Extreme-legendary

โอย กรี๊ดสลบ เมื่อวานนี้โหลดมูวี่ Final Fantasy 7 : Advent มาเพื่อสนองกิเลสส่วนบุคคล.... คือเอามาแปลทำซับเจ้าค่ะ เหอเหอ มันส์สะเด็ดไปเลย (ชมเนื้อเรื่องหนังนะ ไม่ได้ชมซับตัวเอง) กราฟฟิคเจ๋งแบบไม่ผิดหวัง เนื้อเรื่องก็โอว...อุแม่เจ้า T-T ดูไปแทบจะกัดผ้าเช็ดหน้าไปเพราะซาบซึ้ง+รำลึกความหลังเหลือเกิน ขนาดเราเองไม่ได้เล่น FFVII จนจบ ยังดูแล้วซาบซึ้งเลย โฮๆๆๆ

แล้ววินเซนต์ที่เรากรี๊ดนักหนา ในมูวี่นี้ก็โชว์เท่ห์ซะจนบาดใจเหลือหลาย อ๊ากๆ เกจวัดค่าความเป็นสาวกเฮียวินเซนต์ จากเดิม 100% พุ่งกระฉูดขึ้นทะลุขอบ เป็น 300% (ใช้ลิมิตเบรคสุดยอดได้พอดี ฮา)

ที่ต้องลงบล็อกวันนี้เป็นสุดยอดตำนานก็เพราะว่า เมื่อวานนี้ เริ่มแปลตั้งแต่บ่ายๆ กว่าจะเสร็จถึงบรรทัดสุดท้าย ก็ปาไปตีสี่! โอว ตาโหลเป็นหมีแพนด้าไปเลยค่ะท่านผู้อ่าน เหอๆๆ แปลไปแปลมาวิงเวียนเหลือเกินจนไม่มีปัญญาแม้แต่จะตรวจคำผิด.... ก็เลยผิดเพียบบบบ (ส่วนมากจิ้มคีย์ผิด) แต่ตอนนี้ก็แก้ไขจนครบแล้ว ออกมาเป็นผู้เป็นคนหน่อย พูดได้เต็มปากว่าไม่เป็นซับนรก(อย่างที่เขาร่ำลือในวงการหนัง)แล้ว

ว่าแล้วก็นะ...แปลเสร็จ ตรวจคำผิดเสร็จ เกลาสำนวน(ขั้นต้น)เสร็จ ก็อัพแจกในบอร์ดเลย ฮิ้วๆ.... ใครโหลดหนังเวอร์ชั่นเดียวกัน(เห็นมีแจกหลายตัว) ก็สามารถโหลดไปจับซับไทยยัดเองได้ ก็ต้องอาศัยคนดูช่วยดูช่วยติ แล้วก็ช่วยแก้ไขให้มันดียิ่งๆขึ้นไปอะนะ

นับรวมทั้งเมื่อคืนกับวันนี้ เราดูไป 4 รอบได้ แต่ก็ยังไม่เบื่อ อิอิ เดี๋ยวเกลาสำนวนขั้นสุดท้ายเสร็จแล้วจะดูอีกซักรอบ แล้วพอเก็บเงินได้มากพอซื้อแผ่นจริง ก็จะไปซื้อมาดูอีกหลายๆรอบ กรี๊ดๆ หนังออกมาเจ๋งๆแบบนี้ แถมเรายังชอบเกมซีรี่ส์ Final Fantasy ขนาดนี้ ไม่ซื้อของแท้เก็บไว้ก็น่าเสียดายเนอะ อะหุๆๆ

ปิดท้าย....ด้วยรูปสุดหล่อสองคนที่เรากรี๊ดๆมาตั้งแต่ตอนเป็นเกม (พระเอกน่ะตกกระป๋อง แต่ในภาคนี้เท่ห์มากแถมยังจิ้มลิ้มน่ารัก ก็เลยได้คะแนนนิยมขึ้นมาเยอะเหมือนกัน แต่ยังไงสำหรับเรา วินเซนต์ก็ยังเป็นที่ 1 อยู่ดี อิอิ)

