My-Love

*คำเตือน*
บล็อกวันนี้มีระดับความหวานและเลี่ยนมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ หลังจากหมดเนื้อเพลงแล้ว ผู้อ่านคนไหนมีหัวใจเป็นโรคเบาหวาน หรือ ไขมันอุดตันในหัวอกหัวใจ กรุณาระมัดระวัง

เคยรู้สึกไหม เวลาไม่มีใครแล้ว
(วันนี้เฝ้าบ้านคนเดียวนี่นา)
จะมองไปทางไหน ไม่มีใครให้พูดจา
(พ่อแม่ไม่อยู่ น้องชายไปเที่ยว ไม่รู้จะคุยกับใคร)
ไม่มีเลยสักคนจะหันมามองและเข้าใจ
(ก็ไม่มีใครอยู่บ้านนี่...)
...คนคนนี้ที่มันไม่มีอะไร
(ไม่มีอะไรเลย มีแต่งาน ที่ทับถมจนออกไปเที่ยวไหนไม่ได้)

นี่คือเหงา นี่แหละเหงา
(เหงาเหรอ เออจริง เหงามั้ง)
นี่คือความจริงที่ได้เจอ
(เมื่อตืนมาแล้วพบว่า คนในบ้านหนีไปเที่ยวหมด)
เจ็บปวดทรมาน ลึกลงข้างในใจ
(ปั่นงานจนหัวฟู ทรมานแทบตาย ข้าวปลาอาหารก็ลืมกิน)
โอ้ความเหงา มันช่างหนาว
(ไม่หนาวแล้วล่ะ กรุงเทพมีฤดูหนาวยาวแค่ 3 วัน)
(วันนี้เป็นวันที่ 4 พอดีหมดหนาวแล้ว)
มันช่างยาวนานและทุกข์ทน
(ใช่! ทำไมสารคดีม้วนนี้มันยาวนานอย่างงี้ฟระ)
รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน
(ใครก็ได้หยุดมันที...คนบรรยายสารคดีพูดมากชิบ)

มันจะอีกนานไหม เวลาคงไม่หยุดแล้ว
(กด stop หยุดได้ แต่ก็ต้องแปลต่อ ไม่งั้นงานไม่เสร็จ)
เวลาจะพาคนไหน ให้ผ่านให้พ้นเข้ามา
(ใครก็ได้ ส่งผู้ช่วยมาให้ตูที~~~~~)
ไม่มีเลยสักคนจะหันมามองและเข้าใจ
(แถวนี้ไม่มีคนว่างๆคนไหนที่คล่องภาษาพอจะช่วยแปลได้เลย...)
...คนคนนี้ที่มันไม่มีอะไร
(มีดิ มีงานกองเต็มไปหมด ต้องรีบปั่นให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนด้วยอ่ะ)


เพลง : เหงา
ศิลปิน : Peacemaker

แต่ยังดีที่วันนี้ไม่ต้องเหงานาน เพราะมีนัดทานข้าวมื้อเย็นที่บ้านดาร์ลิ้ง เค้านัดเพื่อนๆมาทำบาร์บีคิวกินที่บ้านน่ะค่ะ แล้วพอดีฉันต้องไปเอาเอกสารที่คุณแม่ของเขาฝากไว้ให้ เขาก็เลยฉวยโอกาสเรียกฉันไปร่วมวงด้วยคน ... แต่อย่าคิดนะว่าฉันสุขสบาย หรือลอยตัวไปกินได้ง่ายๆ... ก่อนไปต้องรีบตะลุยกองงานให้เสร็จก่อน ม้วนนี้ dead line วันนี้ (วันศุกร์วันเสาร์ {โดนเพื่อนจับผิดค่ะ กรี๊ด จริงด้วย...วันนี้วันเสาร์นี่หว่า!}) ค่ะ แต่เพิ่งทำไปได้ 20 หน้า ยังเหลืออีก 21 หน้า... อีกครึ่งทาง!!!

