My-Work

เพิ่งรู้ซึ้งถึงประโยคนี้.....เดี๋ยวนี้นี่เอง...

มันไม่สั่งงานจริงๆนะ

คิดอะไรไม่ออก

คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

นั่งซื่อบื้ออยู่หน้าคอม

แค่เดินขึ้นห้องนอนยังจะลากสังขารไม่ไหวเลย

อ๊าก....

งานที่เพิ่งปั่นเสร็จ (โรงงานนรกหมกไหม้ชัดๆ) ก็ส่งไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำถูกหรือผิด พิมพ์พลาดตรงไหนบ้างหรือเปล่า ก๊าก

อาทิตย์นี้ก็โล่งใจไปได้เปลาะนึง...

มีอย่างที่ไหน(วะ) งานจะออกอากาศวันที่ 22 ก.พ. (จอร์จ วอชิงตัน) แต่เพิ่งส่งงงานเมื่อกี้ กร๊ากกกก ทีมพากย์ก็ทำงานกันแบบโณงงานนรกหน่อยนะ ส่วนชุด Ultimate Heroes (+ Vixens + Villians) ก็เพิ่งส่งไปหมาดๆ ไม่ทันไรออกฉายแล้ว โอ้โห.... (เสาร์-อาทิตย์ 4 ทุ่ม มั้ง ช่อง 9 เจ้าเก่า)

งานต่อไปฉันจะเผาอีกมั้ยนี่....

คร่อก zzzzzzzzZZZZZZZZ

พอดีมีคนถาม ว่า entry ที่แล้ว ง่วงจนสมองไม่สั่งงานแล้วมาอัพบล็อกได้ไง หุๆ ที่จริงกะจะอัพแค่ 3 ประโยคแหละคือ "เพิ่งปั่นงานเสร็จ สมองไม่สั่งงาน อัพบล็อกแค่นี้ก่อนนะบายๆ" แต่พอเปิดเข้าบล็อกมาแล้ว เห็นว่าดองไว้เป็นสิบวัน ก็เลยพยายามพิมพ์ให้ยาวๆ.... ทีนี้เรามาดูเบื้องหลังการถ่ายทำกันว่า ระหว่างพิมพ์ข้อความต่อไปนี้เราทำอะไรและคิดอะไร...

เพิ่งรู้ซึ้งถึงประโยคนี้.....เดี๋ยวนี้นี่เอง...
(ใช่ กรูง่วง.....)

มันไม่สั่งงานจริงๆนะ
(เหนื่อย เมื่อย ล้า อยากนอน มันสั่งอยู่แค่นี้)

คิดอะไรไม่ออก
(แต่ก็พยายามคิดประโยคมาพิมพ์ งืมๆ)

คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง
(คุยไปหลับไป.... ดาร์ลิ้งเลยลาไปนอนโดยที่เราพูดอะไรงึมๆ ปิดท้ายด้วยการไล่เราไปนอน)

นั่งซื่อบื้ออยู่หน้าคอม
(สักพัก.... คิดในใจ ตูจะได้นอนแล้วนี่หวว่า เย้!)
(คิดต่อ.... เอ เหมือนลืมอะไร)
(คิดได้.... เฮ้ย เหลืองานอีก 1 หน้านี่หว่าต้องส่งภายในวันอาทิตย์!!!!)
(คิดแล้ว.... สะดุ้งเฮือก ตาสว่างในบัดดล)

แค่เดินขึ้นห้องนอนยังจะลากสังขารไม่ไหวเลย
(ขึ้นไม่ได้เพราะงานยังไม่เสร็จตะหาก โฮๆๆๆๆๆ)

อ๊าก....
(กรูตาย.... ปั่น ปั่น เอ้าปั่น)

งานที่เพิ่งปั่นเสร็จ (โรงงานนรกหมกไหม้ชัดๆ) ก็ส่งไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำถูกหรือผิด พิมพ์พลาดตรงไหนบ้างหรือเปล่า ก๊าก
(นรกหมกไหม้ทั้ง 2 งานเลย)

อาทิตย์นี้ก็โล่งใจไปได้เปลาะนึง...
(ฟิ้วววว ในที่สุดก็ปั่นเสร็จ)

มีอย่างที่ไหน(วะ) งานจะออกอากาศวันที่ 22 ก.พ. (จอร์จ วอชิงตัน) แต่เพิ่งส่งงงานเมื่อกี้ กร๊ากกกก ทีมพากย์ก็ทำงานกันแบบโณงงานนรกหน่อยนะ ส่วนชุด Ultimate Heroes (+ Vixens + Villians) ก็เพิ่งส่งไปหมาดๆ ไม่ทันไรออกฉายแล้ว โอ้โห.... (เสาร์-อาทิตย์ 4 ทุ่ม มั้ง ช่อง 9 เจ้าเก่า)
(ไหนๆก็ปั่นเสร็จแล้ว ตาก็สว่างแล้ว (จากการปั่นงานต่อเมื่อครู่) ขอบ่นทิ้งท้ายก่อนคลานไปนอนละกัน -- แต่มีแอบพิมพ์ผิดอีกตู เหอๆๆๆ)

งานต่อไปฉันจะเผาอีกมั้ยนี่....
(สงสัยจะต้องเผา เพราะเราชอบอู้งาน เอิ๊กๆๆ)

คร่อก zzzzzzzzZZZZZZZZ
(ตายดีกว่า สลบ +_+)

