วิธีซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ง่ายที่สุด และน่าจะมีโอกาสซื้อผิดได้น้อยที่สุดสำหรับคนที่ไม่กระดิกหูกับภาษาเทคโนโลยีเลย หรือถึงฟังรู้เรื่องแต่ความจำสั้นเป็นปลาทองอย่างเรา น่าจะคือการเอาตัวอย่างชิ้นส่วนที่ต้องการ ไปให้ที่ร้านดูด้วย เพื่อให้ได้ของที่เหมือนกันเปี๊ยบกลับบ้านมา นำมาใส่ในเครื่องได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าอะไร ๆ มันจะ support กันหรือไม่...
วันนี้ไปซื้อ HardDisk ใหม่สำหรับเครื่อง Laptop ค่ะ
ก่อนหน้านี้ เคยถามน้องชายว่า "นี่ ๆ แล้วต้องแบก notebook ไปให้ที่ร้านดูไหมอ่ะ ว่าใช้ HDD รุ่นไหน"
น้องชายบอกว่า ไม่ต้อง เพราะ HDD ของ Notebook มันก็เหมือน ๆ กันหมด
วันนี้ไปซีคอน.... น้องชายวิ่งปรู๊ดไปหาทันตแพทย์.... เพื่อตัดไหมที่เย็บไว้ตอนผ่าฟันคุด (แต่ที่จริงไหมน่ะโดนมันแปรงฟันจนหลุด และดึงจนหลุดเพราะนึกว่าเป็นเศษอาหาร ไปซะแล้ว) เราก็ไปกับน้องสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) เดินดิ่งเข้าร้าน ขอซื้อ HDD Notebook 1 ตัว เป็นขนาด 160GB ตามที่น้องชายแนะนำ
พี่ที่ร้านก็ถามว่า.... HDD SATA หรือ IDE ครับ?
อิฉันก็เกาหัวแกรก ๆ สิคะ
เพราะรู้อยู่หรอกว่าเครื่อง Desk Top ข้างในมันก็มีสายเสียบสำหรับต่อกับ HDD สองแบบ! ซึ่งเราใช้แบบ SATA มาตลอด.... แต่ไอ้ Notebook เนี่ยสิ เดี๊ยนไม่รู้อะไรเลย!!!!!
พี่เขาบอกว่า ถ้าซื้อผิดไปก็เสียบไม่ได้ ต้องเอาให้ชัวร์... สอบถามยี่ห้อและรุ่นของเครื่องเรา และถามว่าซื้อมาเมื่อไหร่ เราก็บอกว่าของ ASUS จำชื่อรุ่นไม่ได้ ซื้อมาได้สองปีแล้ว... พี่เขาก็เกาหัว ชะรอย ASUS Notebook สมัย 2 ปีที่แล้วมันคงมีผลิตออกมาทั้ง 2 แบบกระมัง?
เราก็กำลังจะยอมแพ้ ว่าจะวิ่งกลับไปที่รถน้อง ไปแบก Notebook มาดู (พกมาเพื่อความมั่นใจเท่านั้นแหละ แต่มันหนัก เลยทิ้งไว้ในรถ ฮา) ก็พอดีนึกได้ ว่าน้องชายคงทำฟันเสร็จแล้ว เลยโทรไปถาม... น้องชายบอกว่า IDE!!!
เฮ่อ....
