My-Family

2011/Dec/13

สุนัขหายค่ะ T.T (UPDATE เจอแล้วนะคะ น้องกลับมาบ้านแล้วค่ะ)
 
(รูปนี้สมัยยังเอ๊าะ ๆ)
 
ถ้าใครยังจำกันได้ ว่าเมื่อปี 2006 (2549) ที่บ้านเราเก็บลูกหมาได้ตัวหนึ่งจากหน้าด่านจ่ายค่าผ่านทางด่วนลอยฟ้า  แล้วตั้งชื่อว่าขนุน .... บัดนี้ผ่านไปยังไม่ครบ 6 ปีดี ขนุนก็หายไปค่ะ หนีออกไปเที่ยวเมื่อคืนนี้ จนบัดนี้ยังไม่กลับ
 
ถ้าใครเห็นน้องหมาหน้าตาแบบนี้ (ตามในภาพ) ขอความกรุณาแจ้งเบาะแสด้วยนะคะ
 
บ้านเราอยู่ในซอยหมู่บ้านข้าง ๆ โนโวเทลบางนาค่ะ (ถนนศรีนครินทร์ ตรงข้ามกับซอยสถานีตำรวจบางนา (หน้าปากซอยสน.บางนาตอนนี้มีคอนโดศุภาลัย ปาร์คตั้งตระหง่านอยู่) 
 
ถ้าน้องขนุนไม่ได้มีคนพาขึ้นรถไป ก็น่าจะหลง ๆ อยู่แถวนี้ (ศรีนครินทร์ บางนาตราด อุดมสุข ซอยเฉลิมพระเกียรติ) แหละค่ะ
 
รายละเอียดอื่น ๆ และรูปขนุนแบบมีเบอร์โทรติดต่ออยู่บนรูป สามารถเข้าไปดูได้ใน FaceBook ตามลิ้งก์ด้านล่างค่ะ

2008/May/14

จาก Entry ก่อน "โตมากับเกม" เพื่อน ๆ ที่มาคอมเมนท์ได้ทำให้เรารู้ค่ะว่า ตกหล่นไปอย่างน้อย 3 เกม...

 

- Ice Climber (ลืมไปได้ไง! ขอบคุณคุณปิงกรู มากค่ะที่ทักขึ้นมา)


(ภาพจากเวอร์ชั่นเครื่องอื่น จากเว็บ MobyGames)

เกมเอสกิโมไต่เขาค่ะ ต้องกระโดด ๆ ทุบเพดาน(พื้นชั้นบน)ให้โหว่ แล้วกระโดดขึ้นไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางมีอุปสรรค(กวนบาทา)มากมาย เช่นนก (แต่ดูหน้ามันเหมือนไดโนเสาร์มาก) มนุษย์หิมะ บลา ๆ ๆ เล่นได้สองคน จำได้แต่ความกวนโมโหของศัตรูและการแข่งกับเวลา.... นึกไม่ออกแล้วว่าเล่นกับใครค่ะ รู้สึกว่าถ้าจำไม่ผิด ใครกระโดดขึ้นสูงเกินไป คนข้างล่างจะเท่ากับตกเหวตายมั้งคะ ไม่ค่อยแน่ใจ (คล้ายๆ  กับการถ่วงแข้งถ่วงขากันเองใน Contra อย่างที่คุณ Sirius รำลึกเอาไว้ในคอมเมนท์น่ะค่ะ ฮ่า ๆ)

เพิ่งไปค้นข้อมูลมา พบว่า Nintendo มีการทำภาคใหม่ลงเครื่อง Wii ค่ะ อ๊ายยยยย อยากเล่นนนน

 

- Circus Charlie (ขอบคุณคุณ Farine ค่ะที่เตือน)


(ภาพจาก Wikipedia และ Centuri.net)

เกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่ฝึกตบะและการควบคุมอารมณ์ เพราะจำได้ว่าเล่นยากมาก ตายตลอด! และด่านที่ตายเยอะก็คือด่านเดินบนบอล และถ้าจำไม่ผิดมีด่านขี่ม้าด้วย และพอผ่านด่านหิน ๆ ไปได้ นึกว่าด่านต่อไปจะสบาย ก็จะพบว่าผิดคาด เพราะมันยากขึ้นเรื่อย ๆ -"- จำได้ว่าหลังจากด่านขี่อะไรต่อมิอะไรแล้วจะมีด่านที่ต้องกระโดดเด้งขึ้นไปโหนอะไรข้างบน ซึ่งรู้สึกว่าจะไม่เคยเล่นผ่านนะคะ.... เกมนี้จำไม่ได้โดยสิ้นเชิงค่ะว่าเคยชนะเกม น็อคเกม หรือเล่นจนจบ.... T-T

ถ้ามีรีเมคมาลงเครื่องสมัยใหม่ ก็อยากได้นะคะเนี่ย จะแก้มือหน่อย ฮึ่ม!

