อืม พักนี้ไม่ค่อยมีเรื่องมาเขียนแฮะ ฮ่าๆ แล้วก็ขี้เกียจด้วย.... กลางวันทำงาน กลางคืนเล่นเกม ฮิฮิ้วววว (เหมือนจะขยันนะ แต่ที่จริงขี้เกียจอ่ะ เพราะลองนับชั่วโมงดูแล้ว ปรากฏว่าเล่นเกมมากกว่าทำงาน กร๊าก)
อ๊ะ ว่าไปแล้วยังรออ่าน Death Tag ของหลายๆคนอยู่ ใครที่จำได้และตกลงใจว่าจะเล่น Death Tag ด้วย ก็อย่าเพิ่งลืม tag ของนู๋นะงิบ~~~!! (พยายามทำเสียงน่ารักสุดฤทธิ์) ไว้วันว่างเวลาสะดวกได้ค่ะ นานแค่ไหนก็รอได้ อิๆ
ต่อไป... เป็นเรื่องที่อยากเตือนตัวเองไม่ให้ลืม ก็เลยเอามาพล่ามนนี้ ออกจะยาวอยู่สักหน่อย แต่ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญอ่านดูได้นะคะ
...
เมื่อวานนี้ คุยกับเพื่อนๆคนไทยในเกม FFXI แล้วก็ได้เปิดตาตัวเองขึ้นอีกนิด (จากเดิมที่ตี่สนิท?) เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า.... จาก entry เก่าตั้งแต่ชาติปางก่อน เราเคยเขียนถึงคนคนหนึ่งเอาไว้ เพราะเขามีพฤติกรรมเหลือรับ ถึงขนาดเห็นแล้วต้องอุทานว่า ว้าย ตาเถรตกใต้ถุน นี่มันอะไรกั๊นเจ้าประคุณรุนช่อง! คนแบบนี้ก็มีด้วย???
เราเองถือว่า ถ้าเราเกลียดใคร ก็ขออยู่ห่างๆดีกว่า อย่าได้จองเวรหรือตามล้างผลาญกันเลย เพราะคนเราเนี่ย ถ้าเกลียดใคร ก็ย่อมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอใช่ไหม? ประมาณว่ารังเกียจถึงขนาดไม่อยากสูดหายใจในอากาศเดียวกันเลยก็ว่าได้ เพราะงั้นอย่ามอง อย่าดู อย่าไปเจ๋อเรื่องของเขาก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเห็นอะไรที่เราเกลียด...
แต่ถ้าเรื่องเล่าหรือข้อมูลของคนคนนั้น มันจะจู่ๆก็แว่วมาเข้าหูเราเอง อันนี้คงต้องยืดอดยอมรับอย่างหน้าด้านๆล่ะว่า เราคนหนึ่งล่ะที่จะสนใจ! คือไอ้จะส่งสปายไปสืบหรือให้ตัวเราเองไปสอดแนมนี่เราคงไม่ทำนะ เพราะเกลียดเขา ไม่อยากเฉียดไปใกล้ ไม่อยากให้มันมาอยู่ในสายตา แต่ถ้าเรื่องมันบังเอิญลอยมาเอง มีหรือเราจะปล่อยให้มันลอยไปเฉยๆ โดยไม่เปิดหูฟัง หุๆ...
ที่ผ่านมาก็ได้ยินว่านาย"ซิ..." คนนี้ มีคนเหม็นหน้าอยู่ไม่ใช่น้อย เสียงที่แว่วมาให้ได้ยินแต่ละเสียง ต่างบอกว่า เขาเป็นคนหัวแข็ง ยึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่ฟังเหตุผลใครทั้งนั้น ตูข้าถูกคนเดียว บ้างก็ว่าเขากร่าง ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ เตะคนออกจากห้อง chat ไม่เลือกหน้า มิหนำซ้ำยังไม่ฟังคำอธิบายของอีกฝ่ายด้วย... แล้วที่เรื่องมันสะพัดมากกลายเป็นหัวข้อสนทนาใหญ่โตเนี่ย ก็เพราะการสำแดงอิทธิฤทธิ์เมื่อเร็วๆนี้ของเขา.... เรื่องมันมีอยู่ว่า...
