My-Work

2009/Jul/22

อ๊ะ เดือนนึงแล้ว ปลุกผีซะหน่อย....

วันนี้ตื่นเช้า....แล้วมานั่งโต๊ะทำงานอย่างว่องไว ไม่ใช่อะไรหรอก ตื่นมาตอน 6-7 โมง แล้วนอนต่อไม่ได้ เพราะคันจนนอนไม่หลับค่ะ รู้สึกว่าจะแพ้มดนะ เพราะตุ่มที่(เดาว่า)โดนมดกัดตั้งแต่คืนวันจันทร์ มันบวมขึ้นมา แล้วก็คันมาก ๆ  ก็เลยต้องตื่นมาทายาหม่อง (ยาหม่องที่ทามาสองวันแล้วยังไม่หาย.... ก็เลยต้องเปลี่ยนขวด) กับกินยาแก้แพ้ (แหม กว่าจะฉลาด) แล้วไม่รู้ว่าเพราะยาแก้แพ้หรือเพราะยาหม่องใหม่มันมีสรรพคุณดีกว่า ตอนนี้เริ่มหายคันแล้ว

คือตอนแรกที่เป็นตุ่มขึ้นมา นึกว่าโดนฝุ่นแล้วแพ้ เพราะไม่รู้ตัวเลยว่าโดนอะไรกัด และไม่เห็นตัวด้วย อาการคือที่แขนเหนือข้อศอกมันเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นมาตอนช่วงที่รื้อตู้หนังสือหาการ์ตูน และที่หัวเข่าก็มี เลยไปอาบน้ำ (ที่หัวเข่านี่สรุปว่าคันเพราะแพ้ฝุ่นจริง ๆ แล้วก็ยุบไปแล้วตั้งแต่ตอนทายาหลังอาบน้ำ) แต่พออาบน้ำเสร็จ มาทายา(หม่อง) ก็พบว่า ตุ่มบ้านั่นมันขยายค่ะท่านผู้ชม มันเป็นปื้นใหญ่เหมือนยุงกัด แต่แบบว่าขนาดเท่าเหรียญห้าบาท =o=;;

ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่ามดกัด (เพราะเวลายุงกัดจะไม่บวมขนาดนี้) ก็เลยทาแต่ยาหม่อง แล้วไปนอน 

ตื่นมาวันอังคาร ก็คัน ๆ แต่ไม่ได้สังเกตอะไรมาก พอคันแล้วรู้ตัวว่าเผลอเกา ก็ทายาหม่อง ทีนี้ตอนก่อนนอนเกิดคันมาก เลยละเลงยาหม่องไว้เยอะ ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเผลอเกาอีก เลยทายาหม่องอีกแล้วคลานไปนอนต่อ.... พอตื่นมาตอนเช้าเพิ่งเห็นว่า ไอ้ที่บวมเท่าเหรียญบาทแล้วเห่อขึ้นมาสูงนั่น มันยุบไปแล้วค่ะ แต่จับแขนแล้วกด ๆ ดูแล้วส่องกับแสงให้มีเงา จะเห็นว่ามันแบนลงก็จริงแต่ขยายความกว้างขึ้น เป็นบริเวณเท่าฝ่ามือ

โว้ยยยยยยยย!!!

ตัวอะไรเนี่ย อย่าให้เจอตัวนะ แง่งงงงงงง

(ก็ยังเดาว่าเป็นมดอยู่ดี เพราะจากอาการไม่ใช่ยุงแน่ ๆ แล้วตัวอะไรอื่นก็คงไม่มี เพราะตอนโดนเราอยู่ในห้องนอน)

กลับมาเรื่องยาหม่อง ยาหม่องที่เราใช้มีสองยี่ห้อ เป็นสมุนไพรพญายอทั้งคู่ ขวดแรกของเขาค้อทะเลภู ปรกติถ้ายุงกัด ทาอันนี้จะหายไว แต่สงสัยใช้กับตุ่มมดกัดไม่ได้ผล =_= แต่พอดีตอนนอน ขวดนี้มันอยู่ใกล้มือไง พอตื่นมาเพราะคันตก็หยิบขวดนี้เปิดออกมาทา (มันขวดใหญ่ดีด้วย ควานหาง่าย) แต่เมื่อเช้านี้ตอนทาเยอะ ๆ แล้วนวดนาน ๆ รู้สึกว่ายาหม่องนี้ร้อน.... แล้วยิ่งทาก็ยิ่งแดง เอิ๊ก เลยเปลี่ยนเป็นอีกยี่ห้อ

