จากกระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10713871/A10713871.html
(ชื่อกระทู้ : ข้อดีของสำนักพิมพ์บางแห่ง)
เนื่องจากพอตอบแล้ว หลังจาก 2-3 นาทีผ่านไป(มาม่าสุก....ม่ายช่าย) ความคิดเห็นของเรา (#94) จู่ ๆ ก็หายไป เลยคิดว่าอาจจะมีบางคำที่ไม่ผ่านระบบตรวจอัตโนมัติ แต่เวลาไม่มี เลยขี้เกียจหาว่ามันคือคำไหน ก็เลยเอามาแปะในบล็อกเอาไว้ก็แล้วกัน
แล้วจะได้ไปอัญเชิญเจ๊จอยกะมาอ่าน อิอิ
เพราะตอนแรกว่าจะไม่ตอบละ แต่เข้าไปตอบเจ๊จอยกะ
*************************
ข้อความจาก คคห. 94 ที่หายไป
*************************
คำตอบก่อนหน้านี้ลืมเลือกสีม่วง 555
จริง ๆ เราก็เหมือนนู๋จอยนะคะ หลงเข้ามาอ่านตั้งแต่กระทู้แรกเพราะเห็นมีคนแชร์ใน FaceBook
ไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่เคยซื้อของสนพ.นี้ แต่ที่ติดตามก็เพราะ 3 สาเหตุ
สาเหตุแรกคือสนใจว่าไวไวมันจะแซ่บแค่ไหน
แต่พออ่านไปก็เริ่มรู้สึกเห็นด้วยกับคนชง (หรือคนต้ม) เพราะส่วนตัวแล้วเอาใจใส่กับเรื่องภาษามาก
ถ้าอ่าน ๆ ไปแล้วเจอ สะกดผิด พิมพ์พลาด ผิดไวยากรณ์ภาษาไทย ใช้คำไม่ถูกต้อง ลงคำพูดผิดช่อง หรืออะไรที่ทำให้อ่านแล้ว "สะดุด" จะค่อนข้างไม่พอใจ
ก็เลยติดตามต่อ ในฐานะที่เป็นผู้ซื้อ ผู้อ่าน
แต่ยิ่งอ่านไปอ่านมา...ก็มีอีกสาเหตุหนึ่ง คือในฐานะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดทำ
เพราะเคยรับจ๊อบพิเศษเกี่ยวกับสำนักพิมพ์การ์ตูนเหมือนกัน
เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ หรือเดาเอาเองเนี่ย (ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงเพราะไม่ใช่พนักงานประจำ ไม่รู้เรื่องภายในของเขา) ต้นฉบับและบทแปล จะผ่านมือหลายคน
และควรจะได้ผ่านการตรวจทานหลายหน คร่าว ๆ น่าจะประมาณนี้
- นักแปล แปลเป็นภาษาไทย
- นักแปลคนเดิม (ควรจะ)ตรวจทานและแก้ไข/ขัดเกลาภาษา
- อันนี้ไม่แน่ใจ ว่าเขามีคนอ่านปรูฟบทแปลก่อนไหม แต่อาจจะไม่มี
- ฝ่ายกราฟฟิคหรืออะไรก็ตาม เอาบทแปลไปจัดลงในช่อง ซึ่งก็น่าจะเห็น หรือตรวจทาน/แก้ไขจุดผิดด้วย
(อันนี้แหละที่เราเคยทำ ซึ่งที่เดาว่าเขาไม่มีคนตรวจภาษาไทยก่อนส่งมาให้เรา ก็เพราะเคยเจอจุดผิดเยอะมาก
ถึงขนาดจัดลงช่องไปก็ต้องแก้ไปพลาง เครียดไปพลาง แทบจะดึงผมตัวเองหลุดออกมาเป็นกระจุก)
- พอเรียงลงช่องเสร็จแล้วก็ต้องอ่านตรวจอีกรอบ แล้วค่อยส่ง
- มีผู้อ่านตรวจทาน (อาจเทียบเคียงกับภาษาญี่ปุ่น หรืออาจตรวจเฉพาะภาษาไทย ก็ไม่แน่ใจ) อีกอย่างน้อย 1 รอบ
(อันนี้มั่นใจว่ามีคนตรวจ เพราะว่าเคยมีคำพูดแปลก ๆ ในบทแปล ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจ ก็ส่งไปทั้งแบบนั้น
