2007/Apr/23

สองสามวันมานี้ ได้ไปรับรู้อะไรบางอย่าง จึงได้ไปมีส่วนแสดงความเห็นในบางเรื่อง พบว่ามีการบาดหมางขัดเคืองใจกัน เราเองในฐานะคนไปทีหลัง....(ไม่เกี่ยวเลยแต่ขอแส่) เห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีเหตุผล และที่สำคัญคือ หลังจากลองแสดงความเห็นของเราเองออกไปแล้ว จาก reaction ที่เขาตอบมา ทำให้รู้สึกว่าคนที่เราไปคุยด้วยคนใหม่นี้แม้จะเห็นแย้งกับเรามาก (หรือที่จริงคือเราต่างหากที่เห็นแย้งกับเขา) แต่ก็คุยกันดีๆได้

ในสายตาบุคคลที่ 3 อย่างเรานี้...

ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นคนเปิดกว้างทางความคิด

ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีมุมมองที่น่าสนใจและน่าถกประเด็น

แต่...

สิ่งที่ทำให้อะไรๆไม่ราบรื่นนั้นไซร้คือความเข้าใจผิดเพียงเล็กๆ... การสื่อสารทางตัวหนังสือ ไม่เห็นหน้า ไม่เห็นอารมณ์ของผู้พูด ย่อมเข้าใจผิดกันได้ง่าย หากสื่อสารผิดเพี้ยนไป หรือตีความผิดเพี้ยนไป แม้องศาเดียว... มิตรภาพที่น่าจะได้ จะกลับกลายเป็นความบาดหมางแทน

แน่นอนว่าคนเรา ย่อมมีบางอารมณ์ที่ถูกกระทบง่าย ยิ่งถ้าตีความหมายของข้อความอีกฝ่ายได้ไม่ตรง (หรือเขาเองอาจจะสื่อออกมาไม่สมบูรณ์เอง) ก็อาจจะยิ่งทำให้โทสะพลุ่งพล่านได้กว่าที่ควรจะเป็น

อย่างเรา เราเป็นคนพูดตรงๆ พูดตามที่คิด อะไรที่เราไม่เห็นด้วยจนทนเงียบไม่ได้ เราก็จะพยายามพูดแย้งขึ้นทันที อะไรที่เราคิดว่าไม่ยุติธรรม เราก็จะตัดพ้อขึ้น อะไรที่เราคิดว่าคนอื่นเข้าใจเราผิด เราก็จะชี้แจงโดยทันที หรือถ้ามีใครพูดอะไรขัดหู หรือเราข้องใจ ว่าเขาหมายถึงอะไร ใช่ด่าเราหรือไม่ เราก็จะถามขึ้นทันทีเช่นกัน

บางครั้งมันดูเหมือนก้าวร้าว หรือพยายามเอาชนะ

แต่เปล่า... ความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่มีใครถูกใครผิด พยายามเอาชนะไปก็ป่วยการเราแค่ไม่ชอบให้คาใจ เราไม่ชอบเข้าใจใครผิด เราจึงถามเสมอ ว่าคุณหมายความตามที่พูดหรือเปล่า หมายความตามที่เราเข้าใจหรือเปล่า

บางคนอาจจะไม่พอใจ...ว่าเอ๊ะ อีนี่จะหาเรื่องทำไม ต่อความยาวสาวความยืดทำไม แต่สำหรับเรา มันคือโอกาสหนึ่งที่จะปรับความเข้าใจกัน เราว่าทำแบบนี้น่าจะดีกว่านะ แทนที่จะโกรธแล้วปิดกั้น ปิดโอกาส หรือขับไสไล่ส่งเขาไป จนเขาไม่มีโอกาสอธิบายอะไรเลย และความโกรธของเราก็จะยังค้างคาอยู่แบบนั้น คิดเคืองเขาต่อไป...และต่อๆไป

โกรธคนอื่นโดยที่มารู้ทีหลังว่าตัวเองเข้าใจผิดไปเองเนี่ย มันเศร้านะ

เวลาเห็นใครโกรธกันเพราะเข้าใจผิด เราก็เศร้าเหมือนกัน...

