เหมือนจะเคยเรียนวิชาอะไรสักอย่าง มีนักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า ความเห็นแก่ตัวคือพื้นฐานของมนุษย์ คนเราจะไม่เป็นคนโดยสมบูรณ์ได้ถ้าไม่เห็นแก่ตัวเลย เพราะความเห็นแก่ตัวก็คือความรักตนเอง คนที่ไม่รักตนเองย่อมอยู่รอดเป็นมนุษย์ไม่ได้
ดังนั้นอาจพูดได้ว่า ถ้าเห็นแก่ตัวแค่นิดหน่อย ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่เป็นเรื่องปรกติของมนุษย์นั่นเอง
เมื่อวานนี้ เราเป็นคนเห็นแก่ตัว อืม.... นิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่รู้สึกผิดด้วย เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราควรได้ และอีกฝ่ายเสนอเอง อืม... ไม่รู้สึกผิดก็จริง แต่เค้าเรียกว่า "ลำบากใจ" ล่ะมั้ง ลำบากใจที่จะรับความปรารถนาดีและเป็นคนเห็นแก่ตัว
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวานนี้มีนัดข้างนอก คือมีเพื่อนในกลุ่ม chat กับ webboard คนหนึ่ง จะลงมาจากเชียงใหม่ พวกเราก็จะไปเจอเขากัน บวกกับเขาฝากเราซื้อการ์ตูน 1 เรื่อง (Elna Saga) เนื่องจากทางโน้นหาซื้อไม่ได้ แล้วเราไปเดินเจอเข้าในร้านการ์ตูนที่ Central World Plazaพอดีก็เลยซื้อเก็บไว้ให้ เมื่อเขามีโอกาสเข้ากรุงเทพจึงได้มีการนัดกินและนัดส่งของเกิดขึ้น
บังเอิญเรามีความเจ็บป่วย(เป็นธรรมดา)ทางกายเกิดขึ้นในวันนั้นพอดี (โรคผู้ยิ้งผู้หญิง ไม่ต้องบอกตรงๆก็คงรู้จักนะ) ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบาย แล้วพอโดนอากาศเย็นๆ(แอร์ในห้าง)ก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ และปวดท้อง...
ทีนี้มีก่อนหน้านั้น ก่อนที่จะไปถึงที่นัด เรานัด 11 โมง แต่ 11 โมงแล้ว น้องชายกับเรายังรถติดอยู่บนถนนสุขุมวิท (ไปไม่ถึงดวงดาว เอ๊ย ไม่ถึงสถานีรถไฟฟ้าซะที) ติดสักพัก น้องชายก็พูดขึ้นว่า "เดี๋ยวไปถึงแล้วลงไปขึ้นรถไฟฟ้าก่อนเลยนะ จะขับตามไปทีหลัง คนอื่นจะได้ไม่ต้องรอนานเกินไป" สาเหตุเนื่องจากคาดเดาได้ล่วงหน้าค่ะว่าที่จอดรถที่ไปจอดประจำ จะต้องไม่เหลือที่ว่างให้จอดแน่ (เพิ่งมานึกออกหลังออกจากบ้าน) เราก็ถามน้องว่า จอดที่โลตัสไม่ได้เหรอ แพงหน่อยแต่เดี๋ยวจ่ายให้ น้องชายบอกว่า ไม่เอา จะจอดนานมาก ไม่อยากจ่ายเงิน จะถึกขับรถไปให้ถึงที่นัดเอง
ถ้าเป็นเราตามปรกติ เราคงจะพูดขึ้นว่า ไม่เอา มาแล้วก็ต้องไปด้วยกัน รถติดก็ติดด้วยกัน เพราะเราไม่ชอบทิ้งเพื่อนร่วมทาง (โดยเฉพาะคนในครอบครัว) ให้ลำบากอยู่คนเดียวแล้วเราหนีไปใช้ทางสบาย แต่เราก็ไม่พูดค่ะ ทั้งๆที่ในใจกำลังคิดหนัก ไม่อยากทิ้งน้อง แล้วไปขึ้นรถสบายๆคนเดียว สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าพอรู้ตัวว่าสภาพร่างกายไม่แข็งแรง ก็เลยขอเห็นแก่ตัวไว้ก่อน
อืม............
