2008/Mar/28

Entry นี้ว่าด้วยเรื่องภาษาวิบัติตามเว็บบอร์ด หรือที่ผู้ใช้อินเตอร์เนตติดมาจากห้องแชท (เช่น IRC) หรือ Instant Messenger ต่าง ๆ (เช่น MSN) บางคนก็เรียกว่า ภาษาแชท บางคนก็เรียกว่า ภาษาเกรียน

เคยบ้างไหมคะที่อ่านแล้วรู้สึกคัน (ไม่ว่าจะคันมือ คันเท้า หรือคันปากยิบ ๆ)

อันนี้ขอไม่เอ่ยถึงเวลาวิบัติในบล็อกตัวเอง ไดอารี่ออนไลน์ เจอร์นัลออนไลน์ เว็บไซต์ส่วนตั๊วส่วนตัวของใครก็แล้วกัน เพราะบางคนก็เขียนแก้เหงา เขียนให้ตัวเองอ่าน หรือเขียนสำหรับแวดวงเพื่อนสนิท มันคือพื้นที่ส่วนตัวของเขา เขาจะแอ๊บแบ๊ว จะหลุดโลกแค่ไหนก็เป็นสิทธิเสรีภาพของเขา ถ้าเราเห็นอย่างมากก็แค่ไม่อ่าน ปิดหน้าต่างซะ เพราะไม่มีใครบังคับให้อ่าน....

ฉะนั้นวันนี้จะขอพูดถึง “พาสาปังยาอ่อง” (คำคำนี้เพื่อนอีกคนที่เป็นสต๊าฟใจร้ายของบอร์ด เขาเป็นคนเริ่มใช้ก่อน เราเลยขโมยมาใช้บ้าง) ที่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะ ที่หลาย ๆ คนใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ที่ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งค่ะ อย่างเช่น ในเว็บบอร์ด เป็นต้น

 

แต่ก่อนอื่นต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ได้เกลียดภาษาเพี้ยน ๆ พวกนั้นจนขนาดเห็นไม่ได้ เพียงแต่ถ้ามันปรากฏผิดที่ ผิดเวลา ผิดกาลเทศะ มันก็คงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกว่าไม่งาม และพลอยรู้สึกรำคาญ รกหูรกตาไปด้วยใช่ไหมคะ? สำหรับเรา ถ้าเป็นการคุยกันเล่น ๆ ไม่ว่าจะแบบ 1:1 อย่างใน MSN หรือ 1:หลาย ในห้อง chat ก็รู้สึกเฉย ๆ นะคะ ยอมรับได้ และบางครั้งก็ใช้เองเสียด้วย ทั้งใน MSN หรือ ในห้อง chat หรือบางครั้งก็โพสต์ลงบอร์ดด้วย แต่ไม่ได้ใช้ไปเสียทุกคำ จนคนอ่านต้องเอามาตีรหัสลับ ว่าอีนี่มันพล่ามอะไร!?

ที่จะใช้บ่อยมักเป็นคำลงท้ายประโยค เช่น งิบ งับ ซึ่งตำแหน่งที่ใช้งานจะคล้ายครับ/ค่ะ
หรือใช้ “จิ” ใช้ “งิ” แทนคำว่า “สิ” หรือ “ซิ”

---------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างการใช้งาน
เพื่อน :
“ร้อนนนนน ตอนนี้เราอยากกินอะไรเย็น ๆ มากเลย ไปกินบุฟไอติมกันเตอะ ใครสนมั่งอ่ะ โมจิไปป่าววววว?”
เรา
: “สน ๆ ๆ ๆ ๆ ไปด้วยจิ อาทิตย์นี้ว่างทุกวัน นัดวันมาเลยงิบ!”

---------------------------------------------------------------------------------------------

คือส่วนมากเราจะไม่ใช้กับคำที่มีผลอย่างมากกับเนื้อหาของประโยค ซึ่งถ้าเพี้ยนแล้วจะทำให้เข้าใจยากขึ้น ส่วนมากจึงมักจะวิบัติเองกับพวกคำสร้อยต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แกนหลักในประโยค เช่น แล้ว เลย ก็อาจแผลงเป็น แย้ว เยย

---------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างการใช้งาน
เพื่อน: “
ไปงานหนังสือมาอ๊ะยัง ได้ซื้ออะไรมาป่าว เราก็ว่าจะไปเหมือนกันเนี่ย”
เรา
: “ยังไม่ได้ไปเยยอ้ะ ยังไม่ว่างออกจากบ้านไปไหนเยย”

---------------------------------------------------------------------------------------------

แต่อันหลัง (เยย) นี่มันแอ๊บแบ๊วมากไปหน่อย ปรกติจะไม่ใช้ในห้อง chat แต่จะใช้ใน MSN เฉพาะเวลาคุยกับเพื่อนสนิทหรือแฟน...

