2007/Apr/17

กลับมาจากหัวหินแล้วค่ะ แหม มันรู้สึกขี้เกียจจริงๆ พอไปอยู่ห่างกรุงเทพ ห่างคอมพิวเตอร์ สัก 3-4 วันแล้ว กลับมาบ้านมันรู้สึกขี้เกียจเปิดคอมยังไงก็ไม่รู้เนอะ คือจริงๆก็พก laptop ไปด้วยนะคะ หอบงานไปปึกหนึ่ง แต่ไม่ค่อยได้เปิดคอม และขี้เกียจออนไลน์ วันๆก็เลยนั่งเล่นนอนเล่น กินลม(จริงๆกินขนมมากกว่าลม)ชมวิวไปเรื่อย

วันก่อนมีคนแซวว่า สองพี่น้องนี่ อยู่แบบไม่มีอินเตอร์เนตได้ด้วยเหรอ... โถ่ ความลับก็คือ ไม่ได้เก่งมาจากไหนจน"งดอินเตอร์เนต"ได้หรอกค่ะ แต่มันคือก็ขี้เกียจน่ะ ฮ่าๆ ไหนๆก็ขี้เกียจอยู่แล้ว ถึงไม่มีอินเตอร์เนตก็เลยอยู่ได้ไงคะ

จริงๆคือวันนี้อยากอัพบล็อกค่ะ แต่ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ขโมยเรื่องคนอื่นมาพูดละกันเนอะ

พอดีวันก่อนคุณดาร์ลิ้้งส่งกระทู้ pantip มาให้อ่าน ในกระทู้บ่นถึงร้านอาหารที่สยามสแควร์ ประมาณว่าร้านขายในราคาไม่ยุติธรรม คือสั่งอาหารมาแล้ว ของที่ควรมีในจานก็ไม่มี (ประมาณว่าวัตถุดิบหมด เลยทำให้ไม่ได้ล่ะมั้งคะ)แต่คิดราคาเต็ม คือ 60 บาท (น้ำ 1 ขวด 10 บาท แสดงว่า อาหารจานนั้น 50 บาท) พอลูกค้า(เจ้าของกระทู้)บ่น และต่อว่า เค้าก็ลดให้ 10 บาท แต่ทำท่าไม่พอใจมาก และมีการโต้เถียงกัน ด่าลูกค้าด้วย (จากที่อ่านคุณลูกค้าเค้าเล่า เราคิดว่าลูกค้าก็ว่าคนขายแรงๆเหมือนกันนะ แต่แหม เป็นเราเราก็คงโมโหอ่ะ โดนคนขายทำท่าใส่แบบนั้น)

หลายๆคนเข้ามาร่วมแสดงความเห็น บอกว่าร้านนี้สกปรก เจ้าของร้าน(มั้ง)ก็ปากจัด ด่าลูกค้าตลอด..

มีคนเล่าหลา่ยอย่างเลย แต่ละอย่างก็นะ... มาบวกๆกันแล้วทำให้ไม่อยากไปร้านนั้นเลย

เราคิดว่า เรื่องแมลงวันเนี่ย มันว่ากันไม่ได้ เพราะมันมาของมันเองตามธรรมชาติ ถึงร้านสะอาด แต่มันก็มาตอมอาหารอยู่ดี หรือถึงตอมอาหารไม่ได้ มันก็ตอมคน ซะงั้น!ขนาดร้านแฮมเบอร์เกอร์ในห้าง(สยาม พารากอน) ยังมีแมลงวันบินในร้านเลย ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นแมลงพื้นเมือง มันจะเล็ดลอดเข้าไปในอาคารติดแอร์บ้างก็ไม่แปลก ยิ่งร้านนอกอาคารนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย...

ส่วนเรื่องแมลงสาบ กับหนู (ที่คนอื่นเล่า) มันย่อมต้องมีอยู่แล้วในเวลาน้ำท่วม เพราะมันหนีน้ำขึ้นมาจากท่อ ถ้าเป็นร้านตามตรอก อยู่ใกล้ถนน ใกล้ฟุตบาท ก็ต้องใกล้ท่อด้วย ก็เลยมีเจ้าตัวพวกนี้เป็นปรกติ จริงๆก็ไม่เกี่ยวกับร้านสะอาดหรือสกปรกหรอกนะ เราว่า... ก็มันมาจากท่อ จะให้เจ้าของร้านเอาไม้ไล่ตีทุกตัวให้หมดเกลี้ยงก็คงเป็นไปไม่ได้นะ