เมื่อเช้านี้ก็เลยฟิต ลุกขึ้นมานั่งหลับ เอ๊ย นั่งทำงานตั้งแต่ก่อน 11 โมง ปั่นๆๆๆ ปั่นเข้าไป บึ๊ดจ้ำบึ๊ด.... ในที่สุด 4 โมงครึ่ง งานก็เสร็จ แฮ่ ส่งงานเสร็จ รีบอาบน้ำแต่งตัว กรี๊ด.... จะ 5 โมงแล้วยังไม่ได้ออกจากบ้าน ฮือๆๆ ออกไปก็เจอรถติดอีกแต่ไม่หวั่นค่ะ ฝ่าฟันการจราจรไปด้วยยานพาหนะพิเศษ "แท็กซี่" ตะลุยเข้าไปในเส้นทางหฤโหด "สุขุมวิท" เพื่อไปรถด่วนสาย "BTS" หลังจากนั้นไปต่อ "MRT" แล้วตามด้วย "มอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย" ถึงบ้านดาร์ลิ้งโดยสวัสดิภาพ.... ฮู่วววว

รวบรัดตัดย่อ กินเสร็จ จะกลับบ้านก็พบว่า คุณแม่ของเขา(ซึ่งไปต่างจังหวัด) ได้สั่งเตรียมรถแท็กซี่ไว้ให้ล่วงหน้า 1 คันเพื่อให้เขานั่งติดรถมาส่งฉันที่บ้าน แล้วค่อยให้แท็กซี่ขับกลับไปส่งเขาที่บ้านตัวเองค่ะ...

แหม เสียเวลาออกเนอะ ถ้ากลับแท็กซี่ให้ฉันกลับเองคนเดียวก็ได้นี่หว่า นี่ก็ 4 ทุ่มแล้ว เขายังอุตส่าห์ทิ้งเพื่อนๆ ทิ้งวงเหล้าและวงบาร์บีคิว เพื่อนั่งแท็กซี่มาส่งฉัน... กว่าตัวเองจะกลับไปถึงบ้านอีกครั้ง เพื่อนๆคงเบื่อแย่ ดีไม่ดีหนีกลับหมดนะเออเกรงใจจังเลยดาร์ลิ้ง.... แต่ขอโทษนะ ฉันไม่พูดหรอกว่า "แหม ลำบากเปล่าๆ กลับเองคนเดียวได้น่า อย่ามาเลย ไปนั่งคุยนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนๆต่อเถอะ" ไม่ค่ะ ไม่! ไม่มีวัน ก๊าก!!! เพราะฉันกำลังอยู่ในอารมณ์เหงาค่ะ ก็ขอเอาแต่ใจบ้างสิ อยากเห็นหน้าเธอนานๆนี่นา เพราะงั้นเธอจงยอมลำบากนั่งรถมาส่งฉันซะดีๆ 555

รู้สึกผิดเหมือนกันนะ อิอิ แต่เรื่องอะไรเราจะยอมสละความสุขเล็กๆน้อยๆให้ลอยหลุดมือไปเพียงเพราะเกรงใจเขาและเพื่อนของเขา.... นานๆทีขอเอาแต่ใจบ้างเหอะนะ ได้นั่งซบ นั่งจับมือ นั่งกอดแขนเธอจนกลับถึงบ้าน ถึงจะนานแค่ครึ่งชั่วโมงแต่ฉันก็มีความสุขนะ ก็แหม มีเธอมาส่งมันอุ่นใจกว่ากลับคนเดียวนี่นา...

พอเห็นแก่ตัวแล้วมีความสุขเนี่ย ฉันก็ชักจะติดใจซะแล้วสิ เดี๋ยวหัดเอาแต่ใจตัวเองบ่อยๆซะเลย....ดีมั้ยเนี่ย


edit @ 2005/11/26 23:47:24
edit @ 2005/11/27 00:15:15
edit @ 2005/11/30 02:05:52

วันนี้มาลงรูปที่ต๊ะไว้เมื่อวานนะคะ

เมื่อวานนี้สาธยายไปแล้ว เพราะงั้นวันนี้ไม่พูดพล่ามทำเพลงละนะคะ ดูรูปกันดีกว่า

ร้าน Hou Yuu ที่ฉันไปทานกับดาร์ลิ้งค่ะ
ถ้าไม่มีดาร์ลิ้งก็คงไม่รู้จักร้านนี้
และถ้าดาร์ลิ้งไม่พาไป คนงกอย่างฉันก็คงไม่ไปค่ะ
รวมทั้ง ทั้ง 2 ครั้งที่ได้ไป ล้วนไปกับดาร์ลิ้ง
เป็นร้านที่บรรยากาศหรูหราและเงียบสงบค่ะ
เหมาะสำหรับพาหวานใจไปนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศกัน 2 ต่อ 2 นะคะ

