วันนี้ อ่ะ ไม่สิ... เมื่อวานนี้ต่างหาก เนื่องจาก(จิตไม่)ว่าง และเป็นวันลอยกระทงก็เลยนั่งวาดการ์ตูน บรรยายเหตุการณ์วันลอยกระทงสมัยมัธยมปลายขึ้นมา 1 เรื่อง
วันนั้นที่โรงเรียน อาจารย์เตรียมอุปกรณ์ทำกระทงใบตองให้พวกเรา และให้จับคู่กัน 2 คนเพื่อประดิษฐ์กระทง 1 กระทง ทำกระทงในชั่วโมงเรียนคหกรรม (ถ้าจำไม่ผิด)

จริงๆต้องมีธง ธูป เทียน ด้วย แต่ขี้เกียจวาด กั่ก!!!
เราจับคู่กับเพื่อนซี้ในกลุ่ม ชื่อปูเป้

แต่ด้วยความที่ต้นกล้วยมันไม่ได้สมมาตร...
พออาจารย์แจกมาเป็นแว่นใหญ่ๆแล้ว มันดูไม่สวยเลย
ดังนั้น เราต้องพยายามทำให้มันกลม!!!

น.ส. วาเลนติโน่ไม่รอช้า จัดการดึง ทึ้ง สับ
แต่เนื่องจากลอกออกกี่แผ่นๆมันก็ไม่กลมซะที เลยลอกไปเรื่อยๆ

สุดท้ายเหลือแค่ 3 นิ้ว... ในขณะที่ความสูงคงเดิม คือ เกือบ 2 นิ้ว
(เป็นฐานกระทงที่รูปร่างเหมือนกระป๋องปลากระป๋องมาก กร๊าก)
ขอโทษนะปูเป้..... ที่เราทำแกตกใจจนตาเหลือกคราวนั้น แกคงอายุสั้นลง 3 ชั่วโมง
หลังจากนั้น พอหลังเลิกเรียน นักเรียน ม. 6 ทุกคนที่ไม่รีบกลับบ้าน ได้รับเชิญมาร่วมลอยกระทงกับคณาจารย์และผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นการส่งท้ายปีสุดท้ายที่เราจะได้เรียนที่นี่ แต่เนื่องจากโรงเรียนไม่มีคลองหรือแม่น้ำ เลยลอยที่บ่อน้ำเสียข้างหลังโรงเรียนแทน ^^;;
มันก็เป็นบ่อคอนกรีต แบบที่มีขอบสูงและหนาอย่างในรูป
ที่จริงมีเครื่องบำบัดน้ำเสียลอยอยู่ด้วย แต่ขี้เกียจวาด อิอิ

อ่า... มันก็เป็นบ่อที่กลิ่นเหม็นพอสมควรเลยล่ะ
แต่อาจารย์ทุกคนก็ทนดมขี้ไก่เหมือนเราทั้งนั้น อิอิ เท่าเทียมกัน หยวนๆ

พอใกล้ถึงเวลา ทุกคนก็มายืนรอบๆบ่ออย่างแน่นขนัด
ฝั่งอาจารย์และผอ.จะไม่ค่อยเบียด เพราะนักเรียนกลัวทำผอ.ตกบ่อ

เรายืนแถวหน้าสุดเลย เพื่อนๆยืนข้างๆบ้าง ข้างหลังบ้าง
เนื่องจากมีคนเยอะและคนแน่น ทำให้มีคนเสียการทรงตัวบ้าง
บางคนก็เซกันเป้นทอดๆเพราะโดนคนที่เสียหลักก่อนถลามาชน
เพื่อนซี้คนหนึ่งในกลุ่ม ไม่รู้เสียหลักเพราะอะไร ก็เซถลามาใส่เรา
ทำให้กระทงหลุดมือไป.....
(จริงๆเพื่อนคนนี้ยืนแถว 2 นะ อยู่ข้างหลังเรา แต่เราวาดคนบังข้างหน้าไม่ได้ เหอๆ)

เพราะความที่คนเบียดมาก เราก็เลยเซมั่ง
แถมไม่พอ หัวเข่าไปชนขอบบ่อด้วย

โชคยังดีที่พอหัวทิ่มลงไปแล้ว ไปนั่งคุกเข่าบนส่วนที่เป็นคอนกรีตพอดี
(รู้แล้วว่า ทำไมเค้าต้องทำด้านบนของขอบบ่อให้กว้างขนาดนี้ -_-;;)

กระทงน้อยลอยละลิ่ว~~~
ฟริ้วววววว~~~~~~~~~~~~~~~!!! ต๋อม!!!!