จนเราเจอความคิดเห็นหนึ่ง เห็นแล้วสะดุด...ไม่อยากเชื่อว่าคนค้าคนขายจะกล้าทำแบบนี้ได้

ความคิดเห็นที่ 33

เคยเจอเส้นผมในจานข้าวเปล่าค่ะ ขอให้เค้าเปลี่ยน

เค้าเดินมาเก็บจานไป หมุนตัวไว้ ดึงผมออก แล้วก็วางจานคืน

เราอึ้ง เพื่อนก็อึ้ง สรุปแล้วจานนั้น ไม่มีใครกิน

แล้วก็ไม่มีใครในกลุ่มเข้าร้านนั้นอีกเลย อิๆ

จากคุณ : หมวยแก้มป่อง - [ วันมหาสงกรานต์ (13) 20:44:11 ]


อ่านแล้วแบบ....โห เฮ้ย... ร้านแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!!!! ก็เลยเอามาแปะให้แฟนดู เพื่อบอกว่า เราอึ้งกับความคิดเห็นนี้ ที่เล่าเรื่องมา...

แฟนเราก็ตอบว่า
"ยังดีกว่าตะขาบก็แล้วกัน"

อะไรนะ?

ว่าไงนะ?!

ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร?

แล้วแฟนเราก็เล่าบ้าง แต่เล่าให้เราฟังใน MSN นะ ไม่ได้โพสต์ด้วยหรอก บอกว่า เพื่อนเล่าให้ฟัง (เพื่อนคนนี้เราเจอบ่อยค่ะ พี่เค้าเป็นคนคุยสนุก เล่าเรื่องเก่ง และมีเรื่องเล่าเยอะ เพราะชอบเที่ยว ไปไหนมาไหนบ่อยๆ และเชื่อมั่นได้ว่าไม่ใช่คนโกหกหรือขี้โม้ที่ปั้นเรื่องเองแน่ๆ)

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนคนนั้นเคยไปที่ร้านนั้น ไปกับเพื่อนหลายคน พอดีมีคนนึงไม่กิน ก็เลยไม่สั่ง พอบอกคนขายว่าไม่สั่งอะไรเลย คนขายก็ด่าค่ะว่า
"แล้วเสือกทำหน้าอยากแดก"

ห๊ะ.... อึ้งมากค่ะ O_o!!!

แต่ยัง...ยังมียิ่งกว่านี้อีก ตะขาบตัวสำคัญมันอยู่ไหนล่ะ...

อยู่ในจานอาหารจานหนึ่งของเพื่อนคนหนึ่งที่สั่งอาหารมากินค่ะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าสั่งอะไรกิน ไม่ได้ถามละเอียดค่ะ) เค้าก็เรียกคนขายมา บอกว่ามีตะขาบ แล้วชี้ให้ดู คนขายตอบว่าไงรู้มั้ยคะ...

"ไม่กินก็เขี่ยออกซิ"

เฮ้ย!!!!!! ขนาดนั้นเลยเรอะเพ่! จ๊าบมากอ่ะ... เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็นฟังดูท่าทางเค้าไม่แคร์ใครเลย (แม้แต่ลูกค้า?)ทำแบบนี้บ่อยๆเข้า ลูกค้าหนีหมดแหงมๆ

อ่านไปอ่านมา รู้สึกว่าร้านนั้นน่ากลัวมาก เอิ๊กๆ เห็นทีคงต้องแอบจำไว้เลยว่า ร้านนี้อย่าเข้า กลัว!!! กระทู้นั้นคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ของ "word of mouth" ว่ากระจายเร็วและเป็นวงกว้างแค่ไหน และ "first impression" ว่าส่งผลรุนแรงแค่ไหน ขนาดคนยังไม่เคยไป แค่อ่านคำบอกเล่าก็ขยาดจนกลายเป็ยความประทับใจแง่ลบไปซะแล้ว...