 

- PacMan (คุณ VVITch ทวงมาค่ะ)


(ภาพจาก Wikipedia)

เกมนี้ ด้วยความสัตย์จริงนะคะ ไม่ได้ลืม.... แต่ละเอาไว้เพราะเป็นเกมที่เกลียดมาก (เนื่องจากมีความหลังอันเลวร้ายจากสมัยเด็ก) และ.... ไม่ได้อยากโม้เล้ย แต่สาบานได้ว่าไม่เคยเล่นผ่านด่าน 2 ได้สำเร็จ T-T  เพราะงั้นแพคแมนจึงเป็นเกมที่เรียกว่าฝันร้ายของเรา เพราะจะกินจุดไปทางไหนก็ไม่เคยหนีพ้นผีเสียที ตายตลอด

รู้สึกว่าคนที่ชอบเล่นเกมนี้จะเป็นคุณพ่อนะคะถ้าจำไม่ผิด....

 

--------------------------------------------------------------

หลังจากรำลึกอดีตด้วยรายชื่อเกมไปแล้ว เราขอเล่าเรื่องทั่ว ๆ ไปของครอบครัวนะคะ

อย่างที่บอกไปใน entry ก่อน.... ที่บ้านส่งเสริมให้เล่นเกมตั้งแต่เด็กค่ะ ตอนที่ยังไม่มีเครื่องเกม เราก็เล่นอะไรบ้าน ๆ ก่อน เช่น เป่ากบ (ใช้หนังยางเป็นเส้น ๆ นะคะ) ตักเมล็ดมะขาม ดีดลูกแก้ว บางทีก็เล่นไพ่ และคุณพ่อซึ่งไปเมืองนอกด้วยเรื่องงานบ่อย ๆ ก็จะซื้อของเล่นฝรั่งมา เช่น Domino ซึ่งเล่นมั่วไปเรื่อย เรียงถูกบ้างผิดบ้าง เอามาวางเรียงเป็นแถวแล้วเคาะให้ล้มเพื่อความสนุกบ้าง (ส่วนมากจะเล่นแบบหลังมากกว่า) เพิ่งมาเล่นแบบถูกกติกาเอาตอนโต หรือเกมกระดานอย่าง Monopoly ซึ่งแน่นอนว่าเวลาเล่นต้องเล่นกันพร้อมหน้า เพราะพวกเรายังเด็กมาก อ่านภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง คุณพ่อจะเป็นคนแปลทุกอย่างให้ค่ะ นอกจากนี้คุณพ่อยังเคยลงทุนเอาไม้กระดานมาปักหน้าบ้าน ทำเป็นกระบะทราย แล้วไปซื้อทรายมาใส่ไว้ ให้ลูกสามารถเล่นทรายได้แม้จะไม่ได้ไปทะเล

นอกจากนี้ก็ เช่น ไล่จับแบบโดดกระต่ายขาเดียว ซ่อนหา หมากเก็บ มอญซ่อนผ้า (แต่อันนี้เล่นได้เฉพาะเวลาญาติมาบ้าน เพราะต้องใช้คนเยอะ -_-) กระโดดหนังยาง มีการซื้อตุ๊กตากระดาษมาให้เล่นกันสามพี่น้อง (น้องชายเล่นด้วยค่ะ.... เพราะถ้าไม่เล่นแบบผู้หญิง พี่ก็ไม่เล่นด้วย ... จนถึงวัยเล่นรถของเล่นทามิย่านั่นแหละเธอถึงเลิกคบค้าสมาคมกับพี่สาวทั้งสอง) แล้วที่บ้านยังเล่นไพ่กันบ่อย ๆ ด้วย เรานี่เล่นกบดำกบแดงเป็นตั้งแต่ประถมเลยทีเดียว แต่เนื่องจากกบดำกบแดงมักเล่นแบบกินเงิน ไพ่ที่เล่นกันเองในครอบครัวจึงมักจะเป็นไพ่จับคู่ ไม่ก็ผสมสิบ แล้วก็อีแก่กินน้ำ....

