เปิดหูเปิดตา ^^

 

edit @ 22 Nov 2007 01:49:24 by Valentino
checklist ส่วนตัว
- ใส่ banner *ทำแล้ว*
- แจ้งอัพบทความ *ทำแล้ว*
- รายงานตัวกับคุณเดเด้ผู้ส่งมอบ tag *ทำแล้ว*
- update เรื่องคำว่า วโรกาส/โอกาส ตามที่ได้ติดหนี้ไว้ *ทำแล้ว*
- หา blog ที่เราอ่านเจอเรื่องคำว่า "วโรกาส" *เจอแล้ว*
- ทำการอ้างอิงด้วยการ link กลับไปยัง blog ดังกล่าว *ทำแล้ว*

edit @ 22 Nov 2007 14:12:37 by Valentino

การที่จะทำวันหนึ่ง ๆ ของเราให้สมบูรณ์พร้อมอยู่ตลอดเวลา ทุกวัน นั้นเป็นไปไม่ได้

ถ้ามีวันที่คุณจมอยู่กับงาน เพื่อทำงานให้ดีที่สุด บางครั้งก็จำเป็นต้องละเลยสิ่งอื่น เช่น โภชณาการ การออกกำลังกาย หรือความสัมพัธ์กับคนรอบข้าง

ส่วนวันที่คุณพยายามใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะ มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ คุณย่อมต้องให้เวลากับตัวเองมาก ๆ ก็อาจทำให้ไม่เหลือเวลาหรือเหลือความเอาใจใส่พอสำหรับคนอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ

วันที่อยากเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ออกไปเดินช็อปปิ้ง เดท หรือหาของกินอร่อย ๆ คลายเครียด จะเก็บเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัวมาคิด ก็คงจะกระไรอยู่?

ถ้าอยากเป็นลูกหลานที่ดี.... โดยไม่รู้สึกหนักใจหรือเบียดเบียนเวลาส่วนตัวของตัวเอง ก็ต้องเลือกทำในวันที่มีเวลา และมีกะจิตกะใจจะเป็นด้วยหรือเปล่านะ?

เคยบ้างมั้ยที่รู้สึกว่าคนอื่นไม่เห็นใจเรา โลกนี้เป็นปฏิปักษ์กับเรา ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทำอะไรก็พลาดไปหมด และไม่ว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีเลิศแค่ไหน มันก็ต้องมีสักอย่างสองอย่างที่ล้มเหลว?

เจ็บใจ น้อยใจ เสียใจ

คำพูดเล็ก ๆ แค่ไม่กี่คำของคนในสายเลือดเดียวกัน เมื่อมันมาสะกิด ในยามที่แบกรับอะไรหนัก ๆ เชื่อหรือไม่ว่ามันทำให้คนเราเสียหลักล้มได้ง่ายจนน่าอัศจรรย์

Life (ต้นฉบับจริง ๆ พูดว่า Survival) is tough enough without your family turning against you.

ประโยคที่เจอในสารคดี ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่รอดของลูกสัตว์ป่า ทำไม้ทำไมมันถึงได้เข้ากับชีวิตปัจจุบันได้ขนาดนี้?

Don't you think it's better to admit your weakness honestly and ask for help or for a hand than to fake a tough appearance and imply it with sarcasm?

When we're down and need someone, it doesn't mean we're flawed. It only means we're human. We're just human.

Such unkind, bitter, and sarcastic remark yields nothing but a bitter feeling and a growing distance between you and your beloved ones.

I'm not built to endure a sarcasm at all time. I know it will snap. Real soon, too.

Let's just be honest, shall we?

Because I'm tired of putting up a facade too.

เคยคิด(เอาเอง)บ้างมั้ยว่าทำไมถึงมีแต่เราที่ต้องทน?

พอเลือกที่จะทนเองแล้ว ก็ยังเสร่อมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกว่าทนทำไม ทนเพื่ออะไร?

เคยคิด(เข้าข้างตัวเอง)บ้างมั้ย ว่าทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจเรา

ช่วงนี้ชักจะคิดบ่อยขึ้น....

เหนื่อย

ขอเวลาให้ตัวเองบ้าง ขอช่องว่างให้หายใจบ้างเถอะ

ที่ยิ้ม หัวเราะอยู่นี่ไม่ใช่ไม่เครียดนะ

บางครั้งการคงอยู่ของเรา ณ สถานที่นั้น ณ เวลานั้นมันดูไร้ความหมายเหมือนอากาศธาตุ และเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากเรียกร้องขอให้เราอยู่ที่นั่นเพื่อเขา

เราที่อยู่ตรงนั้น เหมือนเป็นเครื่องประดับห้อง

ไม่รู้จะไปเพื่ออะไร

ขอรึก็เปล่า....

เรียกร้องรึก็ไม่ใช่

แค่ฝากคำกระทบกระเทียบเล็ก ๆ มาให้ แล้วเราร้อนตัว แล่นไปหาเองหรอก

อยากให้เราอยู่ใกล้ ๆ ก็บอกกันดี ๆ ก็ได้ ไม่ต้องประชด

เพราะทุกครั้งที่ได้ยินคำประชด มันรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ หัวใจลีบเล็กลง หมดกำลังใจในทุก ๆ อย่าง

ขนาดความมั่นใจว่าเราเป็นที่ต้องการ ยังหดหายไปเลย!

ในสมองคิดวนเวียนอยู่แต่ "แล้วชั้นจะมาเสนอหน้าอยู่แถวนี้ทำไมเนี่ย?"

ขอร้องล่ะ ถ้าอยากให้อยู่ใกล้ ๆ ช่วยบอกให้ชื่นใจสักคำว่าดีใจที่มาหา

ไม่ใช่พอไม่โผล่ไปแล้วค่อยฝากอะไรมาทิ่มแทงใจกัน

เสียใจ.... รู้มั้ย

และที่เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยนี่ ก็เพราะเราเป็นมนุษย์?

หรือเพราะว่าเรางี่เง่าไปเองกันแน่?

ขอฝากทุกอย่างที่ขุ่นข้องหมองใจไว้ในนี้ เพื่อให้เราก้าวเดินต่อไปได้ในวันต่อ ๆ ไป

ระบายมันออกไป แล้วลืม ๆ มันไปซะ

 

เฮ่อ....