2011/Dec/13

สุนัขหายค่ะ T.T (UPDATE เจอแล้วนะคะ น้องกลับมาบ้านแล้วค่ะ)
 
(รูปนี้สมัยยังเอ๊าะ ๆ)
 
ถ้าใครยังจำกันได้ ว่าเมื่อปี 2006 (2549) ที่บ้านเราเก็บลูกหมาได้ตัวหนึ่งจากหน้าด่านจ่ายค่าผ่านทางด่วนลอยฟ้า  แล้วตั้งชื่อว่าขนุน .... บัดนี้ผ่านไปยังไม่ครบ 6 ปีดี ขนุนก็หายไปค่ะ หนีออกไปเที่ยวเมื่อคืนนี้ จนบัดนี้ยังไม่กลับ
 
ถ้าใครเห็นน้องหมาหน้าตาแบบนี้ (ตามในภาพ) ขอความกรุณาแจ้งเบาะแสด้วยนะคะ
 
บ้านเราอยู่ในซอยหมู่บ้านข้าง ๆ โนโวเทลบางนาค่ะ (ถนนศรีนครินทร์ ตรงข้ามกับซอยสถานีตำรวจบางนา (หน้าปากซอยสน.บางนาตอนนี้มีคอนโดศุภาลัย ปาร์คตั้งตระหง่านอยู่) 
 
ถ้าน้องขนุนไม่ได้มีคนพาขึ้นรถไป ก็น่าจะหลง ๆ อยู่แถวนี้ (ศรีนครินทร์ บางนาตราด อุดมสุข ซอยเฉลิมพระเกียรติ) แหละค่ะ
 
รายละเอียดอื่น ๆ และรูปขนุนแบบมีเบอร์โทรติดต่ออยู่บนรูป สามารถเข้าไปดูได้ใน FaceBook ตามลิ้งก์ด้านล่างค่ะ

2011/Jun/22

จากกระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10713871/A10713871.html
(ชื่อกระทู้ : ข้อดีของสำนักพิมพ์บางแห่ง)
เนื่องจากพอตอบแล้ว หลังจาก 2-3 นาทีผ่านไป(มาม่าสุก....ม่ายช่าย) ความคิดเห็นของเรา (#94) จู่ ๆ ก็หายไป เลยคิดว่าอาจจะมีบางคำที่ไม่ผ่านระบบตรวจอัตโนมัติ แต่เวลาไม่มี เลยขี้เกียจหาว่ามันคือคำไหน ก็เลยเอามาแปะในบล็อกเอาไว้ก็แล้วกัน
 
แล้วจะได้ไปอัญเชิญเจ๊จอยกะมาอ่าน อิอิ
เพราะตอนแรกว่าจะไม่ตอบละ แต่เข้าไปตอบเจ๊จอยกะ
 
*************************
ข้อความจาก คคห. 94 ที่หายไป
*************************
 
คำตอบก่อนหน้านี้ลืมเลือกสีม่วง 555

จริง ๆ เราก็เหมือนนู๋จอยนะคะ หลงเข้ามาอ่านตั้งแต่กระทู้แรกเพราะเห็นมีคนแชร์ใน FaceBook
ไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่เคยซื้อของสนพ.นี้ แต่ที่ติดตามก็เพราะ 3 สาเหตุ
สาเหตุแรกคือสนใจว่าไวไวมันจะแซ่บแค่ไหน
แต่พออ่านไปก็เริ่มรู้สึกเห็นด้วยกับคนชง (หรือคนต้ม) เพราะส่วนตัวแล้วเอาใจใส่กับเรื่องภาษามาก
ถ้าอ่าน ๆ ไปแล้วเจอ สะกดผิด พิมพ์พลาด ผิดไวยากรณ์ภาษาไทย ใช้คำไม่ถูกต้อง ลงคำพูดผิดช่อง หรืออะไรที่ทำให้อ่านแล้ว "สะดุด" จะค่อนข้างไม่พอใจ
ก็เลยติดตามต่อ ในฐานะที่เป็นผู้ซื้อ ผู้อ่าน