อุปกรณ์ไฮเทคที่เข้ามามีบทบาทเป็นชิ้นแรกในกิจกรรมครอบครัวก็คือเครื่อง Family Computer สีขาวแดงนั่นเองค่ะ

ช่วงเวลาที่จะเล่นเกม ก็คือก่อนนอน ซึ่งที่บ้านเราเวลาลูกกลับจากโรงเรียนมา คุณแม่จะพยายามให้ลูกอาบน้ำก่อน ถ้าลูกไม่ยอมอาบน้ำ ก็ให้ทำการบ้าน หรือทบทวนบทเรียน แล้วพอคุณพ่อกลับมาแล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดอยู่บ้านแล้ว คุณพ่อจะทำหน้าที่ดูแลลูกให้แทนก่อน ในขณะที่คุณแม่ไปเตรียมอาหารค่ำในครัว ระหว่างนั้นคุณพ่ออาจสอนการบ้านด้วย

ช่วงที่กินข้าวคือเวลาเสวนากันระหว่างสมาชิกของครอบครัว ใครมีอะไรเล่า ใครมีอะไรฟ้อง ใครเจออะไรสนุกหรือถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง ก็จะเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังช่วงนี้แหละค่ะ

หลังจากกินข้าวเสร็จ สมัยที่ยังไม่มีเครื่องเกม ก็จะเป็นเวลาของทีวี  แต่พอมีเครื่องเกมแล้ว แทนที่ทุกคนจะสุมหัวดูทีวี ก็เปลี่ยนเป็นสุมหัวเล่นเกมแทน โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนถึงจะมีการเปิดเกม และถ้าลูก ๆ ยังทำการบ้านไม่เสร็จ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ใช่ว่าจะนั่งเล่นเกมยั่วลูกนะคะ ท่านก็จะคอยดูคอยสอนอยู่ข้าง ๆ หรือไปทำธุระอย่างอื่น จนเมื่อตรวจแล้วว่าลูกทำการบ้านครบ ถึงจะอนุญาตให้มีการเล่นเกมได้

การเล่นเกม ก็อย่างที่บอกไปแล้วน่ะค่ะ ใครเล่นเกม ที่เหลือก็นั่งดู นั่งเชียร์ หรือวิจารณ์ไป

ลูก ๆ มีห้องส่วนตัว น้องชายนอนคนเดียว ส่วนเรากับพี่สาวนอนห้องเดียวกัน แต่ในห้องลูก ๆ ไม่มีทีวีค่ะ และไม่มีใครร้องจะเอาทีวีด้วย เพราะไม่ได้พิศวาสทีวีกันเป็นพิเศษ

ส่วนเครื่องเกมและทีวีใหญ่ จะอยู่ในห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ เพราะฉะนั้นใครจะเล่นเกมก็ต้องไปนั่งในห้องคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น เป็นการควบคุมไปในตัว ว่าจะไม่มีใครสามารถแอบเล่นเกมโดยไม่ได้รับอนุญาตได้

เงื่อขไขต่อมาของการเล่นเกมก็คือ ห้ามทะเลาะกัน เมื่อไหร่ที่ทะเลาะกันปุ๊บ จะโดนปิดเกมแล้วไล่ไปนอนทันที.... ทำให้ลูก ๆ รู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ และไม่ทำตัวแพ้แล้วพาลในยามเล่นเกมค่ะ (แต่เวลาอื่นยังทะเลาะง้องแง้งงอแงใส่กันเป็นปรกติ ฮ่า ๆ ๆ)

ระหว่างเล่นเกม คุณพ่อคุณแม่จะคอยกำกับอย่างใกล้ชิดค่ะ พอมาย้อนกลับไปดูตอนนี้เพิ่งเห็นว่าเป็นการควบคุมพฤติกรรม และฝึกนิสัยไปในตัว ยกตัวอย่างเช่น....

- สอนให้รู้จักอภัย และยอมรับความผิดพลาดของอีกฝ่าย เช่นถ้าอีกคนทำพลาด แล้วเราพาลตายไปด้วย หรือมีการถ่วงแข้งถ่วงขากัน คุณแม่จะบอกว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเอาใหม่ หรือ ไม่เป็นไรนะ ยังแก้ไขได้ พลิกสถานการณ์ทัน

- สอนให้รู้จักควบคุมอารมณ์ เวลาแพ้คอม หรือเล่นไม่ผ่าน ตาย แล้วโกรธ คุณแม่จะถามค่ะว่า โกรธไปแล้วคอมมันรู้สึกอะไรมั้ย? มันจะอ่อนข้อให้หรือเปล่า? โวยวายไปแล้วจะทำให้เล่นผ่านมั้ย? คิดแล้วก็เข้าใจว่าไม่ค่ะ.... โกรธไปไม่มีประโยชน์ เพราะงั้นเก็บความเจ็บใจไว้เล่นแก้แค้นในครั้งหน้าจะดีกว่า เอาเวลาบ่นหรือโวยไปคิดแผนต่อสู้ดีกว่า อะไรทำนองนี้