มันรู้สึกว่าน่าเสียดายอย่างบอกไม่ถูก นี่ล่ะมั้งสาเหตุที่ทำให้เราชอบแส่เรื่องชาวบ้าน อยากให้ดีกันจริงๆนะ...มันน่าจะคุยกันได้นี่ ถึงขัดแย้งกัน ถึงจะเถียงกัน ถึงจะทะเลาะกัน แต่ก็ทำให้เราได้รู้ความคิดของอีกฝ่าย ได้รู้มุมมองของเค้า มันยังดีกว่าปิดประตูปิดตาย ไม่ยอมเถียงกันเลยนะ แถมดีไม่ดี...ถ้าได้เถียงแล้ว เถียงไปเถียงมา อาจจะเกิดเข้าใจกันขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้!

ป.ล. งานยังไม่เสร็จค่ะ แต่"สะ-แหลน"ไปยุ่งเรื่องคนอื่นอีกแล้ว ฮือๆๆๆ นิสัยเสียแก้ไม่ได้ซะที ไปปั่นงานต่อก่อนนะคะ


edit @ 2007/04/23 18:49:26
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืม..ภาษาก็แปลได้หลายอย่าง

เราว่ามองโลกในแง่ดีไว้ดีกว่าเนอะ

แต่บางครั้งก็มองไม่ได้จริงๆ เราเองก็ชอบแส่เรื่องคนอื่นเหมือนกัน

หลังจากโดนตอกกลับมาแรงก็เลยไม่อยากทำแบบนั้นก็เลย
#1  by  ★*:=:ฌรัลชา:=:*★ At 2007-04-23 19:09, 
"ป.ล. งานยังไม่เสร็จค่ะ แต่"สะ-แหลน"ไปยุ่งเรื่องคนอื่นอีกแล้ว ฮือๆๆๆ นิสัยเสียแก้ไม่ได้ซะที ไปแปลสารคดีหมีต่อก่อนนะคะ"

/me แหย่แล้วกลิ้งหนี
#2  by  Villetta At 2007-04-23 19:21, 
นี่ถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเงียบ ไม่ค่อยพูดไงครับ เพราะกลัวว่าพูดผิดแล้วจะเป็นเรื่อง (โม้สุดๆ จริงๆไม่ได้เกี่ยวกันเลย เหอะๆ)

โมจิคงอยากไปเถียงกับคุณทนายอีกใช่มั้ยครับเนี่ย
#3  by  SRP At 2007-04-23 19:47, 
อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ รู้สึกอย่างนั้น เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน(เลยขยัน แส่ สอด เ_อก) ยิ่งเป็นเพื่อนกันมาแตกกันเอง เศร้าบอกไม่ถูกเลยค่ะ

*หมายเหตุ มีอัพเดทเรื่องงานพรีเซนต์นะคะ เชิญที่บล๊อคเลยค่ะ ถึงหนูจะปริ้นท์บทความของพี่อันก่อนไปแล้วก็เถอะ
#4  by  shiny At 2007-04-23 19:56, 
เห็นด้วยนะ

แล้วก็คิดว่าเรามีมุมมองเรื่องแสดงความคิดเพื่อไม่ให้คาใจคล้ายกันล่ะ (ไม่กล้าพูดว่าเหมือน เพราะอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ ... แต่ตอนนี้ยังหาไม่เจอ ฮา)

คือ ผมทะเลาะกันแบบแตกหักกันไปหลายคนละ โดยที่... ไม่ใช่เพราะว่าผมไปโกรธเขานะ พวกเขาหาว่าผมไปหาเรือ่ง ไปรบกวน ไปวุ่นวาย ไปลองของ ไปแกล้ง ไปอวดรู้

เอาว่าอะไรที่มันไม่ดีน่ะ พวกเขาคิดได้หมด ถึงขนาดมาด่ากันที่ blog ผมเลย (บางคนประกาศว่า ไม่ให้ Plin มา blog เขาอีกต่อไป)