คุณ "ลู..." ซึ่งเป็นเพื่อนของเราคนหนึ่ง เข้าไปในห้อง chat ห้องนั้น เพื่อไปเรียกเพื่อน ที่ชื่อคุณ "เอ...." แล้วนาย "ซิ..." (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้คุมห้อง มียศ @ สามารถเตะคนออกจากห้องได้)ก็ถามว่า เป็นใคร มาจากไหน เข้าห้องมาทำไม เพราะห้อง chat ห้องนั้นเป็นห้องเฉพาะกลุ่ม ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า
ทีนี้ต้องย้อนความหลังกันก่อน...คุณ "ลู..." เนี่ย เคยเป็นสมาชิกห้องนั้นเหมือนกัน คือได้รับการยอมรับเข้าห้อง chat อย่างเป็นทางการแล้ว แต่เวลาเข้าไปจะต้องโดนถามทุกวันๆ ว่าเป็นใครมาจากไหน เค้าก็ต้องคอยตอบตลอดเวลา อยู่มาวันนึงไม่รู้ใคร(อาจจะเป็นคุณ"ซิ..." หรืออาจจะเป็นคนอื่น) ถามตอนที่คุณ "ลู..." เขาไม่อยู่หน้าจอ คือเดินออกจากห้องคอมไปหาข้าวกินหรือไงเนี่ย ก็เลยไม่ได้ตอบ ก็เลยโดนเตะ.... พอคุณ "ลู...." กลับมาพบว่าตัวเองกระเด็นออกนอกห้อง ก็พยายามติดต่อคนที่เตะ ขอกลับเข้าไป พร้อมอธิบายเหตุผลว่าไม่ตอบเพราะไม่อยู่หน้าจอ แต่ก็คงโดนตอกกลับมาประมาณว่า คุณไม่อยู่หน้าจอเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ผมจะเตะแบนก็เป็นสิทธิ์ของผม สรุปว่า คุณ "ลู..." ที่น้อยใจและทนไม่ได้กับการใช้อำนาจแบบไม่มีเหตุผลเช่นนั้น ก็เลยตีตัวออกห่าง และไม่กลับไปง้อขอเป็นสมาชิกห้องนั้นอีกเลย
เอาล่ะ กลับมาเล่าต่อ... พอถูกถาม คุณ "ลู..." ก็ตอบไปว่า มีธุระกับเพื่อนในห้องนี้ เข้ามาคุยกับเพื่อน พร้อมๆกันนั้นคุณ "เอ..." ก็บอกขึ้นมาว่า เพื่อนผมเองครับ แต่นาย "ซิ..." แกก็ไม่สนใจ นับถอยหลัง... แล้วก็เตะแบน ทำให้คุณ "ลู...."กระเด็นออกจากห้องแล้วกลับเข้าไปไม่ได้อีกครั้ง และด้วยความฉุน... คุณ "เอ...." (ซึ่งเป็นหนึ่งในคนคุมห้อง มี @ เหมือนกัน มีอำนาจเตะคนได้เหมือนกัน) ก็เลยโวยวายขึ้น แต่นาย "ซิ..." แกก็ตอบประมาณว่า ผมไม่เกี่ยว มีธุระก็ไปคุยที่ห้องอื่นสิ ที่นี่ไม่ใช่ที่คุย....