นามบัตรร้าน
ร้านอยู่ชั้น 3 ตึกสำนักงานข้างๆเซ็นทรัล เวิร์ลด์

นี่ค่ะเมนูนี่ฉันสั่ง
อาหารชุดจิราชิปลาซามอน
คือข้าวหน้าปลาซามอนดิบ
สนนราคาจำได้แม่นยำค่ะ คือ330 บาท


มีการประดับด้วยผักและสาหร่าย รวมทั้งไข่ปลาซามอนด้วย
ขิงดองนี่ฉันชอบที่สุด แต่กองวาซาบินั่น...เขี่ยทิ้งออกไป 95% ค่ะ

ในชุดมีน้ำซุป 1 ถ้วย

และไข่ตุ๋น กับสลัดผักอีกอย่างละ 1

ชุดนี้อิ่มกำลังอืดเลยค่ะ....
สารภาพบาปว่าทานข้าวไม่หมด เหลือไว้ประมาณ 3 คำ ฮือๆ

ส่วนนี่ ชุดข้าวหน้าปลาไหลย่างค่ะ
ฉันไม่ได้สั่งก็เลยไม่ทราบราคา
ของในชุดก็คล้ายคลึงกัน

ส่วนนี่ ชุดไคเซ็นด้ง(มั้ง จำชื่อไม่ได้)
คือข้าวหน้าอาหารทะเลค่ะ
คล้ายๆของฉันแต่มีหลายอย่างปนกัน
ถ้าจำไม่ผิด ราคา 330 บาทเท่ากัน

ส่วนนี่ กุ้งหวานทอดทั้งเปลือกค่ะ
จำราคาไม่ได้แล้ว แต่ถ้าไม่ 300 ก็ 500 บาท
แบบว่าแพงหูตูบ +_+


แต่ก็อร่อยเหาะจริงๆค่ะ กินได้ทั้งตัวเลย
แต่ส่วนหัว เปลือกนอกต้องเคี้ยวดีๆนะคะ
ไม่งั้นอาจจะเลือดกบปากได้ เพราะเปลือกกุ้งบาดลิ้น

นี่คือซาชิมิปลาซามอนค่ะ
รู้สึกว่าจานนี้ ราคา300 บาท
ของจริงต้องมีแค่ 3 ชิ้น แต่ที่โต๊ะเราได้ 4 เพราะเค้าแถมให้ 1 ชิ้น
เป็นการชดเชยความผิดพลาดของพนักงานค่ะ

รสชาติอร่อย หอม หวาน และสดใหม่จริงๆ
และอาจจะเป็นส่วนที่อร่อยอยู่แล้ว
บวกกับวิธีแล่แบบเนื้อหนา เลยทำให้อร่อยเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังรองมาด้วยใบไผ่(ใหญ่พิเศษ อิมพอร์ตจากญี่ปุ่น)
และใบชิโสะที่หอมสดชื่นด้วย
ทำให้เวลาคีบปลาเข้าปากแล้วเคี้ยวคำแรก
รู้สึกเหมือนมีกลิ่นหอมลึกลับออกมาจากเนื้อปลา
(หรือเราอาจจะจมูกเฝื่อนไปเองก็ได้นะ อิอิ)

ส่วนนี่ คือข้าวหน้าปลาซามอนที่เค้านำมาเปลี่ยนและชดเชยให้เราค่ะ
ด้านบนที่ดูเหมือนเนื้อหรือหมูสับ
คือโทโระสับ (ถ้าเดาไม่ผิดเป็นโทโระปลาทูน่า)

ตอนเค้ายกชามนี้มาเสิร์ฟพร้อมขอโทษเรา
ดาร์ลิ้งแทบจะกรีดร้องเสียงโหยหวน
(อิจฉาค่ะ อิอิ บอกว่าเราขี้โกงน่ะ)