- สอนให้รู้จักแบ่งปัน เนื่องจากมีจอยแค่ 2 จอย ต้องผลัดกันเล่นค่ะ ใครเล่นแพ้ หรือถูกคอมฯฆ่าตาย ก็ต้องออก ส่งจอยให้คนถัดไปในคิวได้เล่น จะไม่มีการงกจอยเอาไว้โดยเด็ดขาด เพราะทุกคน (รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่) เท่าเทียมกันด้วยการใช้ฝีมือและใช้โอกาสที่มีคนละ 1 ครั้งเท่ากัน ใครตาย 1 ครั้งก็ออกไปต่อท้ายแถวทันที

- สอนให้รู้จักมีน้ำใจนักกีฬา รู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ และไม่ทับถมคนแพ้เมื่อเราชนะ อันนี้จำได้ว่าตอนเริ่มเล่นเกมใหม่ ๆ ที่บ้านจะไม่ค่อยมีเกมที่เล่นแบบให้ผู้เล่น 2 คนฆ่ากันเองหรือแก่งแย่งกันเอง ส่วนมากจะเป็นเกมที่ช่วยเหลือกันมากกว่า พอเราเข้าช่วง ม.ต้น น้องเริ่มเล่นเกมไฟท์ติ้ง อย่างพวก Street Fighter (เครื่อง Super Famicom) เวลาเราเล่นแพ้จะรู้สึกโมโหมาก แล้วก็กรี๊ดเสียงดัง คุณแม่ก็ถามค่ะว่าแพ้น้องแล้วโกรธทำไม เล่นเกมมันก็ต้องมีทั้งแพ้ทั้งชนะ แล้วพอซักไปซักมา ก็ได้ความว่า เวลาแพ้คอมแล้วเราไม่โกรธ แต่แพ้น้องแล้วโกรธ วินิจฉัยไป ๆ มา ๆ แล้วพบว่า ที่โกรธ เพราะแพ้แล้วน้องหัวเราะเยาะ หรือมีการเยาะเย้ย อวดข่ม ว่าเก่งกว่า.... สรุปว่าคุณแม่ก็เรียกน้องไปสอนค่ะ ว่าพี่เล่นไม่เก่งให้สอนพี่ แนะนำพี่ ไม่ใช่ชนะแล้วลำพองใจ ตัวเองเล่นเก่งกว่า ชนะคนอ่อนแอนี่ภูมิใจได้เหรอ? ทำไมไม่ช่วยส่งเสริมกันให้ต่างฝ่ายต่างเก่งขึ้น จะได้เป็นการฝึกตัวเองให้สู้กับคนทีเก่งขึ้นด้วย ไม่ใช่รังแกแต่พี่ที่ฝีมือด้อยกว่า แล้วมาทำเป็นยืดอกว่าตัวเองเก่ง....

ได้ผลค่ะ น้องเลิกเยาะเย้ย เลิกหัวเราะเยาะ เราก็เลิกโกรธเวลาเล่นแพ้ เพราะพอไม่มีคนคอยเยาะแล้วเนี่ย พอแพ้แล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองห่วยหรือถูกทับถม ก็ไม่รู้สึกเสียหน้า แต่ทำใจได้ว่าแพ้เพราะน้องเล่นเก่งกว่าเท่านั้น ถ้าเราเล่นบ่อย ๆ อีกหน่อยก็อาจจะเก่งเท่าน้องได้ อะไรทำนองนี้

- สอนให้รู้จักสามัคคีและช่วยเหลือกัน เวลาเล่นเกมช่วยกันลุยแล้วมีปัญหาเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่จะช่วยชี้ปัญหาค่ะ ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร คอยบอกจุดบกพร่องของทีมเวิร์ค คอยบอกว่าตรงนี้ตรงนั้น ถ้าช่วยกันแบบนี้ ถ้ายอมยกไอเทมให้อีกคนแบบโน้น จะทำให้ง่ายขึ้น ฯลฯ ก็ทำให้เรารู้จักคิดช่วยคู่หู รู้จักวางแผนให้เอื้อประโยชน์กับอีกฝ่าย