ส่วนคำอื่น ๆ ที่ใช้แบบวิบัติบ่อย ก็จะเป็นพวกคำที่ใช้เองโดด ๆ ไม่ได้รวมอยู่ในประโยคใด ๆ เช่น อาจจะเป็นคำตอบของคำถาม ที่ไม่ต้องขยายความ ตอบแค่สั้น ๆ ได้ หรือเป็นคำที่สะกดตามเสียงของภาษาพูดแทนภาษาเขียน หรือไม่ก็พวกคำที่เลียนเสียงมาจากภาษาพูดไม่ชัด

---------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างการใช้งาน
เพื่อน: “
แก เมื่อวานนี้แกได้โทรหาเราป่ะ?”
เรา
: “ป่าวนิ” (ภาษาพูดของ เปล่านี่)

เพื่อน: “โมจิดุว่ะ....ใจร้ายโคตร ๆ นี่เองคนร้ายที่แบนสมาชิกไป 3 คนในวันเดียว
เรา
: “ม่ายจ้ายนู๋ >o<;;” (ภาษาพูดไม่ชัดของ ไม่ใช่หนู) 

 

เพื่อน: “มีแผ่นวินโดวส์ให้ยืมมั้ยอ่ะ”
เรา: “มะมีอ่ะ” (เกิดจากการกร่อนเสียงของคำว่า ไม่มี)

---------------------------------------------------------------------------------------------

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาษาวิบัติเล็กน้อยเหล่านี้ เราก็ไม่ได้ใช้กับทุกคน... คือส่วนตัวแล้วจะเคยชินที่จะพิมพ์เป็นคำเต็ม ๆ แบบภาษาเขียนมากกว่า เวลาที่จะพิมพ์เป็นภาษาพูดหรือภาษาวิบัติ มักจะเป็นเวลาที่กำลังง้องแง้ง เงี้ยวง้าว ล้อกันเล่น ล้อเลียนกันเอง แซวกัน แกล้งกัน เวลาต้องการทำให้ประโยคมีบรรยากาศล้อเล่นมากขึ้น หรือเวลาที่ต้องการให้คนอ่านอ่านเป็นสำเนียงเหมือนที่เราคิด หรืออะไรทำนองนี้ และจะไม่ใช้กับคนที่ไม่สนิทด้วยเป็นอันขาด

ภาษาวิบัติที่เราเองเห็นแล้ว”คัน” มักจะเป็นพวกที่เปลี่ยนคำที่มีผลต่อเนื้อหาของประโยค ไม่ว่าจะเปลี่ยนสระให้ยานคาง (เช่น ปายหนาย ม่ายเปงราย) หรือเปลี่ยนสระให้เสียงแปร่งไป (เช่น แบบเน้ เพ่ค๊าฟ ไปเท่ว เด๋วนะ) หรือพิมพ์แบบขี้เกียจหาตัวสะกดที่ถูกต้องบนคีย์บอร์ด (เช่น ขอโทด ขอบคุน อังกิด ซาบแล้ว) หรือพิมพ์รูปคำให้เพี้ยนไป (เช่น มั่ยดั้ย ปัยหนัย คัฟ ครัฟ รับซาฟ) หรือพิมพ์ ร.เรือ เกินมาในที่ที่ไม่ควรมี แต่ละทิ้ง ร.เรือ ในที่ที่ควรมีไปเสีย (เช่น คร่ะ ร้อเร่น จิง คับ เคียด)

ลองเอาประโยคเดิมมาดัดแปลงให้เกรียน ชวนเส้นกระตุกกว่าเดิมดูนิด..

---------------------------------------------------------------------------------------------

เพื่อน : “ร้อนนนนน ตอนเน้เราอยากกินอารัยเยน ๆ มั่กเรย ปายกินบุฟไอติมกานเตอะ คัยสนม่างอ่ะ โมจิจาปายป่าววววว?”
เรา
: “สน ๆ ๆ ๆ ๆ ปายโด้ยจิ อาทิดเน้ว่างทู้กวาน นัดวันมาเรยงิบ!”