ปิดท้ายด้วยผลไม้สำหรับลูกค้า
(เดานะคะว่าให้ทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องสั่งอาหารชุด)

รูปนี้เป็นรูปเดือนที่แล้วค่ะ
เมื่อวันจันทร์ไป มีชมพู่ แคนตาลูป และแตงโม

รวมบิลเบ็ดเสร็จและค่า service charge และภาษีมูลค่าเพิ่ม
(ไม่แน่ใจว่าในเมนูเป็นราคารวม VAT หรือยังนะคะ)
ตก 2,071 บาท (3 คน)

ของหวานก็อร่อยนะคะ แต่วันจันทร์ไม่มีปัญญาสั่งมา
เพราะไม่เหลือพื้นที่ในกระเพาะและลำไส้ หรือแม้แต่ในลำคอค่ะ
(เว่อร์ไป แต่เกือบจริง)

โดยรวมแล้ว....

บรื๋อ.... (หนาวราคา) อร่อยค่ะ อร่อยมากๆด้วย
ชอบร้าน ชอบอาหาร ชอบพนักงาน ชอบบรรยากาศ
อยากไปกินอีกแน่นอนค่ะ (แต่ไม่อยากจ่าย) T-T


edit @ 2006/05/03 18:55:00
edit @ 2006/05/03 18:55:49
edit @ 2006/05/03 18:56:52

ร้านซูชิสายพาน Tsubakiya ซอยทองหล่อ .... ที่อยู่ วิธีการเดินทาง ดูได้ที่บล็อก"พี่ด้วงเท่ห์" (ขี้เกียจอ่ะ มักง่ายงี้ละกัน ฮ่าๆ) มื้อกลางวัน ราคาหัวละ 240 บาทค่ะ แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจ่ายไป 2 คน 500 พอดี อาจจะคิดค่าน้ำต่างหาก 10 บาทมั้งคะ

คือที่จริงไปทานมาตั้งแต่ 30 พ.ค. แล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ได้เขียนถึงซะที ด้วยสาเหตุ2 ประการ
1. ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารทุกๆจานเอาไว้ ก็เลยขี้เกียจเอามาบรรยาย
2. ไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ ก็เลยขี้เกียจเอามาบรรยาย

แต่พอดีวันนี้เพื่อนซี้ทัก MSN มาถามเรื่องร้านนี้พอดีค่ะ และชวนไปกินด้วย พร้อมทั้งให้กระทู้(เก่าแล้ว)ใน Pantip ที่พูดถึงซึบากิยะ และชมว่าอร่อยมากๆ ชอบมากๆ ทำให้เพื่อนของเราอยากไปลอง

ไอ้เราก็มานึกย้อนดู เราเคยกินนี่หว่า อย่ากระนั้นเลยมารำลึกอดีตกันดีกว่า เพื่อจะได้บรรยายให้เพื่อนรู้ ว่า ตอนโน้นไปกินแล้วรู้สึกอย่างไร ก็เลยเรียบเรียงออกมาได้ประมาณนี้...

(รำลึกเสร็จแล้วยังไปโพสต์ในกระทู้นั้น โดยลืมดูวันที่ด้วย ว่ากระทู้มันเก่าและตกไปนานแล้ว ฮ่าๆ เฉิ่ม)

ก็ขอเอามาเรียบเรียงใหม่แล้วโพสต์ในบล็อกเลยนะคะเพื่อความประหยัดพลังงาน (ภาษาชาวบ้านเรียก "ขี้เกียจ")

สำหรับร้านซึบากิยะนี้ ก็มีคนมาร่ำลือว่า ยอดเยี่ยมมาก อร่อยโค่ดๆ เบียดโคโซชิดซ้ายไปไกลๆเลย แต่ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าก็เฉยๆนะคะ (ไม่อยากใช้คำว่า "งั้นๆ" มันฟังดูไม่ค่อยดี เนอะ)

