My-Love

ไหน ๆ ก็ยังเป็นวันเดียวกันกับที่อัพ entry ที่แล้วอยู่ ก็ขอติสต์แตกต่ออีกนิด...

จากเมื่อวานที่เขียนบทร้อยกรองเป็นกาพย์ยานี ๑๑ (ลองใช้เลขไทยเพื่อความสวยงาม) เพื่อนสาว(ไม่ใช่ประเภทสอง)คนหนึ่งทักขึ้นว่า....มันโมโนโทนไปหน่อย เออ พอตอนนี้ตื่นเต็มตาแล้วอ่านดูอีกทีก็รู้สึกเห็นจริงดังนั้น แต่จะเขียนใหม่เล่าไซร้ก็ไร้ซึ่งความขยัน เพราะฉะนั้นขอ rephrase จำแลงประโยคและขยับยักย้ายคำในบางวรรค เพื่อสร้างเสียงสูงต่ำขึ้นมาบ้าง... เขี่ย เอ๊ย เขียนไปเขียนมารู้สึกสนุกดีแฮะ เหมือนแก้การบ้านส่งคุณครูอีกครั้ง แล้วรอลุ้นว่าคุณครูจะชมเรามากขึ้นกว่าเมื่อวานหรือเปล่า! อะไรทำนองนี้

 

       ความรักคืออาวุธ              อันแสนสุดพิสดาร
ถูกเตรียมไว้ก่อการ                  ทรมานให้ทุกข์ทน
ความรักคือยาพิษ                   ที่พิชิตทุกแห่งหน
หากพลาดไปหลงกล               อาจเสียคนจนเกิดภัย
ความรักคือคมเขี้ยว                 ซึ่งลดเลี้ยวเข้ากลางใจ
ฉกกัดฝังพิษให้                      ผู้โดนไซร้ไร้เรี่ยวแรง
ความรักคือคมมีด                    ที่พร้อมกรีดและทิ่มแทง
จู่โจมโหมเลือดแดง                แล้วจึงแย่งชิงวิญญาณ
ความรักคือเปลวไฟ                อันลุกไหม้แผดเผาผลาญ

กราดเกรี้ยวคล้ายเพลิงมาร      จงอย่าหาญ เข้าใกล้มัน.

แต่ว่า หนูแก้พยางค์ท้ายให้เสียงสูงขึ้นมาได้แค่ 2 วรรคเท่านั้นอ้ะ >o<;; ว่าแต่มันฟังดูไพเราะขึ้นป่างหรือเปล่าจ๊ะ?   

 

ป.ล. ที่คุณเพื่อนยกกาพย์ยานียอดฮิตมาให้อ่านว่า...

   "ความรักเหมือนโรคา   บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล             อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก     กำลังคึกผิขังไว้
ก็แล่นจากคอกไป         บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง"

อันนี้ก็คุ้น ๆ แฮะ (คือคุ้นว่าเคยได้ยินที่ไหนสักแห่งในห้องเรียน แต่ถ้าเริ่มให้ 1 วรรค แล้วให้ว่าต่อให้จบนี่ จำไม่ได้จริง ๆ) อันนี้น่าจะมาจากคำพังเพยที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" ชิมิคะ? ครึ่งหลังอ่านแล้วนึกถึงเพลงประกอบละครเรื่องบุพเพสันนิวาส "รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ความรักเช่นนั้นให้โทษ จะไปโกรธโทษรักไม่ได้..." เหอ ๆ

 

 

ไปอ่านบล็อกคุณโก๋สิจ๊ะมา.... เห็นกำลังโศกเศร้าเพราะนาฬิกา Casio เพิ่งเสียไปแบบซ่อมไม่ได้เพราะไม่มีอะไหล่ เราเองก็ไปแชร์ประสบการณ์กับเขาด้วย แล้วคุณโก๋ก็ชี้เชิญ บอกให้เอามาอัพบล็อก เป็นการไว้อาลัยแก่น้อง ๆ นาฬิกา เอ๊ะ เข้าท่าดี แม้ตอนนี้จะติดหนี้เรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัว ว่าตอนเด็ก ๆ โตมากับเกมยังไงบ้าง แต่ตอนนี้อยากเขียนถึงนาฬิกามากกว่า ก็แซงคิวเลยแล้วกัน หุ ๆ

นาฬิกาเรือนแรกในชีวิต ได้มาตอนประถม เป็นสีฟ้า/ชมพู เรือนพลาสติค คุณปู่ซื้อมาให้เป็นของขวัญเนื่องในโอกาสอะไรสักอย่าง แต่ไม่ค่อยได้ใส่หรอกค่ะ เพราะที่โรงเรียนประถมที่เรียนตอนโน้น ห้ามนำของมีค่าไปโรงเรียน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา เลยมีกฎห้ามนักเรียนใส่นาฬิกาข้อมือ หุ ๆ

