2006/Apr/28

แต่ไหนแต่ไรมา เราจะเป็นคนที่กลุ้ม(ไม่เชิง) หงุดหงิด(เล็กน้อย) และโมโห(บางครั้ง) เมื่อไปเจอคนหรือการกระทำที่เราวิเคราะห์แล้วไม่เข้าใจว่าเขาทำไปเพื่ออะไร หรือทำไมเขาถึงมีนิสัยแบบนี้ แหม ชอบเก็บมาคิดนู่นนี่ ทั้งๆที่มันไม่ควรเอามาคิดมากเลยแท้ๆ (ในเมื่อคิดไปแล้วไม่เข้าใจ แล้วจะยังเอามาคิดท่ำพรื้อ...)

ทำไมคนที่เอะอะโวยวายเสียกิริยา ก่นด่าคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล พอโดนคนอื่นๆต่อว่าบ้างกลับงอแงหาว่าโดนรุม หาว่าคนอื่นเล่นพวก?

ทำไมคนที่ลอกงานของคนอื่น ยังลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยเจ้าของผลงานว่า"ชั้นลอกมาแต่เขียนได้ดีกว่าเทอละกัน" แถมยังร้องแรกแหกกระเชอ หาว่าเจ้าของผลงานเป็นคนไม่ดี เพราะเอาเรื่องไปโพนทะนาจนคนออกมารุมด่าคนลอกกันถ้วนหน้า?

พวกเขาไม่รู้ตัวหรอกหรือว่าตัวเองทำอะไรผิด?

แน่นอนว่าบรรทัดฐานความถูกผิดแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งที่ทำแล้วคนอื่นเดือดร้อน (ไม่ว่าจะทางกาย หรือทางใจ) บางเรื่องทำแล้วมีคนเสียใจ เจ็บแค้น หรือโกรธ แล้วทำไมเขายังทำ?

ที่สำคัญคือ ทำแล้วได้อะไร? ได้ความสะใจชั่วคราว? แต่ภายหลังก็ต้องเป็นทุกข์(เพราะโดนรุมด่ากลับบ้าง) หรือทำแล้วได้ชื่อเสียง(ชื่อเสียงที่ได้มาด้วยการขโมยผลงานคนอื่นไปใช้) ประโยชน์แต่ละอย่างรู้สึกว่าจะไม่ยั่งยืนเอาซะเลย ไม่คุ้มกับการที่ยอมเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นเพื่อให้ได้มันมา

ที่กล่าวมา 2 กรณีเป็นเรื่องที่เกิดบน internet แต่ก็มีบางอย่างที่คนจริงๆทำในโลกจริงๆแล้ว เราเองก็เหมือนจะเข้าใจว่าเขาทำทำไม แต่ก็คิดอยู่ดีว่ามันไม่น่าจะทำ... เช่นเมื่อเร็วๆนี้ ตอนไปหัวหินกับพ่อ แม่ พี่สาว พี่เขย หลานๆ และลูกพี่ลูกน้อง

น้องสาวฉันทำรองเท้าขาด เลยต้องไปซื้อคู่ใหม่เอี่ยมอ่องมาจากตลาด ราคาไม่มาก แค่ 190บาท แต่เป็นรองเท้าเนื้อดียี่ห้อ adda (ไม่รู้แท้หรือเทียม) กว่าจะได้มานี่เดินเลือกกันขาแทบหลุดเลย ลองกันนานแสนนาน แถมต่อราคาต่อแล้วต่ออีก สรุปว่ายากเย็นแสนเข็ญ แต่เมื่อได้มาแล้วก็ดีใจด้วย เพราะน้องท่าทางชอบมาก แถมบอกว่าใส่สบายเท้าสุดๆ

วันก่อนกลับ พวกเราไปแวะที่วัดห้วยมงคล ทุกคนถอดรองเท้าไว้ริมศาลาแล้วเข้าไปนมัสการพระพุทธรูปและทำบุญตามอัธยาศัย พอทุกคนกลับออกมา มีน้องสาวเราคนเดียวที่หาร้องเท้าไม่เจอ.... เอ้า ไปถอดไว้ไหนแล้วลืมหรือเปล่า เดินวนรอบศาลาหาดูดีๆ... ไม่มีเจ้าค่ะ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ 4-5 คนช่วยกันหาก็ยังไม่เจอ สรุปว่า โดนมือเลวสอยไปซะแล้ว...

การขโมยเป็นสิ่งไม่ควร แต่เรายังพอจะคาดเดาได้ว่าเขาทำไปเพราะอะไร ก็เพราะอยากได้น่ะสิ ถ้าไม่อยากได้เงิน(เอาไปขาย)ก็ต้องอยากได้รองเท้าจนอดใจไม่ไหว อีกอย่างโอกาสมันก็เป็นใจเหลือเกิน.... ในที่ซึ่งคนแน่น ชุลมุนวุ่นวาย เจ้าของรองเท้าก็ไปก้มกราบพระอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้... ขโมยไปก็ไม่มีใครเห็น ง่ายดายซะไม่มี

แต่ฉันอยากบอกว่า ทำบาปในวัด นรกกินหัวชัวร์ -_-;;

น่าสงสารน้องสาวของฉัน (ที่ได้ใส่รองเท้าใหม่แค่วันเดียว) และเสียดายแทนหัวขโมยคนนั้น (ที่คิดได้แค่นี้....บาปกรรม บาปกรรม)

แต่มองในมุมของเขา เขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรผิดตรงไหน...(รึเปล่า?) หรืออาจจะคิดว่าเป็นวิธีการเอาของคนอื่นมาเป็นของเราได้อย่างชอบธรรมแล้ว (มั้ง?)