ส่วนตัวแล้วก็คิดว่าอร่อยใช้ได้นะคะ แต่เหมือนจะ "ไม่ถึงใจ" อย่างไรอยู่ (จึงได้รู้สึก "เฉยๆ") แถมทานไปก็นึกถึงโคโซไป ว่าอยากกลับไปทานโคโซอีก T-T

เริ่มแรก...สลัดผักไม่ถูกปากค่ะ เพราะน้ำสลัดเป็นแบบซอสถั่วมั้งคะเลยไม่ชอบ และใต้สลัดไม่ได้มีแต่ผัก แต่มีเส้นเหมือนจะเป็นอุด้งด้วย ซึ่งโดยรวมทั้งถ้วยมีรสจืด และราดน้ำสลัดให้น้อย ทำให้ทานสลัดไม่หมดถ้วยค่ะ (อาจจะเป็นเพราะเราบังเอิญหยิบถ้วยที่มีน้ำสลัดน้อยก็ได้) และที่อยากงอนก็คือ ไม่มีสลัดมันฝรั่งค่ะ ฮือๆ นี่อาจจะเป็นการตัดสินเพราะอคติก็ได้ ของชอบของเราแท้ๆ ทำไมไม่มีให้กิน ฮือๆ ไม่ย้อมไม่ยอม


ซูชิ(นิกิริ)หน้าปลา salmon ค่อนข้างบางค่ะ แต่พ่อครัวปั้นเร็วดี และเนื้อปลาก็คิดว่าสดดีค่ะ
หน้าปลาซาบะดอง ก็ดีนะคะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าทานได้ ใช้ได้เลยล่ะ แต่น้องชายเราบอกว่าอร่อยสู้โคโซไม่ได้ (อันนี้ลิ้นเราอาจจะละเอียดอ่อนไม่พอนะ อิอิหรือ น้องชายอาจจะลิ้นเรื่องมากเกินไปก็ได้ อะเหอๆๆ)

อ้อ มีเรื่องจำต้องแย้งบล็อกพี่ด้วงเท่ห์นิดนึงนะคะ แต่ไม่ได้บอกว่าน้องด้วงจำผิดหรือให้ข้อมูลผิดนะคะ พ่อครัวแต่ละวันอาจจะทำไม่เหมือนกันก็ได้ หรือแม้แต่วันเดียวกัน ถ้าพ่อครัวคนละคน ก็อาจจะทำไม่เหมือนกันก็ได้ คือน้องด้วง(เรียกน้องด้วงดีกว่า ถ้าเรียกพี่ด้วงตามชาวบ้านแล้วเดี๋ยวคนอื่นครหา ว่าเราโกงอายุ) บอกว่า ร้านนี้ไม่ใส่วาซาบิในซูชินะ ขอแย้งว่า "ไม่แน่เสมอไป"หรอกค่ะ วันนั้นที่เราไป เจอพิษวาซาบิเข้าเต็มเปา แสบจี๊ดเลยค่ะ พอแงะซาบะออกมาดูก็พบว่า.... T-T

ที่ถ่ายรูปนี้มา ไม่ได้จ้องจับผิดหรืออะไรนะคะ แต่เพราะตกใจที่มีวาซาบิอัดอยู่ขนาดนี้ ก็เลยควานหากล้องมาถ่ายไว้เป็นอนุสรณ์ค่ะ

มาดูกันใกล้ๆ อู๊ย แค่เห็นก็เผ็ดแล้ว

นอกจากนี้จะเห็นว่าเนื้อปลาซาบะไม่สวยนะคะ ขาดๆวิ่นๆ แต่เราไม่มายด์ค่ะ กินได้ก็พอแล้ว ยังไม่เละหรือยุ่ยเกินไปจนรับไม่ได้ค่ะ ก็เลยสั่งซาบะมาอีกหลายๆจาน สบายพุงจริงๆ น้องชายไม่กิน ไม่มีใครแย่ง ฮ่าๆ

เมนูถัดๆไป...ต่อเลยนะคะ (ไม่มีรูปแล้วค่ะ เพื่อนไปเยอะเลยถ่ายแต่มนุษย์หมด ลืมถ่ายอาหารค่ะ อโหสิเราเถอะนะคะ)
นิกิริหน้าไข่หวาน อร่อยดีเลยค่ะ น้องชายเราเองก็บอกว่าอร่อยด้วยเช่นกัน