เออเราก็ว่าเค้าพูดมีเหตุผลนะ แต่การกระทำของเค้าแย่มากเลย ไม่ให้เกียรติเพื่อน และไม่ให้เกียรติคนอื่น (ซึ่งที่จริงเราเองก็คิดมานานแล้วว่านาย "ซิ..." เค้าเป็นคนไม่ให้เกียรติคู่สนทนา - ดูจากที่ด่าเราแบบไม่ไว้หน้า ทั้งๆที่อ้างว่าอยากเจรจาสันติภาพกับเรา) คือถ้าจะบอกว่าเรื่องส่วนตัวเชิญไปคุยที่อื่น ก็พูดออกมาตั้งแต่แรกสิ เค้าจะได้ออกจากห้องไปเอง แล้วไปตั้งห้องคุยกันเอง นี่จู่ๆก็เตะ... อุบาทว์มากค่ะขอบอก ไม่ไว้หน้าเพื่อนที่เป็น @ ของห้องเลย คือคนเรามันโตๆกันแล้วน่ะ อายุอานามก็เกิน 20 กันทุกคนแล้ว พูดภาษาคนดีๆก็รู้เรื่องน่า ไม่เห็นต้องทำตัวกร่างวางอำนาจแบบนี้... ทำตัวแบบนี้เราว่า มันอนารยะมากๆค่ะขอบอก
สรุปว่า สุดท้ายคุณ "เอ..." ก็สมัครใจออกจากห้องเอง และไม่กลับไปที่ห้องนั้นอีกเลย ด้วยเหตุผลว่า ผมขยะแขยงที่ต้องอยู่ร่วมห้อง chat เดียวกับคนพันธุ์นั้น
หลังจากเรื่องวันนี้ เราก็ไม่ได้กลับไปสนใจเค้าอีก คือเพื่อนๆทั้งหลายที่แยกตัวออกมาห่างๆแล้วก็ไม่อยากกลับไปยุ่ง ไม่อยากรื้อฟื้นอะไร แต่ทีนี้ก็มีบางคนที่ยังอยู่ในกลุ่มนั้นอยู่.... ก็เลยคงจะต้องเจอพฤติรรมเหลือทนของเขาอยู่เนืองๆ แล้วจู่ๆเมื่อคืนก็มีคนนึงบ่นๆทำนองระบายอารมณ์ว่า "ไอ้ซิ...มันงี่เง่าอีกแล้ว" แล้วคนอื่นก็ช่วยกันด่าตามเป็นพรวนๆ... จนถึงขนาดเราเองยังตะลึงเลยที่เค้าสร้างศัตรูได้มากขนาดนี้ (ก็ประมาณว่า เพื่อนคนไทยในเกมเนี่ย ที่อยู่ในกลุ่มนั้นอ่ะ มีประมาณ 6 คน แล้วมีคนด่านาย "ซิ..." ซะ 5 คน)
แต่แก่นสำคัญของเรื่องที่เล่ามา มันอยู่ที่.... มีเพื่อนอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า "มิ..." เค้าได้พูดแย้งขึ้นมาว่า อะไรกัน ไม่จริงหรอก นาย"ซิ..."เนี่ยเป็นคนดีมากเลยนะ เป็นมิตรมากด้วย วันรับปริญญาผมเค้ายังไปแสดงความยินดีด้วยเลย โอ้ว...เนี่ย เค้าน่ารักมาก very friendly
ก็ทำให้เราตกใจอีกระลอก... ประมาณว่า เฮ้ยเซอร์ไพรซ์ว่ะ มีคนบอกว่านาย "ซิ..."เป็นคนดีด้วย!
แล้วนาย "มิ..." ก็สาธยายเรื่องนาย "ซิ..." ว่า แม้จะหัวแข็งไปหน่อย ชอบเอาชนะ มีอีโก้สูง แต่เค้าก็เป็นคนดีนะ กับเพื่อนๆน่ะเค้าใจดีมากๆ เป็นเพื่อนที่ดีเลยล่ะ รักเพื่อน บลาๆๆ ระหว่างนั้นเราก็ตั้งใจฟัง ส่วนคนอื่นๆแย้งด้วยการด่าว่า นาย"ซิ..."มันชอบทำตัวงี่เง่านะ ชอบสร้างศัตรู ชอบด่าคนอื่น so very stupid มากๆและมีคนหนึ่ง(จำไม่ได้ว่าใคร แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เรา และไม่ใช่"มิ...")บอกว่า นาย "ซิ..."น่ะ ego สูง EQ ต่ำ...