อีกยี่ห้อคือของอภัยภูเบศร อร่อย เอ๊ย ไม่ใช่เฟ้ย จะบอกว่ากลิ่นหอม ไม่ใช่กลิ่นแสบร้อน เนื้อยาหม่องเป็นสีเขียวแก่ แต่ขวดเล็ก แล้วก็หาซื้อยาก อยากได้ทีต้องถ่อไปร้านที่พารากอน (นี่ยังดีนะ เมื่อก่อนอยากได้ทีต้องรอไปซื้อที่หัวหินโน่น เพราะไม่รู้แหล่งขายแถว ๆ นี้) ทาแล้วดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ แล้วก็รู้สึกเย็นด้วย ไม่ร้อน

จริง ๆ เมื่อก่อนนู้นเคยใช้แต่แซมบัค แต่พักหลัง ๆ รู้สึกว่าแซมบัคเริ่มใช้ไม่ค่อยได้ผล ทาเท่าไหร่ก็ยังคันอยู่ เลยเปลี่ยนมาใช้ยาหม่องสมุนไพรพวกนี้แทน ส่วนตัวแล้วชอบของอภัยภูเบศรมากกว่า แต่เสียอย่างเดียวคือขวดโคตรเล็ก T.T อ๊ะ แต่ก็ดีนะ พกง่าย ใส่กระเป๋าถือไปทั่วบ้านทั่วเมืองที่ไหนก็ได้

อ๊ะ วันนี้จะเล่าเรื่องงาน ว่าทำไมทำให้หิวนี่หว่า....

ออกนอกเรื่องไปซะไกล กลับมาเรื่องในหัวเอนทรี่กันดีกว่าเนอะ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า นั่งทำงานอยู่แล้วหิวค่ะ

สาเหตุ....เพราะ....กำลังแปลสารคดีเกี่ยวกับปลาซาร์ดีน ว่าพอถึงฤดูอพยพแล้วโลมา นก วาฬ และสัตว์ทะเลอื่น ๆ จะพากันมาล่าซาร์ดีนกินยังไงบ้าง

ทำงานไปทำงานมา หิวค่ะ อยากกินปลา

อ๊ะ ๆ แล้วที่อยากกินเนี่ย คือปลาซาร์ดีนด้วยนะ แปลไปน้ำลายหกไป อยากกิน อยากกินหวนคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนไปอเมริกา เพื่อนของลุงเปิดปลาซาร์ดีนกระป๋อง(ที่ไม่ได้มาในซอสมะเขือเทศ) มาให้กินแกล้มกับสปาเก็ตตี้ แหมรสมันออกเค็ม ๆ มัน ๆ มีกลิ่นคาวปลาทะเลนิด ๆ อร่อยไม่หยอก

คิดแล้วน้ำลายสอ.... ซร้วบ!!

แหง่บ ๆ

อาการนี้มา 3 วันแล้วค่ะพี่น้อง อยากกินปลาาาาาซาร์ดีนนนนนน

วันก่อนทนไม่ได้ ต้องลุกลงไปค้นในครัว แหม่ มันไม่มีปลาซาร์ดีนเลย ฮึ่ม เอาวะ ปลาทูน่ากระป๋องก็พอแก้ขัดได้ โชะ ๆ แกะออกมาผสมกับมายองเนสและแซนด์วิชสเปรด โยนข้าวโพดผัดเนยที่อยู่ในตู้เย็นลงไป โรยพริกไทยดำนิดหน่อยแล้วคลุก ๆ อ้ำ.... 

พอจะได้รสคาวปลาอยู่บ้าง แก้ลงแดงไปได้ชั่วคราว

แต่มันยังไม่หนำใจค่ะ!!! 