แต่ยิ่งอ่านไปอ่านมา...ก็มีอีกสาเหตุหนึ่ง คือในฐานะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดทำ
เพราะเคยรับจ๊อบพิเศษเกี่ยวกับสำนักพิมพ์การ์ตูนเหมือนกัน
เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ หรือเดาเอาเองเนี่ย (ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงเพราะไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่รู้เรื่องภายในของเขา) ต้นฉบับและบทแปล จะผ่านมือหลายคน
และควรจะได้ผ่านการตรวจทานหลายหน คร่าว ๆ น่าจะประมาณนี้

- นักแปล แปลเป็นภาษาไทย
- นักแปลคนเดิม (ควรจะ)ตรวจทานและแก้ไข/ขัดเกลาภาษา

- อันนี้ไม่แน่ใจ ว่าเขามีคนอ่านปรูฟบทแปลก่อนไหม แต่อาจจะไม่มี

- ฝ่ายกราฟฟิคหรืออะไรก็ตาม เอาบทแปลไปจัดลงในช่อง ซึ่งก็น่าจะเห็น หรือตรวจทาน/แก้ไขจุดผิดด้วย
(อันนี้แหละที่เราเคยทำ ซึ่งที่เดาว่าเขาไม่มีคนตรวจภาษาไทยก่อนส่งมาให้เรา ก็เพราะเคยเจอจุดผิดเยอะมาก
ถึงขนาดจัดลงช่องไปก็ต้องแก้ไปพลาง เครียดไปพลาง แทบจะดึงผมตัวเองหลุดออกมาเป็นกระจุก)
- พอเรียงลงช่องเสร็จแล้วก็ต้องอ่านตรวจอีกรอบ แล้วค่อยส่ง

- มีผู้อ่านตรวจทาน (อาจเทียบเคียงกับภาษาญี่ปุ่น หรืออาจตรวจเฉพาะภาษาไทย ก็ไม่แน่ใจ) อีกอย่างน้อย 1 รอบ
(อันนี้มั่นใจว่ามีคนตรวจ เพราะว่าเคยมีคำพูดแปลก ๆ ในบทแปล ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจ ก็ส่งไปทั้งแบบนั้น
แต่หนังสือที่พิมพ์ออกมามีการแก้ไขได้ดีและลงตัว ถูกใจเรายิ่งนัก)

- บก.อาจจะมีการตรวจซ้ำอีกรอบ

ซึ่งถ้านับนิ้วจากการกะคร่าว ๆ ของเราแล้ว มันต้องผ่านสายตาคนอย่างน้อย 3 คน (หรืออย่างมาก 5 คนขึ้นไป)
หรือถ้าคุณเมพ!!! คนเดียวทำทุกอย่าง มันก็ควรจะผ่านตาคุณอย่างน้อย 4 รอบ (หรืออย่างมาก 7 รอบขึ้นไป)

ซึ่งสำหรับสำนักพิมพ์ที่ขายงานเป็นชิ้นเป็นอัน คงไม่มี one man show แบบนั้น
และ(ในกรณีตรวจละเอียดมาก)การที่คน 5 คน ได้อ่านผ่านตารวมกัน 7 รอบ ย่อมมีความแม่นยำสูง และหาข้อผิดได้ละเอียดกว่าคนเดียวอ่าน 7 รอบ

แต่จะตรวจยังไง มันก็อาจจะยังมีหลุด ๆ ไปบ้าง
อย่างเราขนาดตรวจเองตั้ง 2 รอบ (หลังจากเรียงช่องเสร็จ) บางทีส่งงานไปแล้วยังเพิ่งเห็นเลยว่า มีคำพูดหลุดกรอบช่องนึง
(ก็ต้องแจ้ง บก. หรือหัวหน้าสายงานไป ว่าช่วยไปดูแล้วแก้ให้ที ไม่ก็แก้เองแล้วส่งไฟล์ใหม่ให้เขา)
แต่กว่าจะหมดทุกขั้นตอนนั่น เท่าที่เห็นด้วยตาตัวเอง พอพิมพ์ออกมา ก็เหลือจุดผิดอย่างมากเล่มละ 2-3 แห่ง

ก็เลยรู้สึกประทับใจแปลก ๆ กับความผิดพลาดที่มีมากมายนับไม่ถ้วนของเล่มนั้น (นับเฉพาะการ์ตูน)
และก็พาลให้รู้สึกสงสัยว่าเขามีขั้นตอนการทำงานกันอย่างไร จึงปล่อยให้มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแบบผิดพลาด(อาน)ขนาดนั้น