แต่ก็....ด้วยความที่เป็นเด็กขี้เห่อ ที่โรงเรียนไม่ให้ใส่นาฬิกาก็เอาใส่กระเป๋าไป แล้วไม่รู้ไปวิ่งเล่นอีท่าไหน ทำหล่นหายไปเลยค่ะ เนื่องจากเอาของผิดกฎไปโรงเรียนเองแล้วทำหายเอง เลยไม่กล้าบอกใคร ไม่สามารถไปแจ้งหายได้ ก็เลยนอนร้องไห้สองสามวัน เป็นอันจบตำนานของนาฬิกาเรือนแรก

นาฬิกาเรือนที่สอง ได้จากคุณพ่อ เป็นมรดกตกทอดที่จ๊าบมาก จะบอกว่าเป็นคนหลงใหลของเก่า(โทรม)ก็คงใช่ แต่คิดว่าที่ทำให้ชอบนาฬิกา Casio เรือนโลหะของพ่อนัก ก็คงเพราะมันไม่เหมือนใครดี! เนื่องจากเป็นนาฬิกาผู้ชายของผู้ใหญ่ เรือนจึงใหญ่และหนัก ตอนแรกสายนาฬิกาก็ยาวเกินไปใส่แล้วหลวมสุด ๆ แต่คุณพ่อก็ทำการถอดข้อของสายออกไปหลายข้อ จนใส่ได้เกือบพอดี เจ้านาฬิกาเรือนนั้นคุณพ่อบอกว่าซื้อมานานมาก ๆ แล้ว นานจนจำไม่ได้ แต่คร่าว ๆ ก็อายุไล่เลี่ยกันกับเรา ซึ่งบัดนั้นเราก็อายุ 12 ปี....

เป็นอะไรที่ประทับใจมาก มากยิ่งกว่าตอนเห็นกระจกหน้าปัดนาฬิกาอีก (เพราะเมื่อแรกเห็นรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เยอะมากจนอึ้ง - รู้สึกว่าทำไมพ่อใช้ของให้โทรมขนาดนี้ได้) แต่พอได้ยินว่านาฬิกาเก่าเป็นสิบปีแล้ว เลยเปลี่ยนไปอึ้งความทนทานของมันมากกว่า ฮ่า ๆ

นาฬิกาเรือนนี้จากเราไปตอน ม.4 ค่ะ ตอนนั้นพยายามใช้ส้นมือตบลูกอมลงบนโต๊ะเรียนเพื่อให้แตกเป็นสองเสี่ยง จำได้แม่นเลยว่ามันคือลูกอมบัตเตอร์สก็อตช์ ยี่ห้อ Werther's แต่พอทุบลงไป ลูกอมไม่แตกค่ะ หน้าปัดนาฬิกาต่างหากที่แตก ร่วงกราว....  (แก้ตัวหน่อยนะคะ มีคนทักหาว่าเล่นพิเรนทร์ เปล่านะยะ! แค่จะแบ่งลูกอมกินกับเพื่อน แต่มันเหลือเม็ดสุดท้ายเม็ดเดียวอ้ะ เลยกะจะทุบให้แตกจะได้แบ่งกันอม ชิส์ อย่ามาใส่ร้าย ขอบอก ขอบอก แง่ง ๆ T.T)

Casio No.1

เสียใจอย่างสุดซึ้ง.... เพราะทำพังเองกับมือ ฮือ ตอนแรกที่พังก็เอาไปบอกคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ท่านก็บอกว่าเออของมันเก่าแล้วอย่าเสียใจเลย ไว้ลองเอาไปร้านซ่อมดูนะเผื่อซ่อมได้ เราก็เลยเอาไปร้านซ่อมนาฬิกา แต่ไม่ว่าร้านไหน ๆ ก็บอกว่าซ่อมไมได้ เพราะหน้าปัดรุ่นนี้เลิกผลิตแล้ว ไม่มีกระจกเปลี่ยนให้ รู้มั้ยว่าเราดันทุรังถึงขนาดเอาไปอเมริกาด้วย ตอนไปเที่ยวบ้านคุณป้าช่วงปิดเทอม เพราะหวังว่าที่โน่นอาจจะยังมี ผลคือคุณลุงส่ายหน้าค่ะ บอกว่าที่ร้านบอกว่าเก่าเกินไป ไม่มีอะไหล่เช่นกัน