แต่ตอนหลัง โชคดีที่น้องคิดอีกออพชั่นหนึ่งได้ คือ ก่อนไปธุระต่ออีกที่ จะขึ้นรถไฟฟ้ากลับมาย้ายรถไปจอดฝั่งราคาถูกเสียก่อน จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าจอดรถให้โลตัสมากเกินไป สุดท้ายเราก็เลยได้ขึ้นรถไฟฟ้าไปด้วยกัน
เหตุการณ์ที่ 2 ในร้านอาหาร พอดีนั่งตรงที่แอร์เย็นๆมันชอบวูบมาโดน เราก็หนาวสิคะ ตอนเช้าคิดผิดแท้ๆเชียว ปรกติเราจะไปไหนจะชอบใส่เสื้อนอกอีกตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อแจ็คเก็ต แต่ตอนเช้าเมื่อวานนี้ อากาศที่บ้านร้อนมากค่ะ เลยใส่เสื้อยืดแบบไม่ทีเสื้อนอกทับไป ผลเป็นไง....เข้าห้างแล้วหนาวสิคะ -_- บรือๆๆ ก็เลยงอแงค่ะ งอแงจนที่รัก(พอดีชวนไปด้วย) ถามขึ้นมาว่า "เอาเสื้อมั้ย" เพราะเค้าก็ใส่เสื้อยืด 1 ตัว กับเสื้อนอก(แขนสั้น) 1 ตัวเป็นประจำ เราก็เลย ยึดเสื้อนอกของที่รักมาตามระเบียบ...
อืม...... แต่อันนี้ไม่ค่อยลำบากใจเท่าไหร่ เพราะแอบดีใจเป็นปลื้มที่ได้ใส่เสื้อของที่รัก (ฮ่าๆๆๆๆๆ)
หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็แยกวง ไปทางใครทางมัน เราก็ไปเดินเดทกับที่รักกันตามปรกติ แล้วหลังจากนั่งคุยกันสักพัก ที่รักก็พูดขึ้นว่า "กลับไปบ้านผมกันก่อน เดี๋ยวขับรถไปส่ง" (ก่อนหน้านั้นเค้าถามค่ะ ว่ากลับยังไง เราก็บอกว่า รถไฟฟ้าไปต่อแท็กซี่ ซึ่งนี่เป็นวิธีกลับแบบเปลืองเงินแต่เอาสบายเข้าว่า เป็นวิธีที่เราจะใช้วันที่เหนื่อยจนไม่อยากโหนรถเมล์ ของหนักจนขึ้นรถเมล์ไม่ไหว หรือขี้เกียจสุดๆเท่านั้น)
ปรกติเราจะไม่อยากให้เค้ามาส่งที่บ้านค่ะ เพราะแถวๆบ้านเราน่ะ รถติดนรกมากๆ โดยเฉพาะช่วงสายกับช่วงเย็น ยิ่งตรงโน้นกำลังสร้างสะพานข้ามแยก ก็ยิ่งติดนรกยิ่งกว่าเดิม และมันไม่ได้ติดเส้นเดียว แต่ถนนเส้นไหนๆก็ติดทั้งนั้น สรุปว่าไม่มีทางเลี่ยงได้เลย ถ้าจะมาบ้านหรือออกจากบ้านเรา เราเองก็นั่งคิดอยู่นาน แต่ชั่งใจดูแล้ว สรุปว่าในที่สุดเมื่อวานความเห็นแก่ก็ตัวชนะความเกรงใจค่ะ
อืม.............