ต่อไปอีก...
ส่วนตัวแล้วซุปมิโสะของที่นี่ไม่ถูกปากเลยค่ะ รู้สึกว่าในซุปมีกลิ่นแปลกๆ เราเองชอบซุปของโคโซมากกว่า แต่สำหรับคนอื่นซุบของซึบากิยะอาจจะอร่อยก็ได้นะคะ คือเราไม่ค่อยมั่นใจลิ้นของตัวเองเหมือนกัน เพราะรสนิยมไม่เหมือนชาวบ้าน แถมค่อนข้างเลือกกินเหมือนเด็กๆอีกตะหาก ฮู้...><

อย่างอื่นเท่าที่จำได้ว่าอร่อย ก็มี แคลิฟอร์เนียมากิค่ะ เพื่อนผู้หญิงที่ไปด้วยสั่งแต่แคลิฟอร์เนียมากิมาเต็มเลย หุๆๆ
ไข่ตุ๋นก็อร่อยค่ะ แต่ไม่มีช้อนให้ แหะๆ ต้องกวักเรียกเอา แถมรอนานด้วย แต่อันนี้ก็เข้าใจพนักงานนะคะ ว่าลูกค้าเยอะ เลยมาไม่ค่อยทันใจ

ซูชิหน้ากุ้งต้ม โอเคนะคะ อร่อยดี
ซูชิหน้ากุ้งหวานก็มีค่ะ แต่ เอ่อ รู้สึกว่ากุ้งจะเหลวๆเละๆ และมีกลิ่นคาวเล็กน้อยนะคะ ไม่เหมือนเวลาไปทานร้านญี่ปุ่นแท้ๆน่ะค่ะ และอีกข้อที่เคือง(ด้วยความอิจฉา) เพราะซูชิกุ้งหวานที่เราไปกิน เค้าปั้นมาแบบมีกุ้งตัวเดียวนะคะ ไม่เห็นเหมือนที่น้องด้วงเท่ห์ไปกินเลย ได้สองตัวใน 1 คำ ตามมาตรฐานญี่ปุ่น ฮือๆ ดูในรูปด้านบนประกอบได้ จะเห็นว่ามีหางกุ้ง 3 หาง เพราะน้องชายกินของอีกจานแล้วโยนซูชิกุ้งหวานอีกคำมาให้เรา (พร้อมร้อง "ยี้") เราก็เลยมีซูชิกุ้งหวานของตัวเอง 2 คำ กับของน้องอีก 1 คำ (เข้าปากไปแล้ว) รวมเป็นหางกุ้ง 3 หาง --- คำละ 1 หางเท่านั้น

ต่อไป... เมนูที่ประหลาดสำหรับบางคน (แต่ไม่ประหลาดสำหรับเรา) ก็คือ อลาสก้ามากิค่ะ เพราะกิน Alaska Salmon Maki ที่ฟูจิบ่อยๆ(เมนูโปรดนะคะเนี่ย) แต่ของที่นี่ พอมาถึงแล้วต้องร้อง "จ๊าก" เพราะเล่นม้วนผักกาดเขียว (หรือบางคนอาจจะเรียกว่าผักกาดหอม) มาทั้งใบเลยค่ะ อึ๋ย กินเข้าไปแล้วรสไม่เข้ากันอย่างแรง เลยไม่ได้สั่งจานที่สองเลยนะเมนูนี้

ทางด้านของทอด วันที่เราไป ร้านอาจจะบังเอิญมีของไม่ครบ หรือยังเช้าเกินไปเลยยังไม่ได้ทำออกมาเสิร์ฟบนสายพาน ก็เลยไม่มีปลาไข่ทอดค่ะ (ปลาไข่ย่างก็ด้วย) ซึ่งเป็นอีกข้อที่ทำให้คิดถึงโคโซ เพราะติดใจปลาไข่ทอดของทางนู้น (อิจฉาน้องด้วงว้อยยยย ได้กินทาโกะยากิด้วย เราไม่เห็นได้กิน ฮือๆๆๆ เคือง)