รูปสองรูปนี่จิ๊กมาจากกระทู้ใน pantip (กระทู้เรื่อง FinalFantasy 7 [AC] [Spoilนะ] จากคุณ : LaBeLLoBLuEz ) ภาพมันกว้างไปหน่อยเลยต้องตัดๆเล็มๆนิดนึง

อ๊าก หล่อไม่สร่าง อ๊ากๆ

คนอะไรไม่รู้เท่ห์ได้เท่ห์ดี

ท่านเซฟิรอธเจ้าขา ร้ายกาจได้ใจจริงๆ

ทำไมเราถึงชอบไปกรี๊ดตัวร้ายอยู่เรื่อยเลย ฮือๆ

*ถ้าบล็อกวันนี้อ่านไม่สบายตาเพราะ font ใหญ่เกินไปเท่าหม้อแกง ลองปรับขนาด text size ใน Menu ของ Browser ดูเน้อ ใช้ smaller จะดูดีสุด เพราะวันนี้ font ใหญ่หน่อย ใช้ 14 pt ถ้าปรับขนาดตัวอักษรของ browser เป็น normal แล้วมันจะใหญ่เว่อร์ไปนิด...*

โฮกกกกกกกกกกกกก!!!

มันอะไรกั๊น!!!!!!! อะไรกันนักกันหนาเนี่ย เบื่อจังเลย ไม่ไหวแล้ว คนบ้าอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้ เมื่อไหร่จะจบสิ้นเรื่องราวกันซะที...

วันนี้ขอวีนหน่อยนะคะ (หรืออาจจะไม่หน่อย) เพราะไปเจอเรื่องน่าปวดหัวมา(อีกแล้ว) ถึงขนาดเมื่อคืนนอนตี 4 เชียวนะ.... นึกว่าจะได้หลับสบายแล้วเชียว เพราะคืนก่อนก็อดนอนมัวแต่แปลหนังอยู่นั่นแหละ คืนถัดมาเลยกะว่าจะนอนเร็วๆเป็นการถอนทุนคืนซะหน่อย ที่ไหนได้ เจอพายุเฮอริเคนชื่อ "งี่เง่า" กับพายุทอร์นาโดชื่อ "ซวย" เข้ามาปะทะซะนี่ ฮือๆๆ เลยปั่นป่วนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย

แต่ว่าเรื่องมันยาว ย้าว ยาว ยาวแสนยาว เพราะบอร์ดเรากับบอร์ดเขาน่ะ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาหลายเดือนแล้ว เราเองเคย(พยายาม)ไปเจรจาหนนึง แต่โดนเค้าด่ายับเลย ก็เลยไม่พอใจมากๆที่เค้าไม่ให้เกียรติคู่สนทนา แถมยังไม่สำรวมคำพูดของตัวเอง ก็ดูสิ เจรจาสันติภาพที่ไหนเค้าพูดกันด้วยการแสดงความเป็นอริอย่างแจ่มแจ้งขนาดนั้น แถมด่าได้ด่าเอา จะให้เราผิดทั้งหมด.... นั่นแหละค่ะ การเจรจาก็เลยล้มเหลว แล้วตอนหลังนะเราเอา log คำพูด (พอดีคุยใน irc น่ะ) ไปให้สต๊าฟคนอื่นของบอร์ดเราอ่าน ทุกคนก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วบอก(บ่น)ประมาณว่า "ตาคนนี้พูดไม่รู้เรื่อง" "ทูตปากจัดแบบนี้ใครจะอยากเจรจาด้วยฟะ" แล้วก็เห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ว่า ถ้าเลือกได้จะไม่คุยกับตาคนนี้เด็ดขาด เพราะมั่นใจว่าต้องคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ๆ

