Extraordinary

2008/Jun/09

หายากนะ วันแบบนี้....

 

ก็เลยแว่บเข้ามาเขียนไว้เป็นบันทึกแห่งประวัติการณ์เสียหน่อย ว่าวันนี้ตารางเดินสายของข้าพเจ้านั้นแน่นเอี๊ยดประหนึ่งรถติดหน้าสยามพารากอน

เฮ่อ....

เป็นการอัพ blog แบบมักง่ายนิดนึง.... ไม่ได้แวะทักทายใคร ไม่ได้เวียนไปตอบคอมเมนท์หรือคำถามของใคร ๆ จาก entry ก่อน ไม่ได้สำรวจชาวบ้านร้านช่องว่าโลกเขาดำเนินไปถึงไหนต่อไหนกันบ้าง เอาแค่ entry ของตัวเองให้รอด เพื่อปรากฏไว้เป้นหลักฐานว่าเจ้าของบล้อกยังไม่ตาย!

วันนี้แรกเริ่มเดิมที มีนัดไปดูหนังกับเพื่อน seya (ข้าพเจ้าเลือกวันเองแหละ) แต่ตอนหลังมีเพื่อนอีกราย (จริง ๆ มี 2 คน พอดีชวนเรื่องเดียวกัน) ชวนไปเรียนโยคะ และคุณเธอทั้งสองว่างตรงกันวันจันทร์ จึงเล็งตารางเรียนที่สถาบันโยคะเขามีสอนตอนเช้าพอดี....

อิฉันก็เลยขอเลื่อนนัดกับ seya ซึ่งเพื่อนแสนประเสริฐก็เลื่อนให้อย่างดี

วันนี้ก็เลยไปเรียนโยคะร้อน....

ร้อนจริง ๆ แม่เจ้า!

แค่เริ่มเรียนไปได้ 3 ท่า เหงื่อนี่ไหลโชกเป็นทางจากหน้าผากจรดหน้าแข้ง เหมือนโดนสาดน้ำวันสงกรานต์เลยทีเดียว โซ ฮ็อต!!!

สรุปเรียนจนจบ (ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะมีหลายทีที่รู้สึกเข่าอ่อน เหมือนจะลงไปนอนแผ่เสียแล้ว) ก็หมดน้ำไป 1 ขวด 600 มิลลิลิตรพอดี

เรื่องยาวเล่าให้สั้น.... หลังจากนั้นเราก็
- ไปแวะกินบะหมี่แถว ๆ คอร์ทแบดมินตัน
- ไปนั่งพักให้เหงื่อแห้ง และอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอร์ทแบดฯ
- นั่งคุยเล่นเรื่อยเปื่อย ผ่อนคลายร่างกายแถวนั้นแหละ
- ติดรถหนูพิณไปส่งผู้โดยสารกิติมศักดิ์สองราย (ฮา) ลงที่เซ็นทรัล
- ติดรถหนูพิณไปเยี่ยมน้องเหมียวที่โรงพยาบาลสัตว์บางนา
- ติดรถหนูพิณไปเสรีเซ็นเตอร์ (ยังจะเรียกว่า "ติดรถ" ได้อีกเรอะ....
- ไปดูหนูพิณซื้อกระเบื้อง
- ไปหาซื้อไม้ช็อตยุงมาปราบยุงที่บ้าน
- ซื้อขนมนมเนยเอามาตุนที่บ้าน
- กลับบ้านมาเล่น Wii พลางจกถั่วลิสงนึ่ง ที่ซื้อจากข้างทาง
- อุ่นข้าวซอยกินกับหนูพิณ
- นั่งเล่นนอนเล่นจนคุณแม่กลับบ้าน
- โดนเพื่อนโทรจิก.... ให้ออกไปสนามไดรฟ์กอล์ฟหลังซีคอน (ทำไมต้องมาจิกกูวันนี้ฟะ)
- ขี้เกียจไปเลยบอกว่าไม่ไป แต่โดนโทรจิกอีกรอบ.... จึงถ่อออกไปทั้ง ๆ ที่เหนื่อยและเงินหมดตูด!!!
- ตะกายออกจากบ้านไปด้วยความเอื้อเฟื้อของคุณแม่
- นั่งตบยุง ดูเพื่อน(ผู้ชาย)ไดรฟ์กอล์ฟ และแย่งไดรฟ์เองบ้าง กินข้าว กินเค้ก คุยกับเพื่อน(ผู้หญิง)
- ระหว่างนั้นเพื่อน seya ก็โทรมาถามว่าไปไหน โดนแซวด้วยว่าชีพจรลงเท้า เอิ๊วววว
- กลับบ้าน.... เพิ่งสำเหนียกได้ว่าลืมเขียนคอลัมน์ส่งให้นังเรน (อ๊าก ตายยยยย)