แต่หนังสือที่พิมพ์ออกมามีการแก้ไขได้ดีและลงตัว ถูกใจเรายิ่งนัก)
- บก.อาจจะมีการตรวจซ้ำอีกรอบ
ซึ่งถ้านับนิ้วจากการกะคร่าว ๆ ของเราแล้ว มันต้องผ่านสายตาคนอย่างน้อย 3 คน (หรืออย่างมาก 5 คนขึ้นไป)
หรือถ้าคุณเมพ!!! คนเดียวทำทุกอย่าง มันก็ควรจะผ่านตาคุณอย่างน้อย 4 รอบ (หรืออย่างมาก 7 รอบขึ้นไป)
ซึ่งสำหรับสำนักพิมพ์ที่ขายงานเป็นชิ้นเป็นอัน คงไม่มี one man show แบบนั้น
และ(ในกรณีตรวจละเอียดมาก)การที่คน 5 คน ได้อ่านผ่านตารวมกัน 7 รอบ ย่อมมีความแม่นยำสูง และหาข้อผิดได้ละเอียดกว่าคนเดียวอ่าน 7 รอบ
แต่จะตรวจยังไง มันก็อาจจะยังมีหลุด ๆ ไปบ้าง
อย่างเราขนาดตรวจเองตั้ง 2 รอบ (หลังจากเรียงช่องเสร็จ) บางทีส่งงานไปแล้วยังเพิ่งเห็นเลยว่า มีคำพูดหลุดกรอบช่องนึง
(ก็ต้องแจ้ง บก. หรือหัวหน้าสายงานไป ว่าช่วยไปดูแล้วแก้ให้ที ไม่ก็แก้เองแล้วส่งไฟล์ใหม่ให้เขา)
แต่กว่าจะหมดทุกขั้นตอนนั่น เท่าที่เห็นด้วยตาตัวเอง พอพิมพ์ออกมา ก็เหลือจุดผิดอย่างมากเล่มละ 2-3 แห่ง
ก็เลยรู้สึกประทับใจแปลก ๆ กับความผิดพลาดที่มีมากมายนับไม่ถ้วนของเล่มนั้น (นับเฉพาะการ์ตูน)
และก็พาลให้รู้สึกสงสัยว่าเขามีขั้นตอนการทำงานกันอย่างไร จึงปล่อยให้มีการพิมพ์ออกมาเป็นเล่มแบบผิดพลาด(อาน)ขนาดนั้น
ส่วนตัวแล้วคิดว่า feedback จากผู้บริโภคเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง
ข้อบกพร่องของผู้ผลิต มันก็เหมือนอะไรที่ติดอยู่ข้างหลัง
ไม่สามารถมองเห็นด้วยตนเองได้ ต้องอาศัยกระจก ก็คือผู้บริโภคนั่นแหละ
อะไรที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก็ควรจะปรับปรุง
เพราะฉะนั้นเวลาเราเห็นว่าอะไรไม่ดี เราก็จะพยายามส่งเสียงไปให้ถึงผู้ผลิตเสมอ
เพราะเราอยากได้สินค้าและบริการที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป หรือไม่ก็รักษาคุณภาพดี ๆ แบบเดิม ๆ เอาไว้
ป.ล. ยาววุ้ยยยย มุงดราม่านี่เสียเวลาทำมาหากินจริงจริ๊ง 555
เราขอพอแล้วนะ แสดงจุดยืนเสร็จสิ้นแล้วค่ะ
ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องของผู้บริโภค(คนอื่น)ที่จะตัดสินใจกันเอาเองว่าตัวเองต้องการเช่นไร มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล บังคับแนวคิดกันไม่ได้
*************************
จบข้อความจาก คคห. 94
*************************
อนึ่ง อันนี้เป็นดราม่าเบา ๆ ที่เราอ่านมาตั้งแต่กระทู้แรก (จริง ๆ มันก็มีแค่ 3 กระทู้แหละ ไม่ยาวด้วย เพราะมีแตกประเด็นเป็นสองกระทู้เท่านั้น)
ใครต้องการอ่านว่าเกิดอะไรขึ้นในกระทู้แรก สามารถไปหาอ่านสรุปได้ที่นี่
edit @ 22 Jun 2011 00:23:45 by Valentino