เพื่อน: “ปัยงานหนังสือมาแร้วยาง ดั้ยซื้ออารัยมาป่าว เราก้อว่าจะปัยเหมียนกัลลล”
เรา
: “ยังมะด้ายปายเยยอ่าส์ ยางมะว่างออกจากบ้านปายหนายเยย”

และตัวอย่างใหม่.....

ใครก็ไม่รู้: “เพ่คัฟฟฟฟฟฟ ช่วยป๋มด้วย คีบอดมานเปงรายม่ายรู้ เปี่ยนพาสาเปงอังกิดม่ายด้าย”

ใครสักคน: “อยากขออานู๊ญาติพี่อ่าคร๊าฟ ถ้าจาอาวข้อมูลของพี่ ไปโพสบอดอื่นจาได้มั้ยคร๊าฟ

ใครก็ได้: “ปิดเทิมเน้ครายจาปายเท่วเท่หนายกานบ้างหลอคระ?

ใครที่ไหน: “ครัยก้อดั้ยหั้ยเรายืมหมวกหน่อยเจ่ะ”

---------------------------------------------------------------------------------------------

พิมพ์เองปวดหัวเอง.... กรี๊ดดดด

ภาษาประมาณนี้ไม่ได้เมคเอาเองจากจินตนาการนะคะ เคยเห็นตัวอย่างมาจริง ๆ แล้วลองจับมาปน ๆ กันให้ออกมาเป็นตัวอย่างแบบที่เห็น และโดยเฉพาะอันที่ใช้ คัฟฟฟฟ กับ คร๊าฟ นั่นที่บอร์ดเคยมีจริง ๆ ค่ะ เตือนไปจนนับครั้งไม่ไหวแล้ว สมาชิกช่วยตามไปจิก เอ๊ย ไปเตือนเวลาสต๊าฟไม่เห็นก็เคยแล้ว ปัจจุบันนี้เจ้าตัวหายไปเลยไม่ค่อยโพสต์ หรืออาจจะโพสต์แต่เราไม่ได้ดูก็ไม่ทราบได้... แต่เหมือนว่าเห็นล่าสุดยังวิบัติอยู่(บ้าง) คือเวลาเจอแบบนี้(วิบัติสุด ๆ หลุดโลก) เราก็อยากจะร้องกรี๊ดดัง ๆ แล้วกระชากคอเสื้อมาถามหน่อยว่า “เอ่อ คุณน้องคะ เว็บบอร์ดนี้ใช้ภาษาไทยนะคะ.... ไม่ใช่ภาษาดาวพลูโต พิมพ์ให้เหมือนมนุษย์โลกบ้างมันลำบากมากเลยเหรอ?”

 

เวลาเจอกระทู้ (บอร์ดอื่น) เนื้อหาแบบนี้ เราจะรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ขึ้นมาทันที เพราะมันมีรังสีที่แผ่ออกมาแล้วให้ความรู้สึกตงิด ๆ ประมาณว่า เจ้าของกระทู้จะเป็นคนที่สื่อสารด้วยยาก เหมือนมนุษย์ต่างดาว! แต่สำหรับบอร์ดที่ตัวเองดูแลอยู่ ยังไง ๆ ก็ต้องเข้าค่ะ เข้าไปอ่าน วิเคราะห์ แล้วก็ตักเตือน... หรือไม่ก็ปราบจลาจลในเวลาที่จำเป็น

นอกเหนือจากตามเว็บบอร์ด ที่อื่นที่เห็นแล้วเส้นกระตุกก็คือ... ในที่ซึ่งบรรทัดของ chat นั้น text มันเลื่อนไปไว ๆ (อย่างเช่นในเกมออนไลน์) ถ้าเจอก็...ขออ่านข้ามบรรทัดนั้นเลยก็แล้วกัน ถึงมันจะพูดกับเราเราก็ไม่อยากสน เพราะสมองไม่สามารถประมวลผลแล้วแปลข้อความได้ทัน

 

การใช้ภาษา จุดประสงค์คือเพื่อการสื่อสาร ถ้าพิมพ์แบบนั้นมาแล้วทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจ หรือเข้าใจได้แต่ต้องใช้เวลานาน แล้วคุณจะพิพม์ออกมาเพื่อ...?!?!?!