อีทีนี้....ความวัวยังไม่หาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อคืนนี้เกิดมีเหตุการณ์สมาชิกคนหนึ่งของบอร์ดเรา (ซึ่งที่จริงสมาชิกคนนี้เขาก็อยู่หลายบอร์ดนะ แต่ทำไมบอร์ดเราโดนด่าหว่า) ถูกกล่าวหาว่าทำผิดมารยาท ด้วยการไป Download ไฟล์เพลงของเขา (ซึ่งแจกกันด้วยโปรแกรม bit ซึ่งเป็น peer to peer คือให้ user โหลดและแชร์ไฟล์กันเองจากเครื่องของตัวเอง ไม่ได้อัพโหลดไฟล์ใส่ใน server หรือ website ในอินเตอร์เนต) แล้วเอาไปอัพโหลดแจกคนอื่นอีกทอด โดยตัดส่วนที่เป็นชื่อของกลุ่มเขาออก (คือไฟล์เพลง mp3 มันใส่ข้อมูลได้ว่าใครเป็นคน encode - เอ็นโค้ดก็ประมาณว่าแปลงไฟล์หรืออะไรทำนองเนี้ยอ่ะ เป็นเรื่องทางเทคนิคซึ่งเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน) เขาก็เดือดร้อนหาว่าคนบอร์ดเราเอาผลงานของเขามาแจกต่อโดยไม่ให้เกียรติเขา(ซึ่งเป็นคนเริ่มแจกก่อน)

ตาคนนั้นก็เลยเอะอะโวยวายเป็นการใหญ่โต แต่ไม่ได้มาแจ้งหรือพยายามแจ้งทีมงานบอร์ดเราเลยนะ แต่ไปโพสต์ด่า แถมด่าแบบเหมารวมบอร์ดว่า "การกระทำนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงกมลสันดานของบุคคลที่ได้อยู่ในบอร์ดแห่งนั้นว่า " คงเป็นพวกไร้มารยาททางสังคม และมีนิสัยอันไม่พึงให้อยู่ร่วมในสังคม รวมทั้งหยิ่งทะนงตัว "" อุ บระเจ้าจอร์จ~~~มันยอดมาก เขาสามารถสรุปภาพรวมของคนกลุ่มใหญ่หลายพันคนได้ ด้วยการดูจากการกระทำของคนคนเดียว! วู้ เยี่ยมไปเลย เป็นนักสืบมือโปรรึเปล่าเนี่ย ว้าว ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน อะเมซซิ่งไทยแลนด์...

แต่ก็ได้มีสมาชิกบางคนที่เป็นห่วงและอาสาเป็นตัวแทนเจรจาให้ ก็เลยไปรับเอาคำร้องเรียนและข้อกล่าวหาที่ทางโน้นกล่าวไว้ มาโพสต์ในบอร์ด เพื่อรอให้ผู้ต้องสงสัยมาชี้แจง... ซึ่งขั้นตอนนี้จนกว่าจะรู้ผลและได้ข้อมูลที่แน่ชัดจากทั้งสองฝ่าย สต๊าฟก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ และคอยจับตามองเป็นพยานแบบเป็นกลางเท่านั้น...

อย่างไรก็ดี...จากเหตุการณ์เก่าโน้น มาจนถึงเหตุการณ์นี้ มันสะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนมากว่าเขามีทัศนคติแบบสุดโต่ง ที่ว่าคนอื่นๆในสังคมจะดีหรือเลวเหมือนๆกันหมด เพราะงั้นถ้าคนนึงทำผิด คนที่เหลือก็ต้องผิดหมด แถมยังคิดด้วยว่าสต๊าฟของเวบบอร์ด จะต้องเป็นคนรับผิดชอบการกระทำของสมาชิกทั้งหมด... เออ ตูเป็นพ่อแม่พี่น้องเค้าหรือไง ถึงจะได้มีปัญญาไปควบคุมความประพฤติชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมงอ่ะ