ส่วนตัวเราเองก็เคยเจอสิ่งแปลกปลอมติดมากับอาหารค่ะ ตอนนั้นไปกินแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านชื่อดังแห่งหนึ่ง สั่งเบอร์เกอร์เมนูยอดฮิตมา 1 อัน หลังจากที่กัดไปได้คำหนึ่ง ก็เห็นว่า ที่ไส้เบอร์เกอร์ มีอะไรเป็นเส้นๆสีเงินติดอยู่

ดูหลายรอบ จนมั่นใจว่าสีเงินแน่ๆค่ะ และเช็คให้ชัวร์แล้วว่า ไม่ได้เป็นอะไรที่หลุดออกมาจากหีบห่อ (แหม บางที่อาจจะมีดิ้นทองดิ้นเงินปักอยู่ที่ขอบกระดาษ หรือใช้อะไรวับๆแวบๆประดับอาหาร อะไรทำนองนั้นใช่มั้ยคะ)

ถ้าให้เดา คงเป็นเศษของฝอยขัดหม้อค่ะ

ก็ลุกไป แล้วชี้ให้พนักงานดู แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะบอกเค้ายังไง เลยไปถามเค้าก่อนเพื่อความมั่นใจ (ยังเกรงอยู่ค่ะ ว่าไอ้ที่ติดมากับไส้เบอร์เกอร์ อาจจะเป็นเครื่องประดับที่ทางร้านเจตนาใส่มา) ว่า "อันนี้อะไรคะ" ตอนแรกพนักงานก็ไม่รู้ นึกว่าเราชี้ไส้เบอร์เกอร์ เหล่าพนักงานนั้นก็เลยพยายามอธิบายใหญ่เลยค่ะ ว่าไส้เบอร์เกอร์นั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง (ก๊าก น่ารักมากๆค่ะ)

เราก็เลยหยิบ(เขี่ย)เส้นสีเงินนั้นออกมาให้เขาดู

โอ้... ทั้งร้านแตกตื่นกันใหญ่เลยค่ะ พนักงานหญิงร้องว่า "ตายแล้ว!" (ยังค่ะ เดี๊ยนยังไม่ตาย อย่าเพิ่งแช่ง) ในครัวเกิดการโกลาหล เสียงขอโทษค่ะ ขอโทษครับดังระงม และเขาก็พากันวิ่งวุ่น ไปหาเบอร์เกอร์ชิ้นใหม่มาเปลี่ยนให้เรา

ระหว่างนั้นก็เชิญเรากลับไปนั่งที่โต๊ะรอค่ะ

เค้ายกเบอร์เกอร์ชิ้นใหม่มาเสิร์ฟ พร้อมกับก้มหัวขอโทษแทบจะจรดหัวเข่า หลังจากนั้นพนักงานอีกคนก็ตามมา ยกเฟรนช์ฟรายส์ 1 ที่มาเสิร์ฟให้ แล้วก็ขอโทษอีกครั้ง หลังจากนั้นก็มีอีกคน ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าพ่อครัว เดินมาขอโทษอีกที แล้วให้ Gift Voucher สำหรับสั่งอาหารชุดฟรีไม่เสียเงิน 1 ชุด มาให้เรา 2 ใบ ไม่พอยังถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า เราได้กัดเข้าไปหรือยัง ปากมีการเจ็บตรงไหนมั้ย เราเลยตอบไปแบบยิ้มๆว่าขอบคุณมาก ไม่เป็นไรค่ะ... (ก็เรายังไม่ได้กินเข้าไปนิ)

ทั้งๆที่ ไอ้เส้นฝอยขัดหม้อเนี่ย มันก็ไม่ใช่ของที่สกปรกจนรับไม่ได้เลยนะ (ต่างกับเส้นผม แมลง หรือของอย่างอื่น) ถ้าให้เดามันคงมาอยู่ที่นั่นได้เพราะเค้าใช้ฝอยขัดหม้อในการขัดตะแกรง แล้วมันก็ขาด ติดอยู่กับตะแกรง ทีนี้พอใช้ตะแกรงตักของทอดขึ้นมาใช้ทำเบอร์เกอร์ ฝอยขัดหม้อเลยติดมาบนอาหารด้วย... ก็เท่านั้นเอง

แต่เค้าก็เอาใจใส่มากๆ ไม่ได้นิ่งดูดาย ไม่ได้เมิน หรือพยายามกลบเกลื่อนความผิดพลาดของร้าน เราประทับใจมากๆค่ะ เนั่งยิ้มแก้มแทบปริเลยทีเดียว (ที่จริงดีใจที่ได้ตั๋วกินฟรีก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องทำเป็นฟอร์ม...)