"มิ..." เค้าก็บอกว่า เพราะพวกนายมองคนละมุมกับฉันน่ะสิ...
อืม... ก็จริงของ"มิ..."
"มิ...." ยังบอกอีกว่า ถ้ารู้จักนิสัยจริงๆแล้ว เป็นเพื่อนกับ "ซิ..." ล่ะก็ จะเห็นว่าเค้าเป็นคนดีที่น่าคบมากๆคนหนึ่ง
เพื่อนคนอื่นก็ยังพยายามยืนยันว่านาย"ซิ..."นั้นชั่วร้ายมาก คบไม่ได้ และยังงี่เง่าด้วย
เอิก...
ตอนนี้เราชักจะกร่อยๆละ คือเราเกลียดนาย "ซิ..." ก็จริง แต่เมื่อรู้ว่า "มิ..." เค้าถือว่า"ซิ..." เป็นเพื่อน คนอื่นก็ไม่ควรด่านาย "ซิ..." ให้ "มิ..." เค้าเห็นใช่มั้ยล่ะ ถ้าเป็นเราเราคงรู้สึกแย่นะ มีคนมาด่าเพื่อนของเราให้เราฟังปาวๆเนี่ย.... เพราะงั้นพวกเราก็ไม่ควรจะทำร้ายจิตใจ "มิ..." ด้วยการด่านาย "ซิ..." ต่อ เนอะ..
เราก็เลยบอก(เหมือนจะพยายามแก้ตัว ไม่ให้"มิ..."เค้านึกว่าเราเกลียดด้วยอคติ แต่มีสาเหตุให้เกลียด อะเหอๆๆ) ว่า อืม งั้นแสดงว่า"ซิ..." เค้าใจดีกับเพื่อนน่ะสิ แต่เราไม่รู้จักเค้าในแง่นั้นนะ เพราะเจอ(คุย chat)กันครั้งแรก เราก็โดนเค้าด่าจวกจนเละเลย คือเค้าไม่คิดจะเป็นมิตรกับเราน่ะ
"มิ..." เค้าก็ประมาณว่า หัวเราะ แล้วถามว่า จริงเหรอ เรารู้จักกับ "ซิ..." ด้วยเหรอ
เราก็ตอบว่า เราแค่เคยคุยด้วยเฉยๆ นาย"ซิ..." เค้าเรียกเราไปคุย อ้างว่าจะเจรจาเรื่องปัญหาระหว่างเวบบอร์ด แต่พอไปปุ๊บเค้าก็ด่าๆๆ ด่าเราสาดเสียเทเสีย หยาบคายมากๆด้วย รับไม่ได้... แถมเค้ายังแสดงตัวเป็นศัตรูกับเราอย่างชัดเจนด้วย ประมาณว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เด็ดขาดส่วนไอ้คำว่า"รู้จัก"น่ะในแง่อื่นแล้วคงต้องถือว่าไม่รู้จัก
หลังจากนั้นบทสนทนามันไปในแนวไหนเราก็จำไม่ได้ละ แต่เหมือน "มิ..." เค้าจะบอกว่า เอาเถอะ คนเรามองกันคนละมุม เค้ามอง"ซิ..."ว่าเป็นคนดีก็เพราะเป็นเพื่อนดีต่อกันนั่นเอง...
เราก็ อ่านะ.... ที่ผ่านๆมา เราเคยคุยแต่กับคนที่ไม่เข้าข้างนาย "ซิ..." เพราะแต่ละคนก็เกลียดเค้า เอาเรื่องร้ายๆของเค้ามาเล่าให้ฟัง เพิ่งเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดถึงคุณงามความดีของนายคนนี้ เหอๆ เราก็เข้าใจนะ มุมมองของ "มิ..." ที่มองว่าเค้าดีกับเรา เราเลยรู้สึกว่าเค้าเป็นคนดี....