แล้วเวลาที่บอร์ดของเค้ามีเรื่อง มีคนไปป่วน แล้วอ้างชื่อว่ามาจากบอร์ดเรา ทางโน้นเค้าจะเป็นฟืนเป็นไฟมากเลย ทั้งๆที่ไม่พยายามจะพิสูจน์ด้วยซ้ำว่าเป็นคนของเราจริงๆรึเปล่า งี้มันก็เหมือน....
เหตุการณ์สมมติ: ที่นิวยอร์ค มีคนบ้าจากไหนก็ไม่รู้ ไปยิงปืนเล่นในผับ แล้วปากตะโกนว่า "I'm Xxxxx Yyyyyfrom Thailand!"(X คือตัวแปรแทนชื่อ Y คือตัวแปรแทนนามสกุล) แล้วตำรวจนิวยอร์ค ซึ่งจับคนร้ายไม่ได้ ไม่เห็นหน้าคนร้ายว่าเป็นใครมาจากไหน แถมยังสืบไม่ได้ว่าชื่ออะไรเป็นคนชาติไหน ใช่อย่างที่แอบอ้างจริงรึเปล่าแต่ก็ปักใจเชื่อตามคำพูดของคนร้ายแล้วว่าเป็นคนไทยจริงๆ ชื่อนั้นจริงๆ.... เท่านั้นยังไม่พอค่ะท่านผู้ชม ตำรวจนิวยอร์คยังโทรศัพท์หรืออะไรก็แล้วแต่ มาด่าตำรวจไทย ว่ายูคุมคนของยูยังไง ถึงปล่อยให้มาทำเชี่ยๆที่เมืองของไอ เสร็จแล้วก็บังคับขู่เข็ญ ตะคอกให้ตำรวจไทยรีบไปจับนาย Xxxxx Yyyyy มาลงโทษโดยพลัน....

จะให้ตำรวจไทยทำยังไงคะ? ทำยังไง? ยิ่งถ้าขอหลักฐานว่านายคนนั้นทำจริงแล้ว กลับได้รับคำตอบว่า "ไอไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้" โอยตาย... ปวดเฮ้ดเจ้าค่ะ เขตใครก็เขตมันสิคะ คุณไม่มีปัญญารักษาความสงบในเขตรับผิดชอบของคุณหรือไงถึงต้องโบ้ยมาให้คนอื่นรับผิดชอบอ่ะ ฉันเป็นใครมาจากไหน มีอำนาจอะไรในบอร์ดคุณหรือไง ถึงจะมีปัญญาไปคุมความประพฤติของตัวป่วน(ซึ่งอ้างชื่อบอร์ดฉันแต่ไม่รู้ว่าจริงหรือสมอ้าง) ในบอร์ดคุณ?

--------------

คำวิจารณ์ที่โดนใจ จากสต๊าฟหลายๆคน
(จากเหตุการณ์โน้นนะ ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่)

"แบบนี้ ถ้าใครนึกสนุก ไปป่วนมันทุกวัน แล้วบอกว่ามาจากบอร์ดเรา มันคงไม่ต้องทำงานทำการ"

"พิมพ์คุยกะคนที่ไม่คิดจะฟังคนอื่น มันไม่ได้เรื่องหรอก"

"คนแบบนี้ไม่ต้องดีด้วยหรอก"
"พูดแบบไหนกลับไป มันก็สรุปว่าเราผิด เราไม่ดี เราเลว เราไม่ฟังเค้า บ้าอำนาจ"

อันล่างนี้ความเห็นจากสมาชิกธรรมดา ไม่ใช่สต๊าฟ แต่เป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ที่เขาคนนั้นด่าเรา
"เพราะทุกทีทางนั้นก็เรียกร้องให้ไปคุย พอไปคุย ทางนั้นก็จวกอย่างเดียว ซึ่ง นั่นมันไม่ใช่การคุย"