แต่เราก็อายนะ...
เหมือนก่อความแตกตื่นตกใจให้เค้ายังไงก็ไม่รู้
แอบรู้สึกผิด ที่สร้างความโกลาหลให้เค้าด้วยอ่ะ...
เราไม่ได้เกรงใจนะ ที่เค้าเอาไอ้นู่นไอ้นี่มาปรนเปรอเป็นการชดใช้ให้ เพราะเราถือว่าเค้าเต็มใจให้ เพื่อซื้อใจลูกค้า เราไม่ได้เรียกร้อง แต่เค้าให้มาเอง ดังนั้นมันก็เป็นสิทธิ์ที่เราสมควรได้ แต่เราเกรงใจที่เราทำให้พนักงานเค้าแตกตื่นกันทั้งร้าน
-_-;;

ร้านนี้ สรุปว่าเราว่าจะกลับไปอุดหนุนอีกบ่อยๆค่ะ ชอบมาก ประทับใจพนักงาน เบอร์เกอร์ก็อร่อยค่ะ อร่อยมากด้วย ทั้งๆที่เราไม่ชอบอาหารประเภทเบอร์เกอร์นะ

ระดับความเอาใจใส่ของพนักงานนี่ เราว่าส่งผลมากๆเลยนะ โดยเฉพาะในเวลาที่เป็นความประทับใจครั้งแรกของลูกค้า ถ้าบริการดี ลูกค้าก็สามารถนึกรักร้านนี้ขึ้นมาได้ทันที แต่ถ้าไม่ดีปุ๊บ อาจจะพาลเกลียดสุดๆไปเลย เรื่องเกี่ยวกับร้านอาหารทั้ง 2 ร้านนี้ ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า...

ความประทับใจแรกเริ่มนั้นสำคัญจริงๆ!


edit @ 2007/04/17 18:10:38

Comment

Comment:

Tweet


It's not so simple to do a not bad written essays, first of all if you are booked. I recommend you to notice <a href="http://qualityessay.com/sitemap.html">buy essay</a> and to be void from scruple that your work will be done by writing services
#14 by ThereseHouse19 (193.105.210.41) At 2011-11-27 06:30,
อ่านแล้วอึ้ง+ทึ่งตาม ฮาๆ
ร้านแรกอ่านแล้ว ถึงหิวตายก็ไม่อุดหนุน หึหึหึ
ร้านที่สอง อยากไปบ้าง 555+
#13 by VaNneSSa At 2007-04-24 22:53,
ผมก็เคยเจอ

น้องทานไอติมอยู่ในร้านไอศครีมชื่อดัง

ปรากฏว่าเจอน็อตในถ้วยไอศครีม

เค้านอกจากจะเปลี่ยนถ้วยใหม่ แถมอีกถ้วย

ยังถามแล้วถามอีกว่าเป็นไรรึเปล่า เจ็บตรงใหนมั้ย?

(จำได้ว่าหวีดร้องโกลาหลเหมือนกันฮะ ฮ่าๆๆๆ)
#12 by +:~: - Chocohime - :~:+ At 2007-04-19 13:39,
อ๊ะ ลืมติดตามข่าว คุณภู่ได้ตำแหน่งนางงามสงกรานต์หรือนี่
#11 by Valentino At 2007-04-19 12:17,
ประทับใจแรกเริ่ม เสริมสร้างมิตรภาพที่ยาวนาน
แต่ถ้าเบิกโรงมาแล้วชวนหาเรื่องแบบนี้ ไม่มีไปเผาผีแน่นอน
#10 by mondaytakeshi At 2007-04-19 08:10,
มันมีผลอย่างมากต่อการบอกต่อ และทัศนคติ ซึ่งต่อให้ร้านปรับปรุ่งตัวให้ดีขึ้นขนาดใหน แต่ถ้าครั้งแรกที่คนไปทานเจอแต่เรื่องแย่ๆ ร้านนั้นก็แทบจะแย่ไปตลอดกาลจริงๆ (เพิ่งโดนไป แต่ไม่ได้แย่ขนาดนี้)
#9 by Ne'Miss At 2007-04-18 09:26,
ร้านอะไรที่สยามอ่ะครับ? บอกชื่อได้ไหมเผื่อหลวมตัวเข้าไปทาน (ตัวย่อก็ได้มั้ง)

