สองสามวันมานี้ ได้ไปรับรู้อะไรบางอย่าง จึงได้ไปมีส่วนแสดงความเห็นในบางเรื่อง พบว่ามีการบาดหมางขัดเคืองใจกัน เราเองในฐานะคนไปทีหลัง....(ไม่เกี่ยวเลยแต่ขอแส่) เห็นว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีเหตุผล และที่สำคัญคือ หลังจากลองแสดงความเห็นของเราเองออกไปแล้ว จาก reaction ที่เขาตอบมา ทำให้รู้สึกว่าคนที่เราไปคุยด้วยคนใหม่นี้แม้จะเห็นแย้งกับเรามาก (หรือที่จริงคือเราต่างหากที่เห็นแย้งกับเขา) แต่ก็คุยกันดีๆได้
ในสายตาบุคคลที่ 3 อย่างเรานี้...
ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นคนเปิดกว้างทางความคิด
ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีมุมมองที่น่าสนใจและน่าถกประเด็น
แต่...
สิ่งที่ทำให้อะไรๆไม่ราบรื่นนั้นไซร้คือความเข้าใจผิดเพียงเล็กๆ... การสื่อสารทางตัวหนังสือ ไม่เห็นหน้า ไม่เห็นอารมณ์ของผู้พูด ย่อมเข้าใจผิดกันได้ง่าย หากสื่อสารผิดเพี้ยนไป หรือตีความผิดเพี้ยนไป แม้องศาเดียว... มิตรภาพที่น่าจะได้ จะกลับกลายเป็นความบาดหมางแทน
แน่นอนว่าคนเรา ย่อมมีบางอารมณ์ที่ถูกกระทบง่าย ยิ่งถ้าตีความหมายของข้อความอีกฝ่ายได้ไม่ตรง (หรือเขาเองอาจจะสื่อออกมาไม่สมบูรณ์เอง) ก็อาจจะยิ่งทำให้โทสะพลุ่งพล่านได้กว่าที่ควรจะเป็น
อย่างเรา เราเป็นคนพูดตรงๆ พูดตามที่คิด อะไรที่เราไม่เห็นด้วยจนทนเงียบไม่ได้ เราก็จะพยายามพูดแย้งขึ้นทันที อะไรที่เราคิดว่าไม่ยุติธรรม เราก็จะตัดพ้อขึ้น อะไรที่เราคิดว่าคนอื่นเข้าใจเราผิด เราก็จะชี้แจงโดยทันที หรือถ้ามีใครพูดอะไรขัดหู หรือเราข้องใจ ว่าเขาหมายถึงอะไร ใช่ด่าเราหรือไม่ เราก็จะถามขึ้นทันทีเช่นกัน
บางครั้งมันดูเหมือนก้าวร้าว หรือพยายามเอาชนะ
แต่เปล่า... ความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่มีใครถูกใครผิด พยายามเอาชนะไปก็ป่วยการเราแค่ไม่ชอบให้คาใจ เราไม่ชอบเข้าใจใครผิด เราจึงถามเสมอ ว่าคุณหมายความตามที่พูดหรือเปล่า หมายความตามที่เราเข้าใจหรือเปล่า
บางคนอาจจะไม่พอใจ...ว่าเอ๊ะ อีนี่จะหาเรื่องทำไม ต่อความยาวสาวความยืดทำไม แต่สำหรับเรา มันคือโอกาสหนึ่งที่จะปรับความเข้าใจกัน เราว่าทำแบบนี้น่าจะดีกว่านะ แทนที่จะโกรธแล้วปิดกั้น ปิดโอกาส หรือขับไสไล่ส่งเขาไป จนเขาไม่มีโอกาสอธิบายอะไรเลย และความโกรธของเราก็จะยังค้างคาอยู่แบบนั้น คิดเคืองเขาต่อไป...และต่อๆไป
โกรธคนอื่นโดยที่มารู้ทีหลังว่าตัวเองเข้าใจผิดไปเองเนี่ย มันเศร้านะ
เวลาเห็นใครโกรธกันเพราะเข้าใจผิด เราก็เศร้าเหมือนกัน...
มันรู้สึกว่าน่าเสียดายอย่างบอกไม่ถูก นี่ล่ะมั้งสาเหตุที่ทำให้เราชอบแส่เรื่องชาวบ้าน อยากให้ดีกันจริงๆนะ...มันน่าจะคุยกันได้นี่ ถึงขัดแย้งกัน ถึงจะเถียงกัน ถึงจะทะเลาะกัน แต่ก็ทำให้เราได้รู้ความคิดของอีกฝ่าย ได้รู้มุมมองของเค้า มันยังดีกว่าปิดประตูปิดตาย ไม่ยอมเถียงกันเลยนะ แถมดีไม่ดี...ถ้าได้เถียงแล้ว เถียงไปเถียงมา อาจจะเกิดเข้าใจกันขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้!
ป.ล. งานยังไม่เสร็จค่ะ แต่"สะ-แหลน"ไปยุ่งเรื่องคนอื่นอีกแล้ว ฮือๆๆๆ นิสัยเสียแก้ไม่ได้ซะที ไปปั่นงานต่อก่อนนะคะ
edit @ 2007/04/23 18:49:26

) สะแหลนไปยุ่งกะคนทะเลาะกัน