 

แต่อันที่จริงในบอร์ดที่เราอยู่ประจำไม่ค่อยมีเคสแบบนี้หลุดมาหรอกค่ะ และถ้ามี (นาน ๆ ที) ก็จะโดนสมาชิกช่วยกันรุมรับน้องมหาโหด... จนเจ้าของกระทู้ถ้าไม่เปลี่ยนกลับมาพิมพ์ให้เป็นปรกติ ก็จะหายหน้าไปเลยไม่กลับมาอีก

บางทีก็เป็นว่าสมาชิกบางคนเอ็ดตะโรได้โหดร้ายไปเหมือนกัน ถ้าเห็นและคิดว่าว่ากันแรงเกินไป เราหรือสต๊าฟคนอื่นก็จะเข้าไปไกล่เกลี่ยค่ะ แต่บางกรณีก็... ต้องบอกว่าตัวเองทำตัวเองจริง ๆ โทษใครไม่ได้นี่เนอะ

อ้อ จริงสิ... ไหน ๆ ก็เขียนถึงเรื่องนี้แล้วก็นึกได้ เมื่อก่อนเคยเห็นเว็บหรือบล็อก หรือไม่ก็ไดอารี่ออนไลน์ของใครสักคน (จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเว็บประเภทไหน และเจ้าของคือใคร หรือเป็นสมาชิกของที่ไหน เพราะอ่านผ่าน ๆ ไม่ได้จดจำ) เนื้อหาหน้านั้นก็ประมาณบ่น ๆ ว่า ภาษามันจะวิบัติก็ปล่อยมันไปสิ เพราะภาษาต้องมีการพัฒนา มันจะเปลี่ยนไปบ้างก็ไม่เห็นแปลก จะออกมาโวยวายหรือโต้แย้งกันทำไม จะตำหนิคนที่ใช้ภาษาวิบัติทำไม ปล่อยให้มันเปลี่ยนไปแหละดีแล้ว เพราะภาษาที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือภาษาที่ตายแล้ว... พวกที่รณรงค์ต่อต้านกันน่ะเป็นพวกสร้างภาพ กระแดะ.... ฯลฯ

เอ่อ คุณคะ... “พัฒนา” มันมีความหมายว่าเจริญยิ่งขึ้น ไม่ได้หมายถึงถดถอยลง เสื่อมลง หรือถอยหลังเข้าคลองนะคะ ลักษณะดีงามและใช้งานได้ดีที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ มันไม่ถูกใจหรืออย่างไร? ถึงต้องตะเกียกตะกายพยายามเปลี่ยน หรือสนับสนุนเชิดชูให้มันเปลี่ยนไปในทางเลวลง?  หรือถึงจะวัดไม่ได้ว่าเลวลงในแง่ของภาษาศาสตร์ แต่อย่างน้อย ๆ ก็เลวลงในด้าน “การบรรลุจุดประสงค์ของการสื่อสาร” ล่ะค่ะ จะบอกว่ามันด้อยประสิทธิภาพในการสื่อสารก็ว่าได้! ภาษาไทยวิบัติที่บกพร่องในการสื่อสารเยี่ยงนั้น มันดีแล้วหรือคะที่จะนำมาใช้แทนภาษาไทยมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน?มันมีความจำเป็นอะไรหรือคะที่จะต้องแปลงสาร เปลี่ยนภาษาให้แผลงไปจนผู้อ่านไม่สามารถเข้าใจได้ในแวบแรกที่เห็น แต่ต้องใช้เวลาประมวลข้อมูล แล้วตีความออกมาเป็นภาษาไทยมาตรฐานอีกที... มันเป็นขั้นตอนที่เปลืองโดยใช่เหตุค่ะ เสียทั้งเวลา เสียทั้งพลังงาน(สมอง) แล้วยังเสียอารมณ์ด้วย เวลาเห็นภาษาวิบัติสุด ๆ แบบนั้นแล้วเราจะแล้วหงุดหงิดเหลือเกินค่ะ ว่าอีนี่ทำไมต้องมาเพิ่มความลำบากให้ตูแบบนี้ด้วย! ใช้ภาษา(คน)ไทยดี ๆ ไม่เป็นหรือไงยะ! 