อยากกินอีกกกกกกกกกกกกกก

อยากกิ๊นอยากกิน ฮือ ๆ ๆ แต่ถ้าหาซาร์ดีนไม่ได้ ก็คิดว่าปลาทูก็ได้ ซาบะก็ได้ (ไม่เลือกหน้าแล้วตู)

โลมาทำพิษจริง ๆ มากินยั่ว กินเยาะ กินเย้ยเราอยู่ได้ งืม ๆ ๆ

ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำงานแปลแล้วหิวเลยนะคะ (จะหิวได้ไง ปรกติแปลสัตว์บก มันก็กินหญ้าแทบทั้งนั้น หล่อนจะอยากกินหญ้าเรอะ!?) เวลาเห็นเสือหรือสิงโตจับกวางหรือตัวอะไรกิน ก็ไม่เคยนึกอยากกินเสต็กเลย หรือเวลาลิงเก็บผลไม้อะไรกิน เราก็ไม่ได้อยากกินกับมัน แต่พอเห็นปลาซาร์ดีนเกล็ดสีเงินวาวแหวกว่ายอยู่ในทะเลแล้ว ทำไมต้องอยากกินปลาด้วย!?

ตอนนี้ก็ยับยั้งอาการลงแดงเพราะซาร์ดีนไว้ ด้วยการกินข้าวให้อิ่มแล้วค่อยทำงานค่ะ แต่แหม "ท้องพอ คออยาก" ถึงอิ่มแล้วแต่ความอยากกินมันยังไม่หายไปเนี่ยสิ

ฮือ ๆ ๆ

 

 

 

 

ซาร์ดีนนนนนนนนนนน

 

2007/Oct/07

มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอ่ะนะ

วันนี้ปั่นงานแล้วมึน ๆ เลยพักซะหน่อย มาเขี่ย ๆ blog เล่นนิดนึง

การทำงานอยู่กับบ้าน...

ข้อดี
เป็นนายของตัวเอง ไม่ต้องถูกจิกหัวใช้บ่อย ๆ

ข้อเสีย
อาจติดนิสัยรับคำสั่งใครไม่เป็น เพราะเป็นใหญ่ในบ้านซะจนชิน (ฮา)



ข้อดี
ไม่มีเพื่อนร่วมงานมาจุกจิกกวนใจ

ข้อเสีย
เคยตัวกับการทำงานคนเดียว ไม่เป็นทีมเวิร์ค



ข้อดี
อยากพักเมื่อไหร่ก็ได้ เครรียดนักก็อู้

ข้อเสีย
มีช่องให้อู้ ให้ขี้เกียจมากไป อาจทำให้เกิดไฟลนก้นได้ในตอนใกล้ deadline



ข้อดี
หิวเมื่อไหร่ก็กินเมื่อนั้น ไม่ต้องแขวนท้องรอกินตอนพักเที่ยง

ข้อเสีย
แต่บางทีทำงานเพลินจนลืมกินเนี่ยสิ...



ข้อดี
อยากกินขนมอะไรก็ได้ เอาของกินมากินที่โต๊ะทำงานก็ได้

ข้อเสีย
อ้วน!!!!!!!!!!!!!!!



ข้อดี
เข้างานสายได้ กี่โมงก็ได้ หรือจะเริ่มทำตอนบ่าย เย็น ดึก ก็ยังได้

ข้อเสีย
อิฉันติดนิสัยตื่นสายไปแล้วล่ะเจ้าค่ะ..



ข้อดี
ไม่ต้องพิถีพิถันหรือเคร่งเครียดกับการแต่งตัว ใส่ชุดนอนก็ยังได้

ข้อเสีย
อิฉันเริ่มกลายเป็นคนขี้เกียจแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ...