เป็น 1 วันที่เหนื่อยโคตร ๆ

ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นที่ปรกติต้องฝ่าฟันหลาย ๆ อย่างไปทำงาน ฝ่าฟันกองงานที่ออฟฟิศ คงรู้สึกว่าวันนี้พักผ่อนสบายสุด ๆ.... ใช้เวลาเอ้อระเหยสารพัด

แต่....

สำหรับอิฉันที่เป็นมนุษย์เกือบเข้าข่ายฮิคิโคโมริ.... มันช่างเป็นวันที่ชวนอ่อนเพลียเหลือเกิน เฮือก!!!

แต่อันที่จริงก็สนุกดีนะ.... ได้เห็นหน้ามนุษย์คนอื่น ๆ บ้างนอกจากตัวเองและครอบครัวเนี่ย

อีกอย่างก็เริ่มติดใจโยคะแล้ว คิดว่าจะไปสมัครเรียนโยคะดูล่ะ เพราะไปเล่นโยคะแล้วรู้สึกว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายดี ไม่ค่อยเมื่อย โดยเฉพาะคอกับหลัง

 

2008/Apr/13

ในวาระ ดิถี ปีใหม่ไทย              จึงขอให้ พรดี จงบังเกิด
ทำสิ่งใด ประเสริฐ ทำไปเถิด      อย่าเตลิด มัวเมา เป็นอันพอ

คิดให้ดี พูดดี ทำสิ่งดี                     จะมั่งมี ศรีสุข กันแลหนอ
และอย่าลืม กราบไหว้ แม่และพ่อ      เป็นการขอ เหล่าพร ให้คุ้มภัย

เที่ยวที่ไหน ก็ขอจง มีสติ            คิดดำริ ตริตรอง ให้ผ่องใส
ฉลองวัน สงกรานต์ ด้วยน้ำใจ     รักษาไว้ ซึ่งวัฒ- นธรรม

ประเพณี รดน้ำ และดำหัว      มิใช่ชั่ว โบราณ นานน่าขำ
แต่เป็นสิ่ง ที่ถูก ควรจดจำ     และควรนำ มาใช้ ในเทศกาล

ความสุภาพ นอบน้อม อ้อมอารี     เป็นสิ่งดี คู่ไทย ให้กล่าวขาน
ขอคนไทย ยุคใหม่ ช่วยทำการ    ต่อสืบสาน มรดก นี้ไว้เอย.

- Valentino (ด้นสด ณ เวลา 02.20 น.) -

ขอให้ทุกคนมีความสุขค่ะ

 

ป.ล. มีคนบ้ามาชวนเล่นบ้า ๆ  คนบ้าเช่นกันอย่างเราก็เลยอยากเล่นด้วยค่ะ
ลอยกระทงวันสงกรานต์ เอ้าเฮ~~~~~~~~~~~~~~
(ตอนนั้นยังไม่ได้เห็นบล็อกมันเลย แต่มัน MSN มาชวนค่ะท่านผู้ชม ลงทุนขนาดนี้ จะไม่บ้าไปด้วยได้ไง เนอะ!)

ป.ล2 เราไม่อยากบ้ากันอยู่แค่สองคน เรามาบ้าด้วยกันเยอะ ๆ เถอะค่ะ มามะ มามะ!!!

 

ชวนคนอื่นมาเล่นแต่ลืมบอกวิธีซะงั้น....
ใครที่ได้ลอยกระทงเมื่อปลายปีที่ผ่านมานะคะ จะมีรูปกระทงอยู่ในโฟลเดอร์เก็บไฟล์โดยอัตโนมัติค่ะ ลองหาโฟลเดอร์ชื่อ Board ดูค่ะ มันอยู่ในนั้นรวมกับการ์ดอวยพรปีใหม่ที่ได้จากเพื่อนแหละค่ะ ^^ แล้วก็เอามาโฟโต้เฉาะ รีทัช!!! ฟู้ววววว อิอิ

 

edit @ 13 Apr 2008 13:29:13 by Valentino

edit @ 13 Apr 2008 13:49:49 by Valentino

2008/Apr/09

วันนี้มีนิทานมาเล่าให้ฟังค่ะ เป็นความลักลั่นย้อนแย้งบางอย่างที่พบเห็นได้จริงในสังคมไทย