ปลาซาบะย่างซีอิ๊ว อร่อยดีเลยทีเดียวค่ะ เสียแต่ก้างเยอะมากๆ (เท่าที่กินร้านอื่น ไม่ค่อยเจอก้างนะคะ หรืออาจจะเพราะเมื่อก่อนเราดวงดีมาตลอดเลยได้ปลาชิ้นที่ไม่ค่อยมีก้าง ส่วนวันนี้ดวงซวย เลยได้ชิ้นที่ก้างเยอะผิดปรกติ) และในร้านก็บังเอิญทึมๆ ทำให้ต้องเพ่งแทบแย่กว่าจะกุ้กับระเบิดปลาได้หมด ฮือๆ

ส่วนไก่คาราอาเกะ (หรือหมูชุบแป้งทอดก็ไม่ทราบ พอดีสมองเสื่อม จำไม่ได้ค่ะ เพราะไม่ได้หยิบเอง แต่น้องชายส่งที่เหลือคำนึงมาให้ช่วยกิน)ก็ทอดมาดีใช้ได้เลยค่ะ
ของทอดนี่คงเสียอย่างเดียว(นอกจากไม่มีเมนูที่เราอยากกิน) คือร้านไม่มีซอสของทอดให้ใช้บนโต๊ะค่ะ (ขอแล้วค่ะ แต่พนักงานไม่เข้าใจ ว่าซอสของทอดคืออะไร เลยบอกว่า วูสเตอร์ซอส ที่เปรี้ยวๆหวานๆ เค้าก็ตอบมาว่า "ไม่มีค่ะ" --- แต่ในจานของทอดก็มีราดซอสมาสองสามหยดพอเป็นพิธีนะคะ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าไม่มีนั้นอาจจะหมายถึงไม่มีให้ใช้นอกจากในครัวค่ะ)

ส่วนตัวรู้สึกว่าข้อด้อยเรื่องซอสในร้าน อีกข้อก็คือรู้สึกว่าโชยุเค็มจัดค่ะ แต่อาจจะเป็นเพราะเราชอบรสอ่อนๆก็ได้ ซอสนี้อาจจะเป็นที่ถูกใจของคนอื่นๆอยู่แล้ว มันก็คงจะแล้วแต่รสนิยมอ่ะนะ

มาพูดเรื่องของหวาน วันที่เราไปนั้นดวงซวย(อีกแล้วตู....) ไอศครีมมีแต่รสส้ม เลยไม่ได้กินไอติม! (เพราะไม่ค่อยชอบจำพวกเชอร์เบท) ก็แอบหวังไว้น่ะค่ะว่าจะมีไอศครีมชาเขียวหรือวนิลาราดถั่วแดงให้ทาน พอไม่มีก็เลย... แหะๆ คิดถึงคัสตาร์ดกับสับปะรดที่โคโซอีกแล้ว

อ้อ แล้วของหวานนี่ ให้เลือกสั่งได้อย่างเดียว(และถ้วยเดียว)นะคะ ระหว่างชาหรือกาแฟ(เหมือนชาเย็น กาแฟเย็นที่แถมในชุดอาหารกลางวันของฟูจิ) หรือ ไอศครีม ถ้าสั่งชา/กาแฟก็ไม่ได้ไอศครีมนะคะ พนักงานบอกมาเพราะน้องชายเราถามอ่ะ เพราะงั้นในแง่ของของหวานนี้ ทางโคโซจึงเหนือกว่า ในความรู้สึกของเราค่ะ (เพราะให้ไม่อั้น และมีผลไม้ด้วย)

อีกเรื่องที่ไม่ประทับใจ (หรือ เรียกอีกอย่างว่า ประทับใจในแง่ลบ) ก็คือ นมค่ะ นม น้องชายเราสั่งกาแฟเย็นไป พอได้มาแล้วปรากฏว่าขมไปนิด อยากเติมนด(นมจืด) ก็เลยเอ่ยปาก ขอนมมาเติมกาแฟ พนักงานก็ทำหน้าแปลกๆค่ะ แล้วก็ถามว่า "นมข้นได้หรือเปล่าคะ?" น้องเราก็ "เอ่อ...นมธรรมดาไม่มีเหรอครับ" "ไม่มีค่ะ"