ตกน้ำดังต๋อมเลย (หน้าทิ่มลงไปแบบคว่ำอีกตะหาก)
ดอกไม้ดอกเม้ยหลุดกระเด็นออกมาจากข้างในกระทงหมด
แถมตัวเราก็ออกไปนั่งแสล๋นอยู่คนเดียว เด่นสุดๆ
คุกเข่าคารวะผู้อำนวยการ...

รู้สึกถึงทุกๆสายตาที่มองมาเป็นทางเดียว...
แน่นอนว่าผู้ก่อเหตุวิ่งหนีไปแล้ว....
ตอนนั้นเรายังไม่รู้หรอก เพราะมัวแต่ตะลึง
เลยสนใจแต่กระทง ไม่ทันได้สนใจเพื่อนข้างหลัง
มารู้ทีหลังน่ะ ว่ามันวิ่งหนีไปทันทีเลย
หนอย มันทำเราหน้าแหกขนาดนั้นแต่ไม่อยู่ดูใจกันมั่ง)

กระทงน้อยลอยละล่อง~~~
ขโมยซีนไปในพริบตา.... โอ้จอร์จมันยอดมาก

ตอนนั้นตะลึงยิ่งกว่าเดิม เพราะมันพลิกกลับมาหงายเหมือนสภาพปรกติได้!!!
คิดอะไรไม่ออก เลยยังนั่งเหวออยู่ที่เดิม

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเชียร์จากคนอื่น
พร้อมทั้งเสียงปรบมือ....
แม้แต่ทางฝั่งอาจารย์ก็ปรบมือกันใหญ๋

อายมากค่ะ... อยู่ให้โง่เหรอ พอลุกขึ้นได้ก็ใส่เกียร์หมาโกยอ้าวเลย
ตอนนั้นสมองขาวโพลน ลืมหมดแล้วเรื่องการลอยกระทง
ในหัวมีแต่ภาพท่าขายหน้าเมื่อกี้รีเพลย์อยู่ตลอด..
พร้อมกับนึกในใจว่าทำไมต้องเป็นกรูด้วย(วะ!!!)
เช้าวันถัดมา ต้องเดินเข้าโรงเรียนด้วยความรู้สึกหวาดผวา
เพราะใบหน้าเรากลายเป็นที่รู้จักในชั้น ม.6 ไปแล้ว...
ในทางลบเสียด้วย อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
แต่จริงๆก็ไม่มีอะไรนะ เพื่อนที่สนิทกันก็แค่เอามาแซวนิดเดียวเอง อาจารย์ที่เห็นเหตุการณ์บางท่านก็แค่ถามยิ้มๆแบบหยอกๆท่านละครั้ง ไม่ได้ฉาวโฉ่อย่างที่กลัว ^^;; และไม่ได้ถูกเก็บไปล้อตลอดปีด้วย ไม่นานทุกคนก็ลืมไปหมด กั่กๆ
แต่สำรหับเราแล้ว มันเป็นวันลอยกระทงที่เราลืมไม่ลงเลยค่ะ เพราะเป็นปีแรกเท่าที่จำได้ว่าไม่ได้ลอยกระทงกับครอบครัว (คุณพ่อคุณแม่) เป็นครั้งเดียวในชีวิต(เท่าที่จำความได้) ที่ลอยกระทงที่โรงเรียน แล้วยังทำเรื่องน่าขายหน้าซะขนาดนั้นต่อหน้าประชาชี.... นี่ถ้าไม่นับตอนขึ้นไปนำร้องเพลงชาติกับสวดมนต์ตอนเช้า ที่ถูกเรียกไปช่วยแบบกะทันหันนะ ลอยกระทงหนนั้นนับเป็นวันที่เรารู้สึกอายที่สุดต่อหน้าคนจำนวนมากที่สุดเลย