เราเองก็เป็นคนที่ไม่สนความบาดหมางของคนอื่น คือถ้าเค้าไม่ได้ทำให้เราบาดหมางโดยตรง ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันได้ ต่อให้เค้าบาดหมางกับเพื่อนคนอื่นของเราก็เถอะ... ในแวดวงของเราเองก็มีเหมือนกันนะ... เพื่อนหลายๆคนที่ทะเลาะกัน เกลียดขี้หน้ากัน ไม่มองหน้าไม่คุยกัน หรือถึงขนาดเจอหน้ากันไม่ได้ ถ้าเจอต้องมีมวย อะไรทำนองนี้ แต่เราก็คบและคุยเป็นปรกติกับทุกๆคน โดยที่ไม่มีใครมาพยายามโน้มน้าวให้เราเกลียดศัตรูของเขาเลย เขาถือว่าเราก็คือเรา เขาก็คือเขา ไม่จำเป็นต้องมีศัตรูเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีมิตรเดียวกัน เราเองก็ถือว่า สองฝ่ายนู้นเค้าทะเลาะกันเอง เราไม่เกี่ยว เราเป็นเพื่อนกับทั้ง 2 ฝ่ายมาก่อน เราก็จะรักษาความเป็นเพื่อนนี้ต่อไป โดยไม่เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
(ซึ่งอันนี้ต้องขอบอกว่า ซาบซึ้งมาก ที่เพื่อนๆเรา แม้มันจะกัดกันแค่ไหน แต่ก็แทบจะไม่เคยมีใครทำให้เราลำบากใจด้วยการต้องเลือกฝักเลือกฝ่าย มันทำให้เราคบทุกๆคนต่อไปได้อย่างสบายใจนะ)
เราไม่แคร์ว่าเค้าจะทะเลาะกับใคร ขอแค่อย่ามาทะเลาะกับเราก็พอ...เป็นแนวคิดที่เห็นแก่ตัวใช้ได้ ก๊ากๆ... แต่ถ้าไม่เห็นแก่ตัว ก็เอาตัวไม่รอดน่ะสิ เพื่อนที่มีคงหดหายไปหมดแหงมๆ เพราะมันทะเลาะกันหลายคู่ อีนุงตุงนังเหลือเกิน ถ้าต้องเลือกตัดใครออกไป 1 คนใน 1 คู่ล่ะก็...ก็คงเพื่อนหดเหลือครึ่งเดียว ดีไม่ดีเหลือแค่ 1/3 ด้วยซ้ำ เพราะบางคู่กรณีมันก็มีมากกว่าฝ่ายละ 1 คน
ซึ่ง ไอ้แนวคิดแนวนี้ของเราน่ะ มันมีอยู่เป็นปรกติ จนเราไม่เคยฉุกคิดถึงมันด้วยซ้ำ เพิ่งมานึกได้ตอนคุยกับนาย "มิ..." เนี่ยแหละ ว่าเอ๊ะ เราก็ยึดคติเดียวกับนาย "มิ..." นี่หว่า...
เราก็เลยหวังว่า ไอ้มุมดีๆมุมเล็กๆมุมหนึ่งของ "ซิ..." ที่ "มิ..." เค้าพยายามนำเสนอเนี่ย มันคงช่วยลดอคติที่เรามีต่อ "ซิ..." ได้บ้างนะ... เผื่อในอนาคตเค้าจะเลิกเป็นศัตรูกับเรา เราก็จะได้ญาติดีกับเขาได้บ้างเหอๆ
ก็ ไม่มีอะไร.... ได้คิดอะไรในอีกมุมมองนึง เลยอยากบันทึกไว้ไม่ให้ตัวเองลืม อิอิ
edit @ 2007/06/04 19:21:14
edit @ 2007/06/05 19:39:04