ปิดท้าย ด้วยคำขาดจากแอดมิน(เจ้าของบอร์ด)ของเรา
"จริงๆนะ ถ้าเค้าพิสูจน์ได้ ว่าคนที่ไปป่วนเค้า เป็นสมาชิกของเราจริงๆ"
"เราก็ยินดี จะช่วยจัดการให้"
"แต่นี่ แค่ประสานงานอะไร ยังไม่มีเลย"
"อย่างน้อย เอา ip ส่งมาให้เราเทียบกันกะของเราก้อได้"
"เป็น admin ไม่รู้ ip คนโพสท์หรอ"
"อะเมสซิ่ง จริงๆ"

--------------

สุดท้ายนี้ อยากถามว่า เพื่อนๆคิดยังไงกันบ้างคะ? คนเป็นสต๊าฟหรือเป็นผู้ดูแลบอร์ดหนึ่งๆ จะต้องตามล้างตามเช็ดทุกอย่างที่สมาชิกทุกคนทำในที่อื่นด้วยเหรอคะ?เวลาที่สมาชิกทำอะไรไม่ดี ในที่ที่เราไม่เห็น หรือทำไม่ดีโดยที่เราเห็นแต่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงว่าใครคือผู้ละเมิด ใครคือผู้เสียหาย เราก็ผิดด้วยหรือคะ? สต๊าฟต้องรับโทษทุกอย่างที่เกิดจากการกระทำของสมาชิกเหรอคะ? แล้วมันยุติธรรมดีแล้วเหรอที่เอาความผิดของคนคนเดียวหรือไม่กีคน มาโบ้ยให้เขาทั้งกลุ่ม แถมยังด่าสาดเสียเทเสียอีก

สำหรับเราเองนะ...ถ้าแค่ให้ประสานงาน ช่วยติดต่อ เป็นตัวกลางเจรจา หรือช่วยตักเตือนคนที่ทำผิดนะ เรายินดีทำให้อยู่แล้ว ถ้าเขามาแจ้งเราแบบมิตร แต่ที่เรายอมไม่ได้ก็คือการพยายามจะบังคับให้เรารับผิดในสิ่งที่เราไม่ได้ก่อ มันไม่แฟร์!

แต่ในเมื่อเขาไม่มาอย่างมิตร แต่ตั้งป้อมเป็นศัตรูมาแต่ไกล เราก็เห็นว่าไม่ใช่ธุระหรือหน้าที่ของเราที่จะต้องไปอ่อนน้อมกับเขา และเราก็ไม่อยากเปลืองตัว เปลืองเวลา เปลืองพลังงานในการไปพยายามจับมือคืนดี หรือเซ็นสัญญาสงบศึกกับคนที่ไม่ต้องการสันติ ก็เลย นิ่งๆไว้ดีกว่า ไม่ต้องไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้เมื่อยตุ้ม "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" จริงมั้ยคะ?


edit @ 2005/09/14 13:19:57
edit @ 2005/09/14 13:27:11
edit @ 2005/09/14 13:41:08

แหม เมื่อวันก่อนนี้เล่ากั๊กเอาไว้เรื่องที่เราเคยโกหกในอินเตอร์เนต วันนี้จะมาเล่าแบบละเอียดๆถึง "ตำนาน" ของเราค่ะว่าทำไมถึงต้องโกหก อิอิ

ถ้าใครอ่านบล็อกคราวที่แล้วก็คงรู้ไต๋ละ ว่าเราโกหกเรื่องอะไร และถ้ายึดความเห็นส่วนตัวของเราแล้วล่ะก็ เราถือว่าการโกหกอันนี้ไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่เป็นการปลอมแปลงตัวตนอย่างหนึ่ง ซึ่งสาวๆทั้งหลายอาจจะมีคนเคยทำ หรือหนุ่มๆบางท่านก็อาจจะเคยทำเช่นกัน นั่นคือการ "ปลอมแปลงเพศ" ค่ะ เมื่อก่อนนี้ใครเป็นขาเก่าของจีจีคงยังจำได้ว่ายัยสต๊าฟขี้บ่นจอมเทศนาคนนี้ เมื่อก่อนเคยเป็น "สต๊าฟชิน" ที่พูดครับๆ ผมๆ อยู่ตลอดเวลา (สุภาพ เรียบร้อย นอบน้อม ถ่อมตน กั่กๆ)ซึ่งถ้าจะย้อนความแล้ว...(อาจจะเป็นการแก้ตัวหน่อยๆ แต่นี่คือเรื่องจริงนะคะ) มันเริ่มมาจากสมัย ม.4 ที่เราเพิ่งได้เล่นอินเตอร์เนต และได้ท่องไปในโลกกว้างแห่งไซเบอร์สเปซนี้