 เป็นนิทานที่ดัดแปลงมาจากเรื่องเล่าที่ได้ฟังมาจากคนวงในที่ได้ใกล้ชิดเหตุการณ์ด้วยโดยตรง

------------------------------

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ มีเครือโรงเรียนอยู่เครือหนึ่ง ที่มีโรงเรียนสาขาอยู่ตามต่างจังหวัดด้วย และเมื่อนานมาแล้วทางส่วนกลาง หรือสาขาใหญ่ของเครือ ก็ได้ออกกฏระเบียบ ห้ามนักเรียนเอาของเล่นหรือเครื่องเกมมาโรงเรียนเด็ดขาด เนื่องจากครูบาอาจารย์ร้องไห้แง ๆ มาฟ้องมาว่าเด็กไม่ตั้งใจเรียน วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม

พอถึงช่วงปิดเทอม ทางสมาคมผู้ปกครอง ซึ่งต้องการเอาอกเอาใจบุตรหลาน ก็ได้ยื่นเรื่อง ขอผ่อนผันกับสาขาใหญ่ ว่าให้อนุญาตให้เด็กเอาของเล่นมาโรงเรียนได้ เพราะตอนปิดเทอมก็มีเรียนซัมเมอร์แค่วันละนิดหน่อย แต่มีเวลาว่างเยอะแยะตาแป๊ะเป็นลม น่าจะปล่อย ๆ เด็กให้ได้เถิดเทิงทิงนองนอยกันบ้าง

แต่ทางสาขาใหญ่พิจารณาแล้ว ไม่ตกลง และแจ้งกลับมาว่า หน้าที่ของนักเรียนคือเรียนหนังสือ ไม่ใช่เล่นของเล่นหรือเล่นเกม ถึงเป็นปิดเทอม ถึงเป็นซัมเมอร์ เมื่อมาโรงเรียนก็ต้องก้มหน้าก้มตาเรียนไป ถ้าอยากเล่นให้ไปนั่งตีพุงเล่นที่บ้านไป๊

ฝ่ายสมาคมผู้ปกครองจนด้วยเหตุผล จึงจำยอม ทำตามกฏเดิมต่อไปแม้จะเป็นปิดซัมเมอร์

เราเองในฐานะชาวบ้านที่ห่างไกลและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ก็ได้แต่บ่นงืม ๆ งำ ๆ กับความเต่าล้านปีของสาขาใหญ่ ว่าทำไมช่างรั้นและหัวแข็งนัก ไม่รู้จักยืดหยุ่นบ้างเลย!

ต่อมาไม่นาน... ณ จังหวัดอันห่างไกลแห่งหนึ่ง ก็มีครูคนหนึ่งพบว่ามีเด็กทำผิดกฏ ก็เลยทำโทษ ให้กลับบ้านมาคัดลายมือไปส่ง 100 จบ

เรามาดูพื้นฐานนิสัยของครูคนนี้กัน...

เขาคนนี้เรียกได้ว่าเป็นครูตงฉิน เป็นครูตัวอย่าง เพราะเถรตรงและไม่มีเล่ห์เหลี่ยม อีกทั้งไม่ยอมรับสินบนสินล่างใด ๆ ทั้งสิ้น ขนาดพ่อแม่ของเด็กคนหนึ่งสนิทกับคุณครูมาก พากันไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางด้วยกันอยู่เสมอ นาน ๆ ทีก็ไปร้องคาราโอเกะเพลงอนิเมด้วยกันอีกต่างหาก คุณครูก็ยังไม่ยอมรับสินบนของกลุ่มเพื่อนกลุ่มนั้นเลย ถ้าลูกเขาทำอะไรผิด ก็ทำโทษอย่างเท่าเทียมกันตามกฏระเบียบของโรงเรียนทุกประการ

พ่อแม่ของเด็กคนนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่เอามาเล่าให้ประธานสมาคมผู้ปกครองฟัง ซึ่งคุณเธอฟังแล้วก็หัวเราะคิกคัก บอกว่าสมเป็นครูคนนั้นดี