ส่วนตัวแล้วคิดว่า feedback จากผู้บริโภคเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง
ข้อบกพร่องของผู้ผลิต มันก็เหมือนอะไรที่ติดอยู่ข้างหลัง
ไม่สามารถมองเห็นด้วยตนเองได้ ต้องอาศัยกระจก ก็คือผู้บริโภคนั่นแหละ
อะไรที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก็ควรจะปรับปรุง
เพราะฉะนั้นเวลาเราเห็นว่าอะไรไม่ดี เราก็จะพยายามส่งเสียงไปให้ถึงผู้ผลิตเสมอ
เพราะเราอยากได้สินค้าและบริการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือไม่ก็รักษาคุณภาพดี ๆ แบบเดิม ๆ เอาไว้

ป.ล. ยาววุ้ยยยย มุงดราม่านี่เสียเวลาทำมาหากินจริงจริ๊ง 555
เราขอพอแล้วนะ แสดงจุดยืนเสร็จสิ้นแล้วค่ะ
ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของผู้บริโภค(คนอื่น)ที่จะตัดสินใจกันเอาเองว่าตัวเองต้องการเช่นไร มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล บังคับแนวคิดกันไม่ได้
 
 
*************************
จบข้อความจาก คคห. 94
*************************
 
อนึ่ง อันนี้เป็นดราม่าเบา ๆ ที่เราอ่านมาตั้งแต่กระทู้แรก (จริง ๆ มันก็มีแค่ 3 กระทู้แหละ ไม่ยาวด้วย เพราะมีแตกประเด็นเป็นสองกระทู้เท่านั้น)
ใครต้องการอ่านว่าเกิดอะไรขึ้นในกระทู้แรก สามารถไปหาอ่านสรุปได้ที่นี่
 

edit @ 22 Jun 2011 00:23:45 by Valentino

2010/Dec/15

ดองบล็อกจะครบ 1 ปีแล้ว
=_=;;
 
ก็มันไม่ค่อยมีอะไรให้เขียน แหะ ๆ
 
วันนี้เข้ามาเพราะอัพบล็อกอื่น แต่ต้นเรื่องที่ทำให้อัพบล็อกนั้น เป็นบล็อกที่อ่านใน exteen เลยมาอัพใน exteen ซะหน่อย
 
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า คุณลูกหมู ถูกนำฟิคชั่นที่เขียนลงอินเทอร์เน็ต ไปแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของ และดัดแปลง ไปลงบอร์ดแฟนฟิคเกาหลี มิหนำซ้ำยังรวมเล่มพิมพ์ขายด้วย
 
เรื่องนั้นคือแฟนฟิคเกาหลีเกี่ยวกับแทคคุณ TaecKhun ชื่อเรื่องคือ "So sorry, my boyfriend is mental disorder" เจ้าของ(ผู้แอบอ้าง)คือ Kai-Wa-Kung
 
เราเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้โดยเด็ดขาด ดังนั้น นอกจากจะเป็นกำลังใจและเชียร์ให้คุณลูกหมูดำเนินการทางกฏหมายให้ถึงที่สุดแล้ว ก็ยังอยากช่วยกระจายข่าวด้วย เผื่อว่ามีนักอ่านคนไหน ที่ไม่ทราบ และไปชื่นชม ชื่นชอบ นักเขียน(ขี้ลอก)คนนี้ หรือกำลังจะอุดหนุนผลงานของเขา พอมาอ่านที่นี่ และอ่านข้อมูลของคุณลูกหมูแล้ว จะได้ตัดสินใจดูใหม่ ว่าจะสนับสนุนคนที่กระทำเรื่องเยี่ยงนี้อีกหรือไม่
 
บล็อกเราเอง เผื่อใครสนใจ: http://www.aleczan.com/FFXI/2010/12/plagiarism/

 

edit @ 15 Dec 2010 20:02:18 by Valentino

edit @ 16 Dec 2010 01:39:08 by Valentino

edit @ 17 Dec 2010 06:05:50 by Valentino