ก็... อึ้งไป หลัง ๆ ก็เลย ไม่ไปอ่าน blog คนอื่นละ ขี้เกียจมีเรื่อง

ปล พอดีคุณ valentino มา exteen ผมบ่อยช่วงนี้ ก็เลย... แวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยหน่อย และพอเห็น entry นี้ก็.. ขอบอกว่าถูกใจมาก ๆ เลย ไม่พิมพ์คุยกันก็คงไม่ได้ ฮา

เรื่องงานนี่ สู้ ๆ ๆ ๆ ๆ และค่อยเป็นค่อยไปครับ
#5  by  Plin, :-p (202.28.62.245 /unknown, unknown) At 2007-04-23 20:47, 
★*:=:ฌรัลชา:=:*★
ปรกติชอบเป็นไทยมุงค่ะ แต่ไม่รู้ทำไม กระโดดลงไปตะลุมบอนกับเขาเรื่อยเลยเชียว ><;; เฮ้อ
มองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อนนั้น ดีกว่าจริงๆค่ะ ในแง่ของความสบายใจส่วนตัวนะคะ

Joyka
สารคดีชุดนี้ยังไม่มีหมีงิ ><

SRP
.....เกือบเชื่อ
ส่วนคุณทนายอะไรนั่น กรวดน้ำคว่ำขันไปแล้วค่ะ ชาตินี้ขออย่าเจออีกเลย คนอะไรไม่รู้คุยแล้วปวดหัว เมื่อต้นเดือนที่ไปทำบุญ ร่วมพิธีอโหสิกรรมใหญ่ เราก็แผ่เมตตา อโหสิกรรให้แก่เขาไปแล้วค่ะ จะได้ไม่ต้องมีหนี้อะไรไปสะสางกันอีกทั้งในชาตินี้ชาติหน้า ><

shiny
นั่นสิคะ ไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าเห็นเพื่อนที่เราชอบทั้งคู่ทะเลาะกัน และไม่มีอะไรน่าเสียดายไปกว่าการเห็นคนที่เรานับถือความคิดเห็นทั้งคู่มาทะเลาะกันเองอีกแล้วค่ะ

Plin, :-p
บางคนเข้าใจผิดไปเอง คิดแง่ร้ายไปเองต่างๆนานาก็มีค่ะ ถ้าแก้ความเข้าใจผิดของเขาได้ก็พยายามแก้ไปเถอะค่ะ อาจจะได้มิตรเพิ่มมาอีกคน และเราเองก็สบายใจด้วยที่ได้ประกาศตนให้ชัดเจนและเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย
ส่วนบางคนนี่เจตนาหาเรื่องชัดๆ...ก็เอาเป็นว่าหลีกเลี่ยงดีกว่าค่ะ เพื่อสุขภาพจิตของตัวเอง


ป.ล. งานเสร็จแล้วค่ะ เมื่อกี้ แหะๆ ขอบคุณนะคะที่เชียร์
#6  by  Valentino At 2007-04-23 23:10, 
อะอั๊งงง เปนเหมือนเรา...
มักจะสวมบทนางเอก(จิงเหรอ ) สะแหลนไปยุ่งกะคนทะเลาะกัน

โดยเฉพาะพี่สาวกะน้องชาย เวลาน้องชายแสดงอาการลามปามพี่ (ด่านั่นแหละ) อะฮั้นก็จะต้องเผลอปราดเข้าไปฉะกะน้องชาย จนสุดท้ายก็กลายเป็นเรนกะน้องชายตีกันนัว (ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกะเค้าเลย.. )

ชาตินี้คงแก้ไม่หายละมั้ง
#7  by  The Ren At 2007-04-24 00:11, 
นางเอกหรือนางร้ายคะคุณน้อง?
ฮ่าๆ

แต่ การปกป้องพี่สาวคือเรื่องถูกต้องค่ะ!
น้องชายน่ะเหรอ ด่าได้ก็ด่า ตีได้ก็ตีเลยค่ะ!!!

/me รีบคลานหนีไปก่อนที่น้องชายจะตามมาทัน
#8  by  Valentino At 2007-04-24 00:34, 

<< Home