ทีนี้ เมื่อวาน ระหว่างที่มีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น เราก็นั่งพิจารณาตัวเองค่ะว่า เอ การที่เราปฏิเสธความหวังดีของที่รัก หรือของน้องชาย ในเวลาที่เราไม่เจ็บป่วยเนี่ย มันเรื่องปรกติหรือไม่ปรกตินะ? เพราะความสนิทสนมระดับนี้มันไม่ควรจะต้องมานั่งเกรงใจกันแล้ว แล้วทำไมต้องคิดมากเวลาใครอาสาจะทำอะไรให้เราด้วย? โดยเฉพาะคนในครอบครัวเนี่ย น้องชายอาสาจะไปส่งที่รถไฟฟ้า แต่เรามักจะบอกว่า อย่าไปเลย อ่อนนุชรถติด คือเราจะคิดแทนน้องว่า ขาไป 1 เที่ยว ส่งเราเสร็จแล้วต้องขับขากลับอีก1 เที่ยว เท่ากับน้องชายต้องทนติดอยู่บนถนนตั้ง2 เที่ยว เทียบกับถ้าเราไปเอง ก็ไปแค่เที่ยวเดียว ฯลฯ
แต่ลึกๆในใจก็รู้สึกว่า เรารับความปรารถนาดีของใครๆแล้ว เรากำลังเอาเปรียบเขาอยู่หรือเปล่านะ? เราสุขสบายบนความตรากตรำของคนที่เรารักเนี่ย ดีแล้วเหรอ?
เป็นแบบนี้เรื่อยๆจนแม่บอกว่า เราน่ะ เอาใจน้องเกินไปแล้ว ให้น้องโตมั่งสิ ให้น้องโชว์แมนบ้าง ไม่ใช่ไปโอ๋อยู่ตลอด ทำตัวว่าตัวเก่ง พึ่งตัวเองได้ จะทำให้น้องจะไม่รู้จักเทคแคร์พี่ เพราะน้องถือว่าพี่ดูแลตัวเองได้ แม่บอกว่า เราเป็นผู้หญิง ต้องพึ่งพาน้องให้มากๆ น้องจะได้เป็นคนพึ่งพาได้ น้องเราเองก็เถอะ บางทีถ้าน้องอยู่ว่างๆ แล้วเราไม่เรียกให้ไปส่ง พอเย็นกลับบ้านมา ก็จะโดนบ่นว่า จะออกไปไหนทำไมไม่บอก จะได้ไปส่งให้ หรือดีไม่ดี เราออกจากบ้านได้ไม่นานก็จะโทรมาจิกเลยค่ะ ว่าพี่สาวหายไปไหน ทำไมไม่บอกก่อนออกจากบ้าน ฯลฯ
ส่วนทางด้านที่รัก เพื่อนของเขา (พี่ชายกำมะลอ หรือ พ่อสื่อของเรา) ก็ชอบบอกว่า เค้าเป็นผู้ชาย ให้เค้าลำบากซะมั่ง ดีกว่าให้เราลำบาก เพราะเราเป็นผู้หญิง ต้องให้เค้าดูแลมั่ง บริการเรามั่ง ส่วนคุณแม่ของที่รักก็ชอบบอกเหมือนกันว่า ให้ใช้ที่รักขับรถไปรับไปส่งบ่อยๆ เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหรือลำบากขึ้นรถไปกลับเอง มันอันตราย และ ฯลฯ (แต่เจ้าตัวเองไม่เคยพูดอะไรค่ะ ไม่ให้ความเห็นใดๆกับเรื่องนี้ คงเพราะเป็นคนปากหนัก....มั้ง)
อืม...........
สองจิตสองใจ ก็...มันน่าสงสารนี่นา ให้ขับรถติดอยู่บนถนนนานๆมันเหนื่อยจะตายไป
เพื่อนๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย คิดว่าไงบ้างคะ? ผู้หญิงเราควรจะพึ่งพาผู้ชายให้มาก ให้เค้าบริการและดูแล เอาใจเรา ให้เค้ายอมลำบากเพื่อเรา จริงหรือ? ใครมีความเห็นว่าไงลองมาบอกๆแบ่งๆกันมั่งเน้อ
edit @ 2006/03/10 15:29:56
edit @ 2006/03/10 15:32:54
edit @ 2006/03/10 20:20:15
edit @ 2006/03/10 23:44:05