... นี่แหละ เบื้องหลังคำพูด

สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นกำลังใจและเป็นห่วง หรือปลอบใจนะคะ แหะๆ ต่อไปนี้คงไม่มีงานเร่งแบบนี้อีกละค่ะ (ถ้าไม่ซวยสุดๆ) เพราะหนนี้ที่งานเร่งขนาดนี้เพราะเราทำตัวเองแหละ ด้วยการผัดวันประกันพรุ่ง (นอนป่วยไป5 วัน แต่พักงานตั้ง 7 วัน แทนที่หายดีแล้วจะนั่งทำงานไง กลับอู้ต่อตั้ง 2 วัน สมน้ำหน้า เอิ๊ก ฮ่าๆ) หรือ อย่างงานชิ้นหลัง (ประวัติ จอร์จ วอชิงตัน) ก็เพราะพยายามรีบปั่นงานของวันจันทร์ ให้เสร็จภายในคืนวันเสาร์ เพื่อที่วันอาทิตย์กับจันทร์จะได้ไปเที่ยวทั้งสองวันไงคะ (หงั่ก แบบนี้จะยังมีคนสงสารอีกป่าวเนี่ย สงสัยจะกลายเป็นหมั่นไส้กันหมดมั้ง)

การทำงานอยู่กับบ้าน เป็นงานอิสระ (freelance) รับงานเป็นชิ้นๆ และรับเงินตามชิ้นงาน มันก็สะดวกดี นอกจากจะไม่ต้องฝ่าการจราจร ฝ่าฝน ฝ่ามลพิษไปทำงานข้างนอกแล้ว ยังสามารถจิบชา กินขนมเล่นเย็นๆใจในระหว่างทำงานได้ด้วย ที่สำคัญคือได้เป็นนายของตัวเอง บริหารเวลาของตัวเอง ใน 1 วันจะทำงานกี่ชั่วโมงก็ได้ ทำเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก ไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งหรือเจ้ากี้เจ้าการให้ตื่นเช้ามาทำงานกี่โมง เย็นๆต้องอยู่ออฟฟิศถึงกี่โมง

แต่ข้อเสียมันจะปรากฏในช่วงที่มีงานเร่ง งานด่วน และงานจากหลายๆเจ้ามารุมกันในคราวเดียว ทำให้ต้องเปิดโรงงานนรก นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ตื่นยันนอน สมองที่ประมวลผลอยู่ตลอดเวลาเพราะ deadline บังคับ จึงไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ แม้ในยามนอน บางครั้งยังฝันถึงงาน ทำให้ตื่นมาแล้วไม่ได้หลับอย่างเต็มที่ยังไงก็ไม่ทราบ

ช่วงนี้รู้สึกเลยว่า ทำงานจนเกือบๆจะถึงลิมิตแล้ว ตอนตื่นมาจะรู้สึกเหนื่อยและเพลีย ส่วนตอนดึกบางครั้งต้องเร่งงานจนไม่อาจหักใจไปเข้านอนได้ จนกว่าสายตาจะไม่โฟกัสบนตัวหนังสือ รู้สึกได้เลยว่าประสาทกำลังตึงเครียด เหมือนเส้นอะไรสักอย่างในสมองกำลังสั่นระริก ในทางอารมณ์รู้สึกเหมือนเป็นคนประสาทอ่อน สะดุ้งง่าย ขี้ตกใจ ขี้หงุดหงิด และเส้นกระตุก(โมโห)อยู่บ่อยครั้ง

วันนี้ตัดสินใจจะทำงานแบบใจเย็นๆ และผ่อนคลาย.... ไม่เสร็จก็ช่างหัวมัน(วะ)
ยังเหลือเวลาอีก 1 วัน กับงานอีกประมาณ7 หน้า....(สำหรับเรา การแปลไทยเป็นอังกฤษ มักจะยาก และใช้เวลานานกว่าแปลอังกฤษเป็นไทย)

คิดแล้วก็เจ็บแค้น ว่าทำไมเราต้องรับกรรมนี้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะคนที่แปลไว้รายก่อนมันแปลห่วยมาก ห่วยเสียจนอ่านแล้วอยากเอาระเบิดอึแมวไปขว้างหน้าตึกมัน เราเองทั้งๆที่รับปากจะตรวจทานความถูกต้องเฉยๆ เลยต้องเหมือนนั่งแปลใหม่ทั้ง 18 หน้า รู้สึกว่าการตรวจงานคนอื่นและแก้ไขให้ มันทำให้ประสาทของเราตึงเครียดกว่าทำเองตั้งแต่ต้นเสียอีก... หรืออาจจะเพราะเราเองที่ขี้โมโห อ่านเจอที่ผิดไปก็โมโหไป ก่นด่าสาปแช่งบริษัท Siam Translation ไป ในฐานที่เป็นถึงบริษัทมืออาชีพ ตั้งอยู่ในย่านสถานทูต แต่ยังบังอาจทำงานขี้หมูขี้หมาแบบนี้ออกมาได้ คิดดูสิ ปี พ.ศ. 2505 มันแปลเป็น ค.ศ. 1961 แล้วให้ปี 2506 เป็น 1962.... ทำมาได้ไง ชุ่ย!!!!!!!!!! (จริงๆที่อื่นมีผิดเยอะเหมือนกัน ไว้มาเผาวันหลังแต่เลขปีเนี่ยต้องเผาก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดแล้วอภัยให้ไม่ได้ เพราะมันคือ fact ที่ห้ามคลาดเคลื่อนเด็ดขาด)

เดี๋ยวไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องก่อน (เวลาหิวจะอารมณ์เสียง่าย ก๊าก) แล้วค่อยกลับมาฟาดฟันกับงานชิ้นนี้ต่อ... ใครว่างๆก็ช่วยเราจุดธูป เผาพริกกับเกลือ (มะม่วงด้วย?) แช่งบริษัทนี้ด้วยนะ ฮื่อ แง่ง......

*เพิ่ม tag*


edit @ 2007/03/14 14:52:54