ช่วงที่รู้แล้วว่าในเมืองไทยซ่อมไม่ได้แน่ เราก็ซึม ๆ ไป ก็คงทำให้เพื่อนสนิทชื่อพิณรู้สึกสงสารสุด ๆ คุณเธอเลยไปหาซื้อ Casio เรือนใหม่มาให้เป็นของขวัญวันเกิด ตอนเราแกะกล่องออกมา โอ้ ดีใจสุด ๆ ค่ะ แต่เพื่อนก็ทำหน้าเสียดาย ๆ แล้วบอกว่า ขอโทษนะ หาแบบที่เหมือนกว่านี้ไม่ได้ แล้วเรือนโลหะมันแพงด้วย ฮุ้วววว เพื่อน! แค่นี้ก็ซาบซึ้งจะแย่แล้ว และด้วยความที่เป็นเพื่อนซี้ ไม่มีอะไรปิดบังกันก็เลยถามจนรู้ราคา ถ้าจำไม่ผิดคง 1300 ล่ะมั้งคะ คือเท่าที่จำได้มันเกิน 1000 แต่ไม่เกิน 1500 ซึ่งจริง ๆ แล้วถือว่าเป็นราคาที่แพงมากนะสำหรับเด็กมัธยมตอนนั้น ยิ่งกับการซื้อให้เพื่อนแบบไม่มีใครแชร์ด้วยเนี่ย....

ตอนเอากลับบ้านไปอวดคุณแม่ คุณแม่ยังตกใจเลยว่าเฮ้ยทำไมซื้อของแพงขนาดนี้ให้กัน!?

Casio No.2

แหม ถึงแพงแต่ก็ใช้คุ้มนะคะคุณแม่ เพราะเรือนนี้ใช้งานได้นานเกือบ 12 ปี มันเพิ่งเกษียณไปเมื่อปีที่แล้วนี้เองค่ะหมาด ๆ

แล้วจะบอกว่า ตลอด 12 ปีมานี้ ใส่ติดข้อมือตลอดทุกวัน วันละ 24 ชั่วโมง ยกเว้น....
- เวลาเรียนวอลเล่ย์บอล
- เวลาเล่นคาราเต้
- เวลาใส่กระโปรงไปงานเลี้ยง จะเปลี่ยนไปใส่เรือนเล็ก ๆ แบบสวย ๆ งาม ๆ

คือเวลานอน หรือตอนอาบน้ำ ก็ใส่นาฬิกาตลอดค่ะ แม้แต่เวลาว่ายน้ำในสระ ในทะเล หรือตอนไปเรียนดำน้ำ เพราะถือว่ามันกันน้ำ ฮ่า ๆ ๆ เรือนนี้บอกว่ากันได้ 100 เมตรด้วยนะคะ คือประมาณว่าเจ้าของจมน้ำตายแล้วนาฬิกายังทำงานต่อได้ อิ ๆ

แล้วที่เลิกใส่นี่ไม่ใช่เพราะเครื่องกลไกมันพังหรอกนะคะ แต่เพราะด้านนอกมันบิ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา ทำให้หมุดยึดสายนาฬิกาหลุดบ่อย ๆ แล้วพอดีช่วงที่มันหลุดทุกวันเนี่ย ก็แบตฯหมดไป เอาไปเปลี่ยนถ่านแล้วใช้ได้แค่เดือนเดียว ถ่านหมดอีกละ! (ร้านมันโกงป่าวเนี่ย เปลี่ยนถ่านตั้งร้อยยี่สิบนะ ใช้ได้เดือนเดียวเอง แง่ง) ตอนนั้นกำลังจะไปเที่ยวฮาวายกับครอบครัว ไม่อยากให้นาฬิกาสุดที่รักหล่นหายหรือหล่นไปในที่ที่เอาคืนไม่ได้ เพราะกะว่าไปเที่ยวคงสมบุกสมบันมาก ก็เลยตัดสินใจให้มันเกษียณค่ะ

Casio No.2 broken

รอยบิ่น.... หมุดหลุดออกมาทีต้องคลำหาจนวุ่นทุกที เพราะมันมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ปลายหมุดด้วย ถ้าหายไปก็เสียบคืนไม่ได้ เอวังฯ

แล้วก็ไปเดินห้างกับคุณแม่ ดูร้านไหน ๆ กี่เรือนก็ไม่ถูกใจทั้งนั้นค่ะ จนร้านสุดท้ายเห็นมี Casio เยอะมาก แต่เรือนโลหะที่มีเป็นฟาร์มเนี่ยดูแล้วไม่ถูกใจสักเรือน เลยถามคนขายว่า เอาแบบที่ใส่อยู่เนี่ย มีมั้ยคะ เค้าก็ไปเปิดตู้หยิบมาให้.... อ๊ะ ดีไซน์สวยถูกใจ ดูขรึมแต่ไม่แก่ ตกลงใจซื้อเรือนนี้ทันทีค่ะ (ยังไม่ได้ถามราคาเลย =o=)