พอกลับมาถึงบ้าน ตอนที่ไขฝาหลังออก จะเสียบ HDD ใหม่ ก็เหลือบไปเห็น HDD เก่าที่อยู่ในห่อบุกันกระแทกแถว ๆ นั้น ก็เพิ่งจะฉลาด รู้สำเหนียกว่า ไม่เห็นต้องแบกเครื่องไปเลยนี่หว่า แค่หนีบ HDD น้ำหนักแค่ 2-3 ขีดตัวนี้ ไปที่ร้านก็รู้แล้วว่ามันเป็นแบบไหน
โป๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (เสียงเอาหัวโขกโต๊ะ)
มันทำให้นึกถึงเมื่อ 4-5 ปีก่อน ตอนที่เครื่อง Desk Top เครื่องเก่าแรมเน่าไป 1 ตัว... ต้องไปซื้อใหม่มาใส่! จะบอกว่าตั้งแต่เกิดมา เพิ่งมีตอนนั้นแหละที่ไขฝาเครื่องออกเอง แล้วก็แงะชิ้นส่วนออกมาเอง
พอดีตอนนั้นเครื่องชอบดับ รีสตาร์ทด้วยตัวเองบ่อย ๆ อยู่มาวันหนึ่งมันเป็นถี่ ถึงขั้นทำงานไม่ได้ เพราะมันจะรีสตาร์ททุก 10 นาที.... พอลองโทรไปถามที่ปรึกษาทางเทคโนโลยีคนหนึ่งแถว ๆ อุบลฯ เขาก็บอกว่า อาการนี้สงสัยว่าเป็นเพราะมีฮาร์ดแวร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งชำรุดหรือบกพร่อง เครื่องเลยผิดตัวเองเพื่อป้องกันเมนบอร์ดไม่ให้เสียหายไปด้วย สรุปว่าเพื่อนบอกให้ลองถอดหรือเปลี่ยนอะไรก็ได้ทีละอย่างดู และที่ถอดง่ายที่สุดก็คือแรม เพราะตอนนั้นใช้ Dual Ram เสียบไว้สองแผง ลองถอดออก 1 ตัวก็ยังใช้งานได้
สรุปว่าถอดไปถอดมาก็รู้ว่า ไอ้แรม 1 ใน 2 ตัวนั่นเองที่คือสาเหตุของเครื่องดับ....
แค่ไปซื้อมาเปลี่ยนก็สิ้นเรื่องใช่ม้ายยยยย ง่ายมากกกกกกกกกก!!!
ซะ..
เมื่อ...
ไหร่...!!!
วันหนึ่งที่ไปเดินเสรีกับคุณแม่ ก็แวะเข้าร้านอุปกรณ์คอม เดินเข้าไปขอแรม 256MB ด้วยความมั่นใจสุดขีด!
แต่เค้าก็ถามว่า เป็น DS, DDR หรือ DDR2 ครับ?
แม่เจ้า.... จะไปรู้ได้ไง!!!!
หน้าเหี่ยวกลับบ้านสิคะ...
พอโทรไปถามที่ปรึกษาคนเดิม ว่า.... ทำยังไงถึงจะรู้ว่า RAM ที่ใช้อยู่มันเป็นรุ่นไหน ต้องอ่านตรงไหน เพราะเอาไฟฉายส่องดูแล้วอ่านไม่ออก หาไม่เจอ! เพื่อนบอกว่า ก็แงะมันออกมาสิ!!! โถ่ ถ้าแงะออกมาได้ก็แงะออกมานานแล้วโว้ย...
สรุปว่าปลุกปล้ำกับแรมอยู่นาน แงะไม่ออกค่ะ
ต้องพึ่งน้องชาย....ให้มาดึงให้
สรุปว่าเป็น RAM DDR อะไรสักอย่าง ถ้าจำไม่ผิดมีเลขกำกับว่า 266
ก็เอาไอ้ชิ้นนั่นแหละค่ะ ไปเดินหาใน Pantip แต่ว่า คิดดูสิคะ อิฉันต้องเข้าร้านไปถึง 3 ร้าน กว่าจะได้มา เพราะเข้าไปร้านไหน ๆ เขาก็บอกว่า ไม่มี! มันเก่าเกินไป! สินค้าหมด!
บ๊ะ!!!
นี่ล่ะมั้งคือสาเหตุที่ทำให้มนุษย์เทคโนโลยีอย่างพ่อและน้องชายของเรา ชอบอัพเกรดเครื่องบ่อย ๆ เพราะใช้ของเดิมไปนาน ๆ พอมันตกรุ่นขึ้นมาก็หาซื้อยากเย็นเหลือเกิน!
ก็นั่นแหละ... ซื้อได้โดยสวัสดิภาพ กลับบ้านมาแล้วใช้งานได้ ไม่ต้องถ่อกลับไปเปลี่ยนหรือหาซื้อใหม่ ต้องใช้วิธีเอาไปเป็นตัวอย่างตอนซื้อซะเลย แล้วให้ที่ร้านเขาหยิบให้ เอิก....
ของแบบนี้ซื้อมั่วนิ่มไม่ได้....เพราะอุปกรณ์เทคโนโลยีน่ะ มันเรื่องมากละเอียดอ่อน!!
edit @ 2 Mar 2008 15:50:06 by Valentino
edit @ 2 Mar 2008 15:51:22 by Valentino