น้องชายก็ "(บ่นกับเราทีหลัง เมื่อขึ้นรถ) ไรว้า...ไม่มีนมธรรมดาแล้วเค้าเอาอะไรใส่ในชานม กาแฟนมที่ชงมาเสิร์ฟฟะ" เอ่อ มันก็จริงนะ... เพราะเค้าก็ไม่ได้เสิร์ฟกาแฟดำ และชาดำ แต่เป็นชานม กาแฟนม.... ดังนั้นที่ถามไปอาจจะมีแต่ไม่ให้ กั๊กไว้ใช้แค่ในครัวเท่านั้นมั้ง (เหมือนวูสเตอร์ซอส ฮ่าๆๆๆ)

และนอกจากนี้เท่าที่เห็น (เราอาจจะตาถั่วก็ได้) ร้านนี้ไม่มีเมนูที่"ขึ้นชื่อ" ของร้านค่ะ (อย่างร้านเกงกิ มีเกงกิซูชิ ... ร้านโคโซ มีโคโซซูชิ ... ร้านฟูจิ มีฟูจิเบนโตะ) ดังนั้น จึงอาจจะเหมาะมากกว่า สำหรับเพื่อนๆที่ชอบทานซูชิแบบทั่วๆไปไม่ได้เจาะจงเมนูไหนพิเศษ (บางคนถ้าติดใจเมนูเฉพาะของร้านไหนแล้ว ก็คงชอบกลับไปทานร้านเดิมมากกว่า จริงไหมคะ)

ส่วนถ้าให้พูดโดยรวม ร้านนี้ บรรยากาศดีมากค่ะ คงเป็นเพราะมีบริเวณเป็นของตัวเอง ไม่ได้อยู่ในห้างน่ะ รสชาติก็จัดอยู่ในขั้นดี ราคาก็ไม่แพง ควรไปลองเป็นอย่างยิ่ง

เพียงแต่ ถ้าเว้ากันซื่อๆเลยนะ ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ซึบากิยะยังไม่ได้ดีเป็นพิเศษหรือมีรสชาติโดดเด่นชัดเจนมากๆจนเราจะสามารถพูดได้เต็มปากว่า"ร้านนี้อร่อยกว่าโคโซ"หรอก

ถ้าที่วิจารณ์มานี้เป็นที่ขัดเคืองของใครก็ขออภัยด้วยเน้อ

ความเห็นส่วนตัว และประสบการณ์ตรงล้วนๆค่ะ ไม่ได้มีความรู้อะไรเลยนอกจากชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นมากก็เท่านั้น (ที่รักของเราก็ชอบเช่นกัน และดูเหมือนจะไม่กลัวตัวเองและแฟนอ้วนเลยนะ -_-;; หรือไม่ก็อาจจะคิดว่าอ้วนอยู่แล้วไม่ต้องระวังเรื่องของกิน ก็ชอบพาเราไปตระเวณกินเรื่อย...... ฮือๆๆ)

เพราะฉะนั้น blog วันนี้ จับใส่ category ของสุดที่รักดีกว่า เอิ๊ก... category นี้ก็คงจะมีแต่เรื่องกินเต็มไปหมด กั่กๆ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า วันโน้นที่ไปกัน ชวนที่รักของเราไปด้วยล่ะ แต่เค้าบอกว่า "ไม่แน่" ซึ่งเราฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่าพอถึงวันมาเธอก็ไม่ไปหรอก ไปๆมาๆก็เลยคิดอีกแง่ว่า เออ ให้เราไปลองชิมก่อน ถ้าอร่อยค่อยไปกินกันสองคนดีกว่า ไม่มีน้องและเพื่อนเป็นก้างเยอะแยะเหมือนวันนั้น (ฮ่าๆๆๆ) ตอนนี้รู้สึกโล่งอกที่ไม่ได้คะยั้นคะยอให้ที่รักไป เพราะถ้าไป เธอคงเคืองมากค่ะ ข้อหาพาไปกินของไม่ "ประทับใจ" หงิงๆ...


edit @ 2006/07/05 02:48:14
edit @ 2006/07/05 02:51:34
edit @ 2006/07/05 16:29:41