Casio No.3

สายแบบนี้อ่านในคู่มือแล้วบอกว่าเป็นเรซิ่นค่ะ ลักษณะหยุ่น ๆ เหนียว ๆ เหมือนยางเลยล่ะ ใส่แล้วนุ่มดีไม่ระคายผิว (เรือนเก่าสายเป็นพลาสติคอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ใส่ไปสักเดือนสองเดือนจะเริ่มแข็งจนถอดวางไว้แล้วสายยังโค้งเป็นรูปข้อมืออยู่เลย คงสภาพไปซะแล้ว.... แต่เรือนนี้ไม่เป็น แล้วก็ กันน้ำ 100 เมตรเหมือนเรือนที่แล้ว

 

ที่จริงถ้านับนาฬิกาที่ซื้อเอง คงนับไม่ถ้วนค่ะ เพราะเวลาเดินห้างเห็นนาฬิกาเรือนที่สีสวย ๆ น่ารัก หรอืเป็นแฟชั่นวัยรุ่นแล้วไม่แพง ก็มักจะซื้อ (พูดเมหือนซื้อบ่อย แต่ที่จริงแบบเรือนละ 199, 299 นี่ เฉลี่ยแล้วซื้อปีละเรือนเท่านั้นแหละ) แต่พวกนั้นใส่ตามการแต่งตัว อย่างสมมติถ้าไปเที่ยวแล้วใส่เสื้อผ้าสีฟ้า ๆ ก็ใส่เรือนที่สายสีฟ้า โทนชมพูก็ใส่สายสีชมพู หรือไปงานกลางคืนอย่างพวกงานแต่งงาน ก็ใส่เรือนโลหะที่ดูเป็นกุลสตรีหน่อย เช่นเรือนนี้

Other Watch

เรือนนี้เพื่อนผู้ชายซื้อให้สมัยม.ต้นค่ะ น่าจะ ม.3 นะตอนนั้น จำไม่ได้ หรืออย่างช้าก็ ม.4 เป็นเพื่อนที่เคยสนิทกันมากชื่อแอม คงซื้อให้เพราะเห็นเราใส่คาสิโอของคุณพ่อทุกวัน คงขัดใจที่เราไม่สมหญิง ฮ่า ๆ เรือนนี้ใส่ไม่บ่อยค่ะ ตอนนั้นถ้าใส่ก็ใส่เวลาไปเที่ยวกันในกลุ่มแล้วแอมไปด้วย (ตอน ม.ต้นเราไปไหนก็ใส่กางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตค่ะ ไม่ใส่หรอกกระปรงกระโปรงน่ะ) หรือเวลาไปดินเนอร์ร้านหรู ๆ กับคุณย่าเท่านั้น แล้วจะบอกว่า ใส่ไปหกล้มมาด้วย.... หน้าปัดแตกเลย เสียดายอย่างสุดซึ้งจนเอาไปซ่อม เปลี่ยนกระจกใหม่ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แต่อยู่ในงบที่จ่ายได้โดยไม่เสียดายน่ะค่ะ ถึงแอมจะบอกว่านาฬิกาเรือนนี้มันถูก ๆ ก็เถอะ.... แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจนิคะ ถึงค่าซ่อมแพงครึ่งนึงของนาฬิกาก็ยังอยากซ่อมอยู่ดี ฮิ้วววว แต่หลังจากถ่านหมดเมื่อหลายปีมาแล้วก็ยังไม่ได้ใส่อีกเลย เพราะเวลาออกจากบ้านมักไม่มีเวลางมหานาฬิกา.... เลยใส่คาสิโอที่ใส่ติดมืออยู่แล้วนั่นแหละออกไปทุกที

แต่กับนาฬิกาที่ใส่ตลอดเป็นชีวิตประจำวันก็มีแต่คาสิโอทั้งสามเรือนนี้เท่านั้น

กำลังคิดอยู่ว่า นาฬิกาคู่ใจเรือนต่อไปจะได้ซื้อเมื่อไหร่ อีก 10 ปีหรือเปล่า? และจะซื้อยี่ห้อไหน? สงสัยจะหนีไม่พ้นคาสิโอล่ะมั้ง ฮ่า!

 

- แก้ไข - สะกดผิด / พิมพ์ผิด (-0-;;)

edit @ 29 Apr 2008 02:50:12 by Valentino