เมื่อครั้งกระโน้น....เราลองเข้าห้องแชท IRC ของไทย แล้วก็ได้พบว่า คนในนั้นพอเจอชื่อกันครั้งแรกต้องถามก่อนเลยว่า "หญิงหรือชาย ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ อยู่จังหวัดไหน" แล้วพอเราตอบว่าเป็นผู้หญิง ก็มักจะมีผู้ชายขี้หลีมาจีบเป็งฝูง ยี้....อะไรเนี่ย หน้าก็ไม่เห็น ตัวจริงก็ไม่รู้จัก ยังจะจีบอีก บางคนหลีมากๆถึงขั้นถามวันเกิด ถามเบอร์โทร ถามที่อยู่ อ๊ากกก ไม่นะ ไม่ไหวแล้วทำไมผู้ชายไทยถึงขี้หลีแบบนี้ อย่ากระนั้นเลย เราย้ายไปเล่นแชทกับฝรั่งดีกว่า เอ้า ก็เข้าไปใน Yahoo! chat แรกๆก็ดี เพราะไปเข้าห้องดีๆ ที่เค้าจะแชทเหมือนบทละคร มีเล่นเป็นอัศวิน เป็นท่านลอร์ด เป็นแม่มด เป็นปิศาจ แล้วจะคุยกันในแบบบันเทิงหรือเสมือนเล่นละครเวทีเท่านั้น จะไม่มีการถามหา a/s/l เด็ดขาด (Age, Sex, Location) แต่ไปๆมาๆ ห้องนั้นเริ่มเปลี่ยนไป มีคนใหม่มากขึ้น ขี้หลีมากขึ้น แล้วเรายังโดนฝรั่งจีบอีก เพราะพอบอกว่าเป็นหญิงไทยวัยกระเตาะ ก็จะมีฝรั่งหน้าม่อมาตอมให้หึ่งไปหมด..

พอกันที! เลิกเป็นผู้หญิงดีกว่า เราก็เลยเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่ ใช้คำว่า Shin นำหน้า (Shin เป็นนามปากกาเก่า ตั้งแต่ม.ต้น ที่ใช้เซ็นเวลาวาดรูปหรือเล่นเกมในคอมแล้วได้ลงสถิติ) แล้วทำตนเป็นชายไปวันๆ....วู้ สนุก มิตรภาพของลูกผู้ชายนี่ดีจริงๆ จะคุยเฮฮาเรื่องอะไรก็ได้ เปิดอกเต็มที่แถมไม่มีหนุ่มๆมาจีบ ไม่มีคำแทะโลม ไม่มีการพยายามไถเบอร์โทร โฮะๆๆๆๆ