เรื่องร้านเบอร์เกอร์นี่ยอดเยี่ยมเลยครับ
บริการได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยและมี "ความรับผิดชอบ" นี่สิน่าสนับสนุน
เหะๆ จากหัวเรื่องนึกว่าจะพูดถึงเรื่องรักๆใคร่ๆซะอีกครับ ^^" แต่จะว่าไปมันก็คือความรักเหมือนกันแฮะ ความรักและหัวใจของนักบริการ ตัววัดความโปรของอาชีพบริการอย่างไรอย่างนั้นกระมัง

first impressionได้ผลจริงๆครับ อ่านเรื่องร้านเบอร์เกอร์แล้วอยากเข้าไปอุดหนุนขึ้นมาเลย แต่ไม่อยากเจอฝอยขัดหม้อนะ ^^"
#7 by Kasidej At 2007-04-17 23:43,
=[]='|!!!! ร้านอะไรอ่ะคะ..... ใช่ร้านที่ขายข้าวแกงบนโรงหนังสยามรึเปล่า ไม่ค่อยชอบคนขายร้านนั้นอยู่เหมือนกัน เคยกินครั้งเดียว...... ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

เบอร์เกอร์ร้านนั้นดีจริงๆ.... *0*

เคยไปกินพิซซ่า สั่งไม่เอาสัปปะรด พอเสิร์ฟมันดันมีสัปปะรด พอเรียกพนักงานมา ก็เอาถาดเข้าไปเก็บ.... หายไปนานมาก พอกลับมามันก็กลายเป็นพิซซ่าที่มีร่องรอยอารยธรรมสัปปะรด ถูกแคะออกไป *0*'''' ก็พอไหวล่ะ แต่จริงๆเค้าควรจะขอโทษกันซักคำนะ
#6 by JiBi_AI At 2007-04-17 21:39,
เขี่ยพริกออก....เล่นง่ายเนอะ เหอะๆๆ

ขนาดแค่คนไม่กินเผ็ด ถ้ามันใส่พริกมา ตอนทำ (พริกที่ทุบแตกแล้ว ไม่ใช่เป็นเม็ดๆ) แค่เขี่ยออกรสเผ็ดก็ยังติดอยู่ บางคนอาจจะกินไม่ไหวเลย
แต่นี่แพ้พริกนะเฟ้ย!!!
บริการมักง่ายขนาดนี้ไม่ไหวอ่ะนะ...

นึกถึงร้านที่ป้าเล่าให้ฟัง ที่หัวหิน มีร้านนึง พ่อพาคุณย่ากับคุณป้าๆไปกิน แล้วสั่งปลาราดพริกแบบขอแยกซอส เพราะคุณย่าทานเผ็ดไม่ได้

ซึ่ง ไอ้ปลาราดพริกเนี่ย แน่นอนว่ามันไม่ได้ไว้ตั้งแต่แรกเหมือนต้ม หรือแกงอะไรใช่มะ มันต้องทอดทัดที เสิร์ฟทันที ก็แสดงว่าไอ้ปลาเนี่ยไม่ได้โดนราดพริกอยู่ก่อนสั่ง

แต่ตอนมา มันมาแบบราดมาเลยอ่ะ

พอคุณป้าท้วงขึ้น เค้าก็เอากลับไป..
แล้วเอาน้ำล้างปลาทอด เอาพริกออก
แล้วเอามาเสิร์ฟใหม่!

โอ้แม่เจ้า! เอางี้เลย เล่นง่ายมาก..
ที่บ้านเราเลยไม่ไปร้านนั้นอีกเลยอ่ะ เหอๆ
#5 by Valentino At 2007-04-17 19:57,
ฝอยขัดหม้ออาจจะดูไม่สกปรก แต่ถ้ากินเข้าไปนี่ผมว่ามันจะยิ่งกว่าเส้นผม หรือแมลงอีกนะครับ

ผมเคยเจอหนักสุดก็เศษแก้ว ยังดีไม่บาดลิ้น บอกพนักงานเค้าขอโทษแล้วก็จบ ไม่เห็นเคยได้ฟรีมั่งเลย (พอดีเขี่ยออกแล้วกินต่อ กลัวโดนเปลี่ยนจานระหว่างกิน เสียเวลา เลยรอบอกตอนจ่ายเงิน เหอะๆ)
#4 by SRP At 2007-04-17 19:54,
first impression เราว่าสำคัญกับทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรักจ้ะ เอิ๊ก

เคยเจอเหตุการณ์พนักงานงี่เ่ง่าใ่ส่ไม่ใช่้น้อยเหมือนกัน ล่าสุดที่แรงๆ ก็คงเป็น 9th Cafe สาขา Siam Paragon นั่นแหละ สั่งของไม่ใส่พริก มันใส่พริกมาให้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอกนะ ปัญหาคือ พอบอกมันแล้วให้ทำใหม่ให้ มันก็แค่เอาไปเขี่ยๆ ออกแล้วเอามาเสิร์ฟใหม่ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโอเค แต่คนกินพริกไม่ได้เลยยอย่างเรา มันรู้นี่หว่า ก็เลยบอกว่า ผู้จัดการอยู่ไหน ขอคุยกับผู้จัดการ มันก็ทำหน้ากวนตีนแล้วบอกว่าผู้จัดการไม่อยู่