ข้อดี
ไม่ต้องแต่งหน้า ทาปาก ไม่ต้องแต่งสวยไปให้ใครดู

ข้อเสีย
เป็นยายเพิ้งหัวกระเซิงอยู่บ้าน... เพื่อนมาทีต้องหวีกันยกใหญ่ ผักชีโรยหน้าแท้ ๆ



ข้อดี
ไม่ต้องออกไปผจญการจราจรที่ไหน

ข้อเสีย
กลายเป็นคนขี้เกียจออกจากบ้านไปซะฉิบ คืออยากไปแต่ขี้เกียจถ่อร่างออกจากบ้าน



ข้อดี
เลือกวันหยุดเองได้ จะทำงานเสาร์อาทิตย์ แล้วหยุดวันพฤหัสแทนก็ได้

ข้อเสีย
แต่ถ้าช่วงงานสุม ก็กลายเป็นทำงาน 7 วันไม่มีพักนะเพ่!



ข้อดี
ประหยัดเงิน ไม่มีค่าใช้จ่ายนอกบ้าน

ข้อเสีย
ไม่มีเงินสดติดกระเป๋าเลย (เพราะไม่ได้ไปไหน เลยไม่ได้พกเงิน) เขามาส่งแก๊สทีนี่แทบต้องแคะกระปุกนับเหรียญสิบมาจ่าย




มานั่งนึกแล้วก็ขำขันดี หุ ๆ จะเห็นได้ว่า ข้อเสียต่าง ๆ นานาเหล่านี้ เกิดที่ตัวเองทั้งน้านนนนน เอิ๊ก!!
แต่มันก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่บอกได้เลยล่ะว่า อิสรภาพมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ยิ่งมีอิสระมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องรับผิดชอบตัวเองมากเท่านั้น :D

2006/Jun/06

ถอดรหัสมั่ว... สยาม ทรานสเลชั่น (Siam Translation เลขที่ 57/4 ถนนวิทยุ เขตเพลินจิต)



ต้นฉบับ:
"ผมไม่เคยคิดจะเขียนอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย ผมก็เป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่ง จนเมื่อวานเย็นลูกชายได้เอ่ยถามความเป็นมาของผม..."
Siam Translation:
"I have never regarded myself as significant because I am just an ordinary person so much so that yesterday evening my son made some inquiry about me...."


ต้นฉบับ:
"...กว่าที่จะจำความได้คือบ้านที่อยู่นั้นเป็นบ้านเช่า ซึ่งคุณพ่อเช่าจากญาติผู้ใหญ่ที่คุณพ่อติดตามท่านมาจากเมืองจีน..."
Siam Translation:
"...As memory recalls, we lived in a rented house belonging to a relative and my father's relationship with this man went back to the days in China...."


ต้นฉบับ:
"เบตงเป็นเมืองที่อากาศดี เพราะมีสวนยางและป่าล้อมรอบการเดินทางจากตัวอำเภอเบตงไปยังตัวจังหวัดซึ่งมีระยะทางประมาณ 126 กม. ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม. เพราะมีทางคดเคี้ยวเป็นร้อยโค้งประกอบกับริมทางก็ค่อนข้างทุระกันดาร"
Siam Translation:
"Weather in Betong was good. Rubber trees and palm trees lined the streets and you could enjoy this scenery along the 126 km distance from Betong to provincial city. It takes 3 hours to travel because the road is crooked with curves everywhere .
The country side is remote and sparsely populated ."


ต้นฉบับ:
"....ใน
ตอนเช้าสักตีสี่ตีห้าก็เริ่มมีร้านกาแฟร้านหยำฉ่าแบบฮ่องกงเปิดบริการ ส่วนราคาก็ถูกมากสำหรับขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า และที่อร่อยสุดๆไม่เหมือนใคร คือข้าวเหนียวไก่เบตง ซึ่งหากินไม่ได้ที่ไหนในโลก แม้แต่ในฮ่องกงก็เถิด"
Siam Translation:
"....In
the mornings there were coffee shops catering to the people, just like in Hong Kong. Prices were very cheap. There were cookies , Chinese style and other styles, all delicious. Particularly interesting is glutinous rice with grilled chicken ."