แต่....เด็กคนใหม่ที่ทำผิดนี้ ดันเจือกเป็นญาติโกโหติกา เป็นหลานแสนรักของใครคนหนึ่งในโรงเรียนสาขาใหญ่ ทางครอบครัวไม่พอใจที่ลูกถูกทำโทษให้คัดลายมือ ก็เลยขี่ม้าสามศอก เอ๊ยไม่ใช่สิ ก็เลยโทรศัพท์กริ๊ง ๆ ไปฟ้องคุณลุงของเด็กซึ่งอยู่ที่สาขาใหญ่

คุณลุงผู้ใหญ่เบิ้มมาจากไหนก็ไม่รู้คนนั้น เลยโทรศัพท์มาเจรจากับคุณครู ประมาณว่าแสดงตนว่าใหญ่แค่ไหน และบอกให้ละเว้นหลานของตน แน่นอนว่าคุณครูย่อมไม่ยอม.... คุณลุงจึงโมโหมากจนหัวล้านแดงเถือกขึ้นมา แล้วทิ้งท้ายใส่โทรศัพท์ว่า "แล้วจะได้เห็นดีกันว่าใครเหรียญห้าใครเหรียญบาท!"

หลังจากนั้นคุณครูคนนั้นก็โดนคำสั่งโยกย้ายไปอยู่สาขาที่กันดารและห่างไกลที่เก่า....

ประธานสมาคมผู้ปกครอง ซึ่งแม้ตอนแรกจะไม่เห็นด้วยกับความหัวดื้อของสาขาใหญ่ แต่พอเห็นว่าครูที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตถูกใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกเช่นนี้ก็เคืองมาก! ก็เลยเอามานินทา อุ๊บ เอามาบอกเล่าเก้าสิบ หนึ่งร้อย สองร้อย และสามร้อยให้ชาวบ้านอย่างอิฉันฟัง แต่ ... เดี๋ยวก่อน! ประธานสมาคมฯรู้เรื่องนี้ได้ยังไงล่ะ? โถ่ ก็ไอ้พ่อแม่ของเด็กคนนั้นนั่นแหละที่เอามาเล่าอย่างภูมิอกภูมิใจ โอ้อวดว่าตัวมีญาติใหญ่คอยคุ้มกะลาหัว ใช้อำนาจและตำแหน่งข่มเหงรังแกครูชั้นผู้น้อยได้ เพื่อหลานของตัวเองที่ทำผิด... นึกว่าประธานฯจะเห็นดีเห็นชอบและชื่นชมเหรอ.... เปล่าเลย ประธานคนนั้นกุมขมับอย่างเศร้าใจและแอบหมั่นไส้ พร้อมกับรำพึงรำพันว่า โอ้โลกทำไมมันช่างมีความลักลั่นย้อนแย้งอยู่ใกล้ตัวเสียจริง!

ชาวบ้านอย่างอิฉันก็หนวดกระดิกสิ.... เอ๊ย เราไม่มีหนวดนี่หว่า เอาเป็นว่าโมโหจนลมขึ้นเลย ถึงตอนแรกจะแอบด่าโรงเรียนสาขาใหญ่อยู่ก็เถอะ แต่การทำตามนโยบายของสาขาใหญ่ ก็เป็นหน้าที่อันควรปฏิบัติของครูชั้นผู้น้อยแล้วนี่นา แล้วอีกอย่างคือคิดว่า อิโด่ ถ้าไอ้ลุงบ้านั่นไม่พอใจกฏของสาขาใหญ่ และคิดว่าครูทำผิดที่ลงโทษเด็ก ทำไมตอนที่สาขาใหญ่ออกมติไม่อนุมัติให้ผ่อนผัน ถึงไม่ยอมลุกขึ้นคัดค้านตั้งแต่แรกล่ะโว้ย? มาเล่นแง่เอาตอนหลังแบบนี้ได้ยังไง? ป๊อดล่ะเซ่ ไม่กล้าเผชิญหน้าหรือคัดค้านหัวหน้างานของตัวเองล่ะเซ่? โด่ ป๊อด ป๊อด ป๊อด! สุดท้ายก็มาลงเอยที่การรังแกครูชั้นผู้น้อยที่ไม่มีอะไรมามาสู้กับตัวได้ ความยุติธรรมของสังคมอยู่ที่ไหน!! เส้นใหญ่ทำไมถึงครองเมือง? แง่ง ๆ ๆ

(เรื่องของตัวเองรึก็เปล่า.... คนคนนั้นก็ไม่ได้รู้จักมักจี่สักนิด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตูจะโมโหไปทำไม ก๊าก)

อะแฮ่ม เข้าเรื่องต่อ....

รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ ตรงที่เรื่องนี้ไม่ได้จบลงแค่นั้น!