การกระทำของคนอื่นใดที่ขัดแย้งกับบรรทัดฐานของเรา เราคงไม่สามารถเข้าใจเขาได้กระมัง?


edit @ 2006/04/28 10:43:16
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
การขโมยปกติก้อไม่ดีอยู่แล้ว แต่นี่ขโมยในวัดอีก เฮ้ออ...ไม่ไหวๆ แย่จิงๆ เลยเนอะ ไม่รู้เค้าคิดอารายอยู่ ถ้าถูกจับได้ตอนนั้นจะเอาหน้าไว้ไหนเนี่ย

ปล. ขอบใจนะที่มาบอกว่าคาเฟอีนมีอันตรายกับหมา เราแก้ข้อความเรียบร้อยแล้ว ขอบใจเด้อ....
#1  by  aodness At 2006-04-28 11:55, 
คนจะเลวบาปอะไรมันก็ไม่สนหรอกครับ ข่าวขโมยของวัดก็มีให้เห็นมากมาย
#2  by  SRP At 2006-04-28 11:56, 
จริงครับ คงเพราะบรรทัดฐานในใจคนเราไม่เท่ากันถึงได้เกิดเรื่องให้หงุดหงิด สะกิดใจกันได้
ตรรกะไม่เหมือนกัน วิธีการคำนวนผิดชอบชั่วดีไม่เหมือนกัน

บางครั้งเรื่องพื้น ๆ อย่างเทน้ำใส่กระดาษ ผลก็คือเปียก หรือจุดไฟเผาบ้าน ผลก็คือไฟไหม้
แต่พอเห็นบางคนมองไม่ออกว่ามันจะเปียกนะ มันจะไหม้นะ
ผมก็จะรู้สึกแปลก ๆ ทำนองว่านี่แกไม่รู้จริง ๆ เรอะ?

เหมือนกับการขโมยของมันไม่ดีนะ คนที่โดนเค้าเดือดร้อน
ไม่ก็อาจจะเป็นพวกก็เดือดร้อนไปสิ ชั้นไม่สน -_-'

ลองให้ไอ้คนลอกมันโดนลอกบ้างสิ ลองให้คนขโมยโดนขโมยบ้านสิ มันจะรู้สึกยังไง
สุดท้ายก็คงเป็นพวก ฉันขโมยเธอได้ แต่ใครมาขโมยฉันเป็นเรื่องแน่

อย่างเวลาผมเจอพวกฉันแย้งเธอได้ แต่พอเธอแย้งฉัน ฉันจะด่ากลับอะไรทำนองนี้ก็ตลกดี
double standard .. triple standard .. quad standard
ก็ว่ากันไป (ชักหลงประเด็น )
#3  by  dionysos.exe At 2006-04-28 12:15, 
ขโมยมีอยู่ทุกที่ทุกแห่งจริงๆ... -__-"""
#4  by  Sonnen (บ.) At 2006-04-28 16:02, 
แล้วไอ่ขโมยคนนั้นมันไปวัดทำไม.......ในเมื่อใจคดแบบนั้น
#5  by  Ryoichi(ไม่ได้ล๊อกอิน) (203.121.172.27) At 2006-04-28 16:35, 
ไม่สามารถเข้าใจจิตใจพวกเค้าได้จริงๆ แต่มนุษย์ อย่างไรก็ต้องเข้าข้างตัวเอง/ส่วนคนที่ขโมยรองเท้าเราไม่คิดว่าเขาจะรู้สึกผิด เพราะทำเป็นประจำ จนเป็นความชินชา และเขาก็จะทำต่อไป ...อย่างแน่นอน แง!เคยโดนขโมย!!!!!!!! ฮือออ โฮก จำได้ว่าต้องวิ่งเท้าปล่าวขึ้นรถทีเดียว แดดร้อนมาก ขอสาปแช่งให้ชาตินี้ชาติหน้าไส้เดือนไชเท้า!!!!
#6  by  hiney* At 2006-04-28 17:18, 
:0

ไม่ดีเลยนะงิ ; ;

/me กอดโมะจัง
#7  by  *ゆきめ* At 2006-04-28 17:50, 
หนุงหนิงๆๆ
#8  by  karael At 2006-04-28 21:21, 
พูดถึง การวางของไว้ในที่หมู่มากๆๆ ก็เสี่ยงต่อการหายจริงแหล่ะ
วีก็เคยเป็น
เช่น วางแฟ้มวไว้นอกห้องตอนไปสอบสัมภาษณ์ กลับออกมา หายซะแล้ว หนึ่งเดือนให้หลังถึงได้คืน (ทางจดหมาย)
ส่วนเรื่องรองเท้าหายสมัยมัธยม ก็หายบ่อยๆ ถอดไว้หน้าห้องสมุด ออกมาหาย ไปวัด หรืองาน เลี้ยงที่ต้องถอดรองเท้า ก็เคยหายบ่อยๆ ดีที่จะไม่ใส่รองเท้าราคาแพงไปด้วย .....
ถ้าคิดในทางที่ดีหน่อย เค๊าคนนั้นคงใส่ผิดไปล่ะนะ (แต่ไม่คืน!!)
#9  by  +++วีจัง AGG+++ At 2006-04-29 09:37, 

<< Home