ผู้จัดการไม่อยู่คุมร้านได้ไงฟละ ไม่เข้าใจ

สุดท้าย ขี้เกียจเอาทองไปลูบกระเบื้อง เลยจ่ายตังค์ (แพงด้วยนะ ไม่ลดซักบาท) แล้วออกมาพร้อมกับสาบานว่าจะไม่ไปกินที่ร้านนี้อีกแล้ว แล้วจะบอกต่อๆ เพื่อนๆ ด้วยว่า 9th Cafe เนี่ย นอกจากไม่อร่อยและแพงแล้ว พนักงานยังบริการไม่เอาอ่าวอีกต่างหาก อย่าไปกินเลย กิ่งกัลปพฤกษ์ที่ว่ามีแต่วิญญาณเนื้อวิญญาณหมูยังเวิร์คกว่าเลยง่ะ

(บ่นซะยาวเลยแฮะ แหะๆ)
#3 by D.M. At 2007-04-17 19:52,
แล้ว love at first sight ล่ะ? :P
ไว้ไปหม่ำมอสกัน อยากหม่ำๆ
#2 by @eltshan@ At 2007-04-17 19:02,
ความประทับใจแรกเริ่มสำคัญจริงๆค่ะ เห็นด้วยอย่างมาก

เราเองไม่เคยโดนอะไรแบบนี้จังๆนะคะเพราะไม่ค่อยได้กินอาหารที่สยามนานแล้ว มันแพงน่ะค่ะ
อาศัยว่าคณะไม่ได้อยู่ไกลจากสยามก็จะกินที่คณะมาก่อนแล้วค่อยไปเดินเล่น

แต่ที่เคยเจอแล้วประทับใจมาก ประมาณว่าชาตินี้จะไม่ไปที่ร้านนั้นอีกแล้วก็เห็นจะเป็นร้านไอศครีมชื่อดังที่พนักงานใส่เสื้อแดงบนสยามเซนเตอร์ล่ะค่ะ....วันนั้นเธอหงุดหงิดอะไรมาไม่ทราบได้ มากระแทกถาดใส่ค่ะ...
เราเองมั่นใจว่าโต๊ะเรายังไม่ได้ไปกวนอารมณ์ หรือไปแซวอะไรเธอเลยแม้แต่น้อย......
ตอนนั้นฉุนมาก อารมณ์ว่า--ชั้นเป็นลูกค้านะ แล้วเธอมาทำอย่างนี้ได้ไง(วะ)
ถ้าตอนนั้นเพื่อนที่มาด้วยกันไม่ยั้งเอาไว้ เราคงเรียกผู้จัดการไปแล้วค่ะ....

เรากับเพื่อนทั้งกลุ่มเลยไม่ไปสาขานั้นอีกเลย แล้วเพื่อนเราอีกหลายคนก็แบนสาขานั้นตามไปด้วย

แต่ที่คุณเล่า...ร้านเบอร์เกอร์ร้านนั้นพนักงานน่ารักมากเลยค่ะ
เราเคยเจอพนักงานประมาณนี้เหมือนกันที่แมคพารากอน...ทั้งๆที่เป็นความโง่ส่วนตัวของเพื่อนเราเองที่ไม่เช็คดีๆว่าเค้ายังไม่ได้อัพไซส์น้ำกับเฟรนช์ฟรายมาให้ เพื่อนเราคนนั้นกินไปประมาณ 3 คำ แล้วมาบอกเราว่า--"แก...เค้าไม่ได้อัพไซส์ให้เราว่ะ"
พอเราเดินไปบอกพี่พนักงาน เท่านั้นแหละค่ะ แตกตื่นกันทั้งเคาน์เตอร์เลยทีเดียว เค้ายกมาให้อีกหนึ่งชุดแล้วบอกว่าเป็นความผิดของทางพนักงานเอง แล้วก็มาขอโทษยกใหญ่ (สุดท้ายยัดกันแทบตายค่ะกว่าจะหมด)
จนตอนนี้...เวลาว่างๆแล้วไม่ต้องส่งแบบก็จะไปนั่งกินแล้วก็แช่ยาวอยู่ที่นั่นล่ะค่ะ
#1 by Lover Boy At 2007-04-17 18:59,