ด้วยความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นนี้ ประธานสมาคมผู้ปกครองรู้สึกเห็นใจครูคนนั้นมาก เพราะเป็นครูที่แสนดี ไม่แปดเปื้อนด้วยสินบน ปฏิบัติหน้าที่อย่างสัตย์ซื่อและจริงใจ (ถึงหน้าที่นั้นจะขัดกับความต้องการของสมาคมผู้ปกครองก็เถอะ...แต่เรื่องนโยบายที่ไม่เห็นด้วย กับเรื่องการโดนข่มเหงอย่างอยุติธรรมมันคนละเรื่องกัน เนอะ) จึงนับเป็นบุคลากรที่ล้ำค่า ถ้าจะเสียไปให้ถิ่นทุรกันดารที่ไหน ให้ไปตกระกำลำบากในที่ไกล ก็น่าเสียดายและแสนสงสาร ประธานสมาคมฯก็เลยโทรศัพท์หาคนสนิท ที่มีลู่ทางติดต่อคนที่ตำแหน่งใหญ่สุด ๆ ของสาขาใหญ่!

แน่นอนว่าชาวบ้านอย่างเราไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลย นอกจากยุแยงตะแคงรั่ว เอ๊ย.... ยืนเชียร์ประธานฯอยู่ขอบสนามด้วยไฟแค้น เอ๊ย ด้วยไฟแห่งจิตวิญญาณรักความยุติธรรม สนับสนุนเหลือเกินที่จะให้คนใหญ่ไย้ใหญ่ของสาขาใหญ่ได้รู้ว่าในสาขาของตนมีหนอนบ่อนไส้! และหนอนนั่นก็ใช้อำนาจรังแกผู้ใต้บังคับบัญชาชั้นผู้น้อยในจังหวัดที่ไกลหูไกลตาอยู่

5 วัน (มั้ง) ผ่านไปไวเหมือนโกหก

ประธานสมาคมฯมาบอกข่าวให้ชาวบ้านอย่างอิฉันได้รู้ค่ะว่า ครูคนนั้นโดนเด้งไม่สำเร็จ! สรุปว่ายังได้ทำงานอยู่ดีกินดีในที่เดิมของตัวเอง

ก็ไม่รู้หรอกนะว่าคนที่ติดต่อไปน่ะไปฟ้องอะไรอีท่าไหนถึงได้เป็นแบบนี้ และไม่รู้ด้วยว่าไอ้ลุงบ้าคนนั้นโดนระบุตัวได้มั้ย หรือโดนลงโทษอะไรหรือเปล่า

แต่อย่างน้อยเราก็รู้สึกสะใจ เอ๊ย รู้สึกพอใจมาก ๆ ที่คนที่ยืนหยัดสู้กับอำนาจมิชอบ เขาได้รับการช่วยเหลือ ไม่ต้องถูกรังแกแล้ว...

*ได้คุยกับ"ประธานสมาคมฯ"อีกครั้งแล้วค่ะ เค้าบอกว่า "คนสนิท" ของเค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่มีเบอร์สายตรงสำหรับติดต่อผ.อ.อะไรสักอย่างในนั้นเฉย ๆ ยังไม่ได้ฟ้องอะไรเลย คุณครูคนนั้นหนังเหนียว เด้งไม่ไปเอง กร๊าก ส่วนเบอร์โทรฟ้องนั่น เอาไว้เป็นไม้ตาย เผื่อลุงหัวล้านใจน้อยของเด็กคนนั้นจะเกิดเฮี้ยนขึ้นมาอีก อุ่นใจได้อีกเปลาะหนึ่ง อิ ๆ*

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เส้นใหญ่ต้องเจอเส้นใหญ่กว่า (ไม่ใช่เฟ้ย!!!)

สอนให้รู้ว่า.... ธรรมะชนะอธรรมยังมีให้เห็นอยู่นะจ๊ะ
(แต่มันจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อผู้พบเห็นไม่งอมืองอเท้านั่งดูเฉย ๆ
หรือเมื่อฝ่ายธรรมะดวงดีขึ้นมาอย่างประจวบเหมาะเท่านั้น)

เคี้ยก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
(พอดีกว่าค่ะวันนี้ หัวเราะจนเสียสติไปแล้ว สะใจเกินเหตุ อิ ๆ)

 

 

 

edit @ 9 Apr 2008 01:22:18 by Valentino

edit @ 9 Apr 2008 02:18:40 by Valentino