สรุปว่าถ้าอยากใช้ภาษางุงิ แอ๊บแบ๊ว ที่เห็นแล้วจั๊กจี้หัวใจอย่างแรง หรือใครอ่านก็ต้องตีความ ถอดรหัสออกมา ก็ควรจะเก็บไว้ใช้กับเพื่อนสนิทดีกว่า เพราะการสื่อสารกับคนหมู่มากในทีเดียวพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะเมื่อในกลุ่มนั้น ๆ มีคนที่เรายังไม่รู้จักอีกหลายคน การใช้ภาษามาตรฐานจะเป็นวิธีที่ดีและได้ผลที่สุด และมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ควรสร้างภาระให้คนหมู่มากด้วยการใช้ภาษาที่ต้องแปลถึงสองขั้นตอน! และที่สำคัญก็คือ...การใช้ภาษาแอ๊บแบ๊วผิดที่ผิดทาง อาจทำให้คนรอบข้างจั๊กจี้ส่วนอื่นที่ไม่ใช่หัวใจแทนได้ ยิ่งถ้าเป็นสถานที่ที่ความประทับใจเริ่มแรกต้องสร้างจากตัวอักษรแล้วล่ะก็... ใครขืนโผล่มากระทู้แรกก็วิบัติซะจนหลุดโลกแบบนั้น ก็มีแววอย่างมากแล้วล่ะค่ะว่าคนอื่น(ที่ไม่วิบัติ)จะไม่คบด้วย -_-;;  

Comment

Comment:

Tweet


People have got now very good Internet resources to order the writing thesis and just best theme connected with this topic from the trustworthy thesis service.
#12 by buy thesis (103.7.57.18|31.184.238.21) At 2012-05-22 13:53,
Various guys hate creating research essays. They would better use Buying Essay Papers services. I great composing my essay papers.
#11 by College essays writers (193.105.210.41) At 2011-11-15 16:44,
Every one acknowledges that life seems to be very expensive, however some people need cash for different stuff and not every person gets enough cash. So to receive fast <a href="http://goodfinance-blog.com">loan</a> and just short term loan will be a right solution.
#10 by ROSLYNHolloway (193.105.210.41) At 2011-11-04 00:34,
โอ้โห โป๊ะเชะเลยครับ
แท็กซี่ตรงหมอชิตเนี่ยแหละ
แทบจะต้องกราบกราน
ได้โปรดไปส่งข้าพเจ้าเถอะ
บ้านผมอยู่ลาดปลาเค้า ถ้าเรียกจากตรงนั้นอย่าหวังว่ามันจะยอมไปกันเลยครับ
#9 by toey At 2008-03-29 16:41,
มึน sad smile
เพื่อนเราแชทเอ็มมันก็ใช้ภาษาแบบนี้ ไม่พอมันยังใช้ภาษาอีโมอีกตะหาก พอบอกมันว่าอย่าใช้ก็ประชดใส่ซะงั้น
หน่ายใจจริงจริ๊ง sad smile
#8 by C a t t y C a n d y ~ * At 2008-03-29 12:10,
เรื่องนี้อ่านทีไรก็มันส์ทุกทีครับ confused smile
#7 by toey At 2008-03-29 00:07,
บางคนที่ใช้เขาจะบอกว่าภาษามีการพัฒนา...

เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าแบบที่เป็นอยู่เรียกพัฒนาจริงหรือเปล่า เพราะทุกท่านที่ออกมาพูดก็ไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ - -

จริงๆก็ต่อต้านอะนะ แบบเห็นแล้วปวดหัว

แต่ตอนนี้อยากได้ "นักภาษาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ" มาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องภาษามากกว่า เอาแบบสรุปได้ว่าวิบัติจริงก็ต่อต้าน

แต่ถ้านั้นเป็นพัฒนาก็...เออ...ช่างมัน...
#6 by KC_CRUSH At 2008-03-28 21:09,
SRP ช่างน่าสงสาร.....

แบบนี้แสดงว่ายังไม่กลับจากญี่ปุ่นสินะ?
#5 by Valentino At 2008-03-28 19:37,
I don't hate but don't like too.
Sometime when I see in webboard and I lazy to read them, I will close. sad smile

(Sorry, I don't have Thai font now.)
#4 by SRP (118.161.65.37) At 2008-03-28 19:31,
บทสนทนาตัวอย่างอ่านสองรอบถึงจะเข้าใจsad smile
ใช้บ้าง ในอารมณ์ขี้เกียจ
#3 by ゴッチ At 2008-03-28 18:10,
ถ้าใช่เพื่อสื่ออารมณ์หรือขี้เกียจ ผมคงไม่ว่าอะไรมาก เพราะมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรในการอ่าน แต่ไอ้แบบที่ชอบทำคำอ่านง่ายๆ ให้อ่านยากนี่ ปวดแก่นกะโหลกจริงๆsad smile
เจอบทสนทนาตัวอย่างเข้าไป มึนตึ้บเลยครับ
#1 by eclipse At 2008-03-28 17:40,