ต้นฉบับ:
"...ทุกคนต้องลงมือ
วาดแผนที่ลงสี รู้ว่าแม่น้ำฮวงโห แยงซีเกียง อยู่ที่ไหน ต้องท่องได้ว่า ริมแม่น้ำแยงซีเกียงฝั่งเหนือแม่น้ำมีกี่มณฑล ฝั่งใต้แม่น้ำมีกี่มณฑล...."
Siam Translation:
"...All the students were required to
take drawings lessons and they make color drawings. We learned about the location of rivers in China and provinces down stream"


ต้นฉบับ:
"สิ่งที่เพื่อนร่วมห้องชอบมากที่สุด ก็คือไปดูหนังรอบสองที่โรงหนังบุศยพรรณ ราคาตั๋ว 7 บาทแต่ดูได้ 2 เรื่อง
เป็นหนังค่อนข้างใหม่ที่สุดหลุดจากโรงชั้นหนึ่ง"
Siam Translation:
"We all loved to enjoy movies at Busayapan Cinema. Ticket price was 7-baht but we get to see 2 movies at a time.
The movies are quite new, just released. From the first class theaters."


ต้นฉบับ:
"คณะบัญชีรุ่นผมมีเพื่อนร่วมชั้นประมาณ 400 คน แต่มีผู้หญิง 75% ผู้ชาย 25%
ฉะนั้นผู้ชายก็ต้องลงแข่งกีฬาน้องใหม่เกือบทุกประเภท ไม่ว่าฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล รักบี้ ว่ายน้ำ เพราะกลุ่มผู้ชายมีจำนวนจำกัดจริงๆ"
Siam Translation:
"In the Accounting Faculty I had many friends among the 400 strong student body. Among these, females represented 75% and males only 25%.
Sports is an essential thing with female students participated in every kind of sport, whether football , volley ball , rugby , swimming , etc."


ต้นฉบับ:
"...แต่บางครั้งที่
มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมดึก
ก็จะไป "สิงห์หอ" คืออาศัยเพื่อนๆหอพักจุฬาฯอยู่ พอชั้นปี 3 "น้าวิศิษฏ์คงคา" ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีที่เบตงในสมัยนั้น ได้ซื้อบ้านที่หมู่บ้านชินเขต อยู่ตรงข้ามคุกบางขวาง..."
Siam Translation:
"Sometimes, I
went to see my friends at the University and spent the night at their hostel. I had a friend called "VisetKonka" a lawyer from Betong who purchased a house in a village opposite Bangkwang Prison."


ต้นฉบับ:
"...ตอนนั้นรัฐบาลได้ขึ้นภาษีนำเข้าหนังต่างประเทศ
ทำให้ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์งดนำหนังเข้ามาฉายตามโรง
เรื่อง Superman, Star War, Saturday Night Lover ล้วนไม่มีโอกาสขึ้นจอใหญ่ ผมเลยต้องอาศัยดูจาก VDO เทป และบ้านผมจึงเป็นที่ชุมนุมของเพื่อนที่อยากมาดูหนังเทศ ซึ่งผมต้องไปหาเช่าที่ศูนย์การค้าอินทราเป็นประจำ"
Siam Translation:
"...In those days the government began to impose tax on foreign films.
In the wake of this regulation, some western movies such as, Spider Man, Star Wars, Saturday Night Lover were some of the hits among the interesting movies.As I did not have much time to go to theaters, I just watched video at home and my house became the venue for some of my friends to watch foreign movies. I rented movies at Indra Trade Center."

ต้นฉบับ:
"...โรงเรียนภาษาที่เรียนนี้ก็ล้วนแต่เ
ป็นกระเหรี่ยง
มีเพื่อนนักเรียนจากอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง จีน ไทย เป็นหลักเรียนไปก็ไม่ได้ความรู้อะไรเพิ่มหรอก..."
Siam Translation:
"Students at the language school were mostly
foreigners such as Karens and others from South America, Middle East, China and Thailand. Learning at this school was pretty hopeless."


ต้นฉบับ:
"พี่โตเขียนเท่านี้เอง
นันท์
ขอเล่าต่อ พี่โตหลังจากเรียนภาษาเข้ามหาวิทยาลัยแล้วพี่โตทำงานหนักมาก...."
Siam Translation:
"Now allow
me (Nan) to continue with my story. After finishing the language school I entered the university...."