หลังจากนั้นก็เล่นแบบนั้นนานประมาณ 2-3 ปี แล้วอำลาวงการ internet ไปเมื่อม.6 เทอม 2 เพื่อเตรียมสอบเอ็นสะท้าน พอขึ้นปี 1 ก็ไม่ได้เล่น เพราะไปอยู่หอแล้วขี้เกียจ แต่แล้วพอปี 2 ก็เริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น แล้วยังได้กลับมาอยู่ที่บ้าน (ที่หอไม่มีคอมเป็นของตัวเองอ่ะ) ก็ไปเล่นตามเวบบอร์ดอะไรๆอยู่เดือนหรือสองเดือน เพราะมีคนมาแจกใบปลิวโฆษณาเลม่อนออนไลน์ ซึ่งน่าเสียดายที่สังคมนั้นปราศจากการควบคุม หรือควบคุมแล้วแต่คุมไม่อยู่ก็ไม่รู้ เลยเละๆเทะๆ เห็นแล้วอนาถใจว่าคนไทยนี่ปากจัด on screen กันได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ระหว่างที่กำลังท้อแท้และเหนื่อยหน่ายผิดหวังจากสังคมออนไลน์แห่งนั้น จนพาลไม่อยากออนไลน์อีกแล้ว เพื่อนทางจดหมายที่รักที่สุด (เซโร่) ก็ส่งจดหมายมาชวนไปสมัครเวบบอร์ด GGก็เลยลองเข้าไปดู ปรากฏว่ากลายเป็นที่พักพิงทางใจของเราไปเลย เพราะสังคมที่นี่น่าอยู่และอบอุ่นมาก อาจจะเพราะแรกๆคนยังน้อยๆมั้ง พอมีคนใหม่เข้าไปก็เลยต้อนรับกันอย่างดีและอุ่นหนาฝาคั่ง เราเข้าไปวันเดียวได้เกิดเลย ดังทะลุฟ้าในข้ามคืน (หลังๆนี่เด็กใหม่มาก็ไม่ค่อยได้เกิดละ เพราะคนเยอะมาก ทักทายกันไม่ไหว)

เราก็ยังติดนิสัย chat แบบผู้ชายอยู่ (ก็ใช้มานานจนเคยตัว) บวกกับรู้สึกว่าผู้หญิงถ้าจะพูดจาให้สุภาพมันต้องมีหางเสียง ต้องคะๆขาๆตลอดเวลา ซึ่งคิดแล้วเลี่ยนตัวเอง ก็เลยพูดครับๆแทน เพื่อให้สุภาพแบบไม่เลี่ยน (ก๊าก) เราก็เลยกลายเป็นที่รู้จักในนามของ "นายชิน" ตอนยังไม่เจอหน้าเพื่อนๆก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่พอตอนหลังเค้ามีนัดมีทติ้งกันแล้วมีเสียงเรียกร้องให้เราไปมีทติ้งด้วย ก็เลยอยากไปมั่ง พอได้เจอกันหลายๆหนแล้วยังต้องโกหกอยู่ ความรู้สึกผิดก็เกาะกุมจิตใจ ว่านี่เรากำลังหลอกลวงเพื่อนๆอยู่ เราใช้มิตรภาพและความเชื่อใจที่เค้ามีให้มาโกหกเค้า สุดท้ายก็เลยสารภาพ ด้วยการเลือก(เหยื่อ)มาทีละคนแล้วก็จับตัวไปคุยในที่ลับ (ไม่ถึงขนาดน้านนนนน) โดยให้เรากับน้องชายเฉลยพร้อมกันว่าใครเป็นใคร และแล้วเราก็ได้สลัดคราบ กลับเป็นหญิง.... และน้องของเราก็ไม่ต้องสวมหน้ากากแสดงเป็นเราอีกต่อไป แต่ได้คบและไปเที่ยวกับเพื่อนๆของเค้า(ในเวบเดียวกับเรา) ได้อย่างมีความสุขและเป็นตัวของตัวเอง เราเองรู้สึกโชคดีมากๆเลยหละที่เพื่อนๆไม่มีใครถือโทษโกรธกันสักคน (ส่วนคนที่เราทำให้ตะลึงจนอึ้งเอ๋อไปนั้นมีหลายราย ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะ ^^;;)

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า คนเราถ้าโกหกประการใดไปแล้ว ถ้ามีเหตุผลที่สมควรและเราอธิบายให้เค้าเข้าใจได้ ก็ไม่มีใครหรอกที่จะใจดำไม่ยอมอภัยให้เรา โดยเฉพาะกับการโกหกที่ไม่ได้เดือดร้อนหรือล่อลวงใคร (แต่จะให้ดีอย่าโกหกดีกว่านะ :D )


edit @ 2005/10/01 12:30:12


edit @ 2005/10/01 12:30:58