- สอนให้รู้จักเสียสละ บางครั้งต้องยกไอเทมที่ดีกว่าให้คู่หู

- สอนให้รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด "ผู้กำกับ" ที่นั่งดูการเล่นเกมอยู่และสั่งการด้วยระบบเสียง (ฮา ฟังดูไฮเทคเนอะ) จะคอยบอกค่ะว่า ตรงนู้นตรงนั้นที่ผ่านมา เราตายเพราะอะไร สอนให้รู้จักดูว่าทำไมเราถึงตาย และถ้าเริ่มใหม่ต้องทำแบบไหนถึงจะไม่ตายแบบเดิมหรือพลาดแบบเดิม เป็นการแก้ไขปัญหากับศัตรูในเกมแบบใช้สมอง ไม่ใช่สักแต่เล่นมั่ว ๆ หรือกดรัวไม่คิด

- สอนให้ลูกรู้จักสื่อสารกันเอง บางทีเล่นแล้วไม่รู้ใจกัน ก็มีการทำให้อีกฝ่ายเสียจังหวะ หรือเป็นตัวถ่วง บางครั้งพลาดแล้วถึงตาย เกมโอเวอร์ ก็มีโมโหกันบ้าง งอนกันบ้าง คุณพ่อคุณแม่ก็บอกค่ะว่า บางทีเรารู้ว่าอีกฝ่ายพลาดอะไร ถ่วงเราตรงไหน แต่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ก็ได้ ให้รู้จักช่วยบอกกัน สอนกัน แนะนำกันบ้าง เพราะไม่มีใครอ่านใจใครออก อยากให้พี่หรือน้องช่วยทำอะไรให้ตรงไหนก็ต้องบอก ต้องพูดกัน ต้องสื่อสารให้เข้าใจกัน ไม่ใช่ไม่พูด คิดเองคนเดียวแล้วมาไม่พอใจเวลาอีกฝ่ายทำงานไม่ได้ดั่งใจ

สมัยนั้นก็ไม่รู้อะไรหรอกค่ะ แต่มาสมัยนี้มองย้อนไปแล้วเพิ่งรู้ว่าได้อะไรจากเกมเยอะเลย เพราะเล่นเกมแบบมีคนคอยสองแง่คิด สอนจริยธรรมควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่เล่นแบบตามยถากรรม จะเก็บอะไรไปคิดหรือเรียนรู้อะไรก็ปล่อยไปมั่ว ๆ....

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้จากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันเหมือนกันค่ะ เพียงแต่บางครั้งเด็กก็อาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะยังไม่สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ หรือเหตุและผลของสถานกาณณ์ได้ แรก ๆ ก็ต้องอาศัยคำบอกแบบเป็นประโยคจากผู้ใหญ่ก่อน อาจต้องใช้เวลาสักพัก กว่าที่เด็กจะรู้จักแยกแยะด้วยตัวเองได้ หรือนำแนวทาง หลักการ ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล จากที่พบเห็นในประสบการณ์ มาใช้วิเคราะห์เหตุการณ์ใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเอง

ถ้าผู้ปกครองรู้จักใช้สื่อกลางบางอย่างมาช่วย การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็อาจง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะถ้าเป็นสื่อกลางที่สามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งครอบครัว และยังมีประโยชน์ด้านความบันเทิงอย่างเกมหรือการละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ ก็จะทำให้เด็กจำไวมากขึ้น หรือ "เต็มใจ" ที่จะเรียนรู้มากขึ้น

เกมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนะคะ เพราะมันเป็นเหตุการณ์สมมติที่เด็กสามารถสัมผัส เรียนรู้ หรือพบเห็นได้ด้วยตาตัวเอง แต่ไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง หรือไม่ต้องเจอสถานการณ์คับขันด้วยตัวตนจริง ๆ ของตนเอง แต่ใช้ตัวละครเป็นสื่อในการรับรู้สิ่งเหล่านั้น

 

Entry นี้จบเท่านี้ค่ะ สวัสดี

 

 

2008/May/13

ในที่สุดก็ถึงเวลาอัพ entry ที่เคยสัญญาไว้แล้วค่ะ (เมื่อเช้าเพิ่งปั่นงานเสร็จแล้วส่งไปชิ้นหนึ่ง ฮ่า ๆ)

- entry ที่เกี่ยวข้อง ต่อเนื่องกัน >> "โตมากับเกม 2" -

เราเป็นคนที่โตมากับเกมค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้เล่นเกมตั้งแต่เด็ก ไม่เคยปิดกั้น แถมยังเล่นด้วยอีกต่างหาก ตั้งแต่ย้ายมาบ้านใหม่(หลังเดียวกับปัจจุบัน) ก็จำได้ว่ากิจกรรมที่เป็นศูนย์รวมของที่บ้าน นอกจากเล่นไพ่ เล่นเกมกระดาน