ต้นฉบับ:
"...ความเชี่ยวชาญในภาษา
จีนกลาง
กวางตุ้ง และแต้จิ๋วของโตทำให้ผมรู้สึกทึ่งมาก ตอนที่อยู่กวางเจาเขาต้องเป็นล่ามเพื่อให้คนจีนจากปักกิ่งคุยกับคนที่กวางเจารู้เรื่องกันได้..."
Siam Translation:
"...His knowledge of
Chinese, particularly Cantonese and Taechew was remarkable. When we arrived a Kwancho province, Khun Thirachai worked as an interpreter and talked business with some Chinese entrepreneurs from Peking...."


ต้นฉบับ: "โตมีเพื่อนมากมายทั้งในเมืองไทย เมืองจีน ฮ่องกง อเมริกา สิงค์โปร์ ทำให้การไปไหนมาไหนสะดวก และติดต่อง่ายขึ้นเพื่อนโตที่ซัวเถาเป็นเจ้าพ่อส่งลูกน้องมาดูแลเราสองคนอย่างดี สามารถช่วยเราเบียดคนขึ้นเรือจากซัวเถาไปฮ่องกงได้สำเร็จด้วยการตะโกนและทุบประตูเอะอะกันลั่นท่าเรือ...."
Siam Translation:
"
He had a host of friends in China, Thailand, Hong Kong and Singapore and this made communications very convenient and easy to work.We traveled from Sua Thow to Hong Kong with speed and convenience....."


มีอีกแยะแต่ขี้เกียจแฉแล้ว...เอาแค่คร่าวๆก็เช่น ที่บอกไปหน้าก่อน ว่าแปล พ.ศ. 2505 เป็น ค.ศ. 1961 และ 2506 เป็น 1962

แล้วก็มีพวกชื่อคนต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าสะกดสระผิดจริงๆหรือแค่พิมพ์เพี้ยนไป เช่น

คุณเจอรัล => Khjun Jaras
ครูประเสริฐ => Teacher
Preset
น้าวิศิษฏ์ คงคา => (a friend) Viset Konka
ประพงศ์ => Prepong
วรสันต์ => Vasan
พี่โต (
โตคือชื่อเล่นของคนคนหนึ่ง) => Big Brother

หรืออย่างไปแปลงเพศให้คนที่ถูกพูดถึงเฉยเลย...

อาโกว => uncle
(อาโกวแปลว่า น้องหรือพี่ (ผู้หญิง) ของพ่อ ก็คือป้า หรือน้า ของฝ่ายพ่อนั่นเอง)


เฮ่อ โล่ง....เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะส่งงานไปแล้ว กำลังรอ feedback จากคุณน้า (งานนี้ไม่ได้มีใครจ้าง แต่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ คือช่วยเหลือคุณน้า(ภรรยาของเพื่อนสนิทพ่อ) ตรวจเช็คเอกสารที่แปลมาจากหนังสือที่ระลึกงานศพคุณอา(เพื่อนสนิทของพ่อคนนั้นแหละ) ให้เสร็จสิ้นไป คือถ้าปล่อยให้คำแปลชุ่ยๆถูกเอาไปพิมพ์แจก ทั้งๆที่เป็นของเกี่ยวกับคุณอาคนหนึ่งซึ่งเราเคารพรักมาก และเป็นเพื่อนรักของพ่อเราซะด้วย มันก็รู้สึกไม่ดีใช่มั้ยคะ (และที่สำคัญ เดี๋ยวพิมพ์ไปแล้ว อาเจ็กแกจะเข้าฝันมาไล่เตะเอา ว่า "ไอ้เด็กพวกนี้ ไม่ช่วยจัดการให้อาเล้ย!"


ด้วยรักและความอัดอั้นตันใจ,
จาก freelance (หอกฟรี?) คนหนึ่ง.



edit @ 2006/06/06 21:46:34

*เพิ่ม tag*


edit